สะใภ้มโนรู้ไว้ หล่อแค่ไหนก็ไม่อวย! เลี้ยงลูกชายสไตล์แม่ปิ่น หนุ่มบ้านวรรธนะสินต้องเป็น “สุภาพบุรุษ”

กรี๊ดกันมาตั้งแต่รุ่นพ่อ จนลูกทั้ง 3 คนของครอบครัววรรธนะสินเริ่มโตเป็นหนุ่มกันแล้ว คนที่อยู่เบื้องหลังคอยดูแลหนุ่มๆบ้านนี้ก็มีแค่ผู้หญิงคนเดียว นั่นก็คือ แม่ปิ่น – เก็จมณี เธอเป็นภรรยาของแร็พเปอร์รุ่นเก๋า พ่อเจ – เจตริน และเป็นคุณแม่ของ 3 หนุ่ม 3 เจ้า

Exclusive Talk เลยขอต้อนรับเทศกาลวันแม่ด้วยความอบอุ่น พูดคุยสบายๆกับแม่ปิ่น คุณแม่คนสวยของลูกๆ เห็นดูเป็นสาวสมัยใหม่แบบนี้ แต่เรื่องการเลี้ยงลูกชายถึง 3 คน คุณแม่ปิ่นก็มีบางเรื่องที่ต้องเข้มงวดเป็นพิเศษเหมือนกัน

ลูกชาย 3 คนเริ่มโตเป็นหนุ่มแล้ว 3 สไตล์เลย แต่ละคนมีเรื่องที่ทำให้หนักใจบ้างไหม

แม่ปิ่น – เก็จมณี : (หัวเราะ) ก็มีตลอดค่ะ ตามประสาเด็กผู้ชาย ก็อาจจะมีทะเลาะกันบ้าง แต่ก็ไม่ได้รุนแรงอะไร เราก็มีวิธีการสั่งสอนและลงโทษตามวิธีของเรา คือเราเน้นให้ลูกๆเติบโตมาในสิ่งแวดล้อมที่มีความสนุก แต่ต้องไม่เกินพอดี และต้องรู้จักที่ต่ำที่สูง

เรื่องหลักๆที่สอนลูกๆทั้ง 3 คน เน้นที่เรื่องอะไรเป็นพิเศษ

แม่ปิ่น – เก็จมณี : เรื่องที่ปิ่นเน้นย้ำตลอดเวลาคือ ต้องรู้จักแบ่งปันกันและกัน รวมถึงต้องรู้จักแบ่งปันผู้อื่น อีกอย่างก็คือ “การให้เกียรติผู้หญิง” ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่สำหรับผู้ชาย เพราะหากผู้ชายรู้จักให้เกียรติผู้หญิงแล้ว ปัญหาอื่นๆก็จะไม่ตามมา ส่วนอีกเรื่องนึงคงเป็นเรื่อง “ยาเสพติด” แต่ก็ไม่ถึงขนาดไม่ให้รู้จัก คือจะให้รู้จักว่าคืออะไร แต่ไม่ให้ลองค่ะ สุดท้ายก็คือ “ไม่ให้โกหก ไม่ให้โกง” อันนี้ก็เน้นย้ำกันภายในครอบครัวอยู่เสมอ หากทำผิดแล้วยอมรับ ไม่โกหก ก็จะเป็นเรื่องที่น่ายกย่องมากกว่าการพยายามปิดบังว่าตัวเองทำผิดด้วยการโกหก

พฤติกรรมของลูกชายที่เริ่มโตเป็นหนุ่ม ตอนนี้ทั้ง 3 คนเป็นอย่างไรบ้าง ยังอ้อนคุณแม่เหมือนเดิมไหม

แม่ปิ่น – เก็จมณี : ก็ยังมีบ้างค่ะ ปกติเราจะคุยกันก่อนนอน มันก็จะเหมือนเป็นช่วงเวลา Quality Time คุยกันแบบนี้ทุกวัน เราก็สนิทกัน พอสนิทปุ๊บ การเปิดอกพูดคุยกันก็จะง่ายขึ้น เพราะเขาก็กล้าที่จะคุยกับแม่

เคยดูจากบทสัมภาษณ์ว่าแม่ปิ่นบอกลูกเสมอว่าไม่ให้หลงตัวเอง เพราะอะไรถึงให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก

แม่ปิ่น – เก็จมณี : ใช่ค่ะ เรื่องนี้ปิ่นเน้นมากเลยละ คือเราก็รู้สึกภูมิใจที่มีคนรักลูกของเรานะ แต่ถ้ามีลูกคนไหนมาทำแอ๊ค ทำเท่ ก็จะร่วมกันโห่ เพราะบ้านเราจะไม่สอนลูกให้หลงตัวเอง รวมถึงสอนให้ลูกชายมีความเป็นสุภาพบุรุษ พร้อมกฎ 3 ข้อ คือ “ห้ามแย่งของกิน ห้ามแย่งของเล่น และห้ามแย่งผู้หญิง” เป็นกฎหลัก

เดี๋ยว 3 เจ้าไปเรียนเมืองนอกกันหมดแล้ว รับมือกับความเหงาไว้อย่างไรบ้าง

แม่ปิ่น – เก็จมณี : ทำใจกันอยู่ทุกวันนะคะ ทั้งปิ่นทั้งเจ แต่จริงๆสิ่งนี้ก็เป็นสิ่งที่เราจะต้องพบเจอเมื่อลูกๆโตขึ้น ถามว่าเศร้าไหม คิดถึงไหม ตอบได้เลยว่าคิดถึงแน่นอน แต่ปิ่นกับเจไม่เคยคิดที่จะเลี้ยงลูกแบบพ่อแม่รังแกฉัน อะไรจะเกิดขึ้นก็ต้องยอมรับที่จะให้เขาไปเรียนรู้สิ่งดีๆ ทุกอย่างก็เพื่ออนาคตของเขาเองด้วย

