ม้วนเสื่อกลับบ้าน! “พี่ฉอด” เคลียร์ทุกประเด็นปิดฉากมหากาพย์ #ป้าซุ่มทุ่มไม่อั้น

หลายคนอดตาหลับขับตานอนมาหลายวันกับข่าวบันเทิงสุดร้อนแรงจากแฮชแท็กร้อน #เราก็เพอร์เฟ็กต์ในระดับนึง #ต่ำตมไม่หยุด ซึ่งเรื่องราวเหล่านี้ล้วนเกิดจากรายการ Club Friday Show ในเทปที่ “โฟร์ – ศกลรัตน์ วรอุไร” เป็นแขกรับเชิญ

หลังออกอากาศได้เกิดศึกปะทะระหว่างแฟนคลับ “โฟร์” และอดีตแฟนหนุ่ม โดยในเวลาต่อมาก็มีฟีดแบ็กตีกลับมาที่รายการเป็นต้นเหตุทำให้เขากลับมาทะเลาะกันอีกครั้ง ทั้งๆที่เรื่องจบไปแล้ว และเกิดเป็นแฮชแท็กใหม่ #ป้าซุ่มทุ่มไม่อั้น หลังจากที่ชาวเน็ตออกมาวิจารณ์ว่า ทำไมไม่ให้ “พี่ฉอด – สายทิพย์ มนตรีกุล ณ อยุธยา” พิธีกรและผู้บริหารช่อง ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงประเด็นความรักบ้าง?

จากเหตุผลนี้เอง จึงเป็นที่มาให้ 3 พิธีกร “พี่ฉอด”, “ดีเจพี่อ้อย – นภาพร ไตรวิทย์วารีกุล” และ “อั๋น – ภูวนาท คุนผลิน” ออกมาเคลียร์ถึงเจตนาของรายการ Club Friday Show ในส่วนของ “พี่ฉอด” นั้นก็ได้ออกมาอธิบายถึงข่าวคราวชีวิตส่วนตัวเช่นกัน

ยืนยัน Club Friday ไม่ใช่รายการแฉ แต่เป็นการนำประสบการณ์มาบอกต่อเพื่อเป็นวิทยาทานให้คนอื่นๆ
อั๋น : ที่ผ่านมาเราทำเรื่องราวของความรักมาโดยตลอด แล้วเราก็เคยบอกอยู่ตลอดว่า Club Friday เหมือนกับห้องเรียนที่เราได้มาเรียนรู้ประสบการณ์เรื่องความรักกัน ความผิดพลาดเหล่านี้เราสามารถเรียนรู้ได้จากชีวิตของคนอื่น ดังนั้นถ้า Club Friday ปกติเราเปิดโอกาสให้คุณผู้ฟังของเรานั้นโทรศัพท์เข้ามาพูดคุยกัน แต่ถ้าเป็น Club Friday Show เราก็บอกว่าเป็นเรื่องราวของคนดัง