เริ่มเห็นพรสวรรค์ของลูกๆตั้งแต่ตอนไหนว่าใครถนัดทำอะไร

แม่ปิ่น – เก็จมณี : ช่วงที่พอเขาเริ่มโต เราก็เริ่มสังเกตว่าลูกแต่ละคนจะมีความถนัดต่างกันไป อย่างเช่น เจ้านายน่าจะเป็นสายวงการบันเทิง ไม่ว่าจะเป็นนักร้องหรือแร็พเปอร์ ส่วนเจ้าขุนเป็นเด็กที่มีพลังงานสูงมาก อาจจะเป็นทางด้านสายกีฬา ส่วนคนสุดท้องนี่อยากให้เขาทำอะไรแตกต่างไปจากคนในครอบครัว อาจจะไปเป็นกราฟิกดีไซเนอร์ รวมทั้งไปเป็นนักพูดในอนาคต ก็อาจจะเป็นไปได้นะ (ทำหน้าคิดนิดนึง)

แล้วเรื่องค่ายเพลง Jay Midi คิดว่าจะให้เจ้าขุนกับเจ้าสมุทรมาเป็นศิลปินเบอร์ต่อไปหรือเปล่า

แม่ปิ่น – เก็จมณี : อันนี้ต้องแล้วแต่คุณพ่อและความสนใจของลูกๆเลยค่ะ

ชีวิตครอบครัวตอนนี้เรียกว่าใครเห็นก็ต้องรู้สึกอยากเป็นแบบนี้บ้าง สำหรับตัวแม่ปิ่นเอง ตอนช่วงที่ยังโสด เคยวาดภาพครอบครัวในฝันของตัวเองไว้บ้างไหม

แม่ปิ่น – เก็จมณี : ปิ่นเชื่อว่าทุกคนอยากที่จะมีครอบครัวที่อบอุ่น พร้อมหน้าพร้อมตา มีลูกและสามีเป็นคนดี ทำความดีคืนให้โลกที่เราอยู่ พอมีครอบครัวจริงๆ ปิ่นก็ยังคงทำสิ่งที่ตัวเองตั้งใจไว้ ครอบครัวเราทำกิจกรรมเยอะมาก พาลูกๆไปช่วยแจกของน้ำท่วม ไปบริจาคของให้ผู้ที่ด้อยโอกาส ล่าสุดก็พาลูกๆมาร่วมช่วยผู้ลี้ภัยกับ UNHCR ในแคมเปญ Namjai for Refugees ปิ่นว่าการให้เขามาทำอะไรแบบนี้ เขาก็จะซึมซับได้และคิดเป็นว่าเกิดมาแล้วเราต้องรู้จักช่วยเหลือและแบ่งปันนะ

ปิ่นอยากให้เขาเข้าใจใน “บทบาทของผู้ให้และเห็นคุณค่าของการได้รับโอกาส” ครอบครัวของปิ่นโชคดีที่เราได้รับโอกาสดีๆมากมายจากสังคม และเราต้องไม่ลืมที่จะแบ่งปันโอกาสนั้นให้แก่คนที่กำลังเดือดร้อนหรือต้องการโอกาส สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของโอกาสและการถูกช่วยเหลือ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ลี้ภัยต้องการมากที่สุด เพื่อเยียวยาความโหดร้ายและมีโอกาสมีชีวิตที่ได้ใช้ศักยภาพของตัวเองในการดูแลตนเองและครอบครัว อย่างโครงการนี้ปิ่นมองว่าผู้ลี้ภัยเขาไม่ได้กลับบ้านมานานเป็น 30 ปี เราเทียบความเจ็บปวดของพวกเขาไม่ได้เลย และถ้าเรามีโอกาส เราต้องช่วยเยียวยาบาดแผลของพวกเขา

ครอบครัวอบอุ่นขนาดนี้ แม่ปิ่นคิดว่าอะไรคือหัวใจที่ทำให้ความสุขเกิดขึ้นกับทุกคนได้

แม่ปิ่น – เก็จมณี : ปิ่นว่าตัวเราเองก็สำคัญ เพราะเราเป็นทั้งภรรยาของสามี และเป็นแม่ของลูกๆ สำหรับตัวปิ่นเองพยายามเป็นทั้งสองบทบาทนี้ให้เต็มที่ที่สุด เราต้องมีความรัก ความเข้าใจให้ลูกๆและสามี เราต้องเป็นที่พึ่งพิง ที่ปรึกษา เป็นทุกอย่างให้พวกเขาได้ และที่สำคัญที่สุดเลยคือ เราต้องเป็นตัวอย่างที่ดีในการทำความดี เป็นผู้ให้ ช่วยเหลือสังคม ช่วยเหลือโลกที่เราอยู่ให้เขาเห็น วันนึงถ้าพวกเขาโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ เขาก็จะรู้สึกอยากทำ อยากช่วยเหลือ ขอแค่ให้พวกเขามีตรงนี้อยู่ในใจบ้าง คนเป็นแม่ก็มีความสุขแล้วค่ะ ที่เห็นลูกๆเป็นคนดี

 

นี่แหละความสุขแบบครอบครัววรรธนะสิน ใครอยากเข้าไปเป็นลูกสาวบ้านนี้ ต้องรู้ใจแม่ปิ่นให้มากๆนะจ๊ะ อิๆ

 

เรื่อง : SRIPLOI

ภาพ : Myo Duangporn

 

keyboard_arrow_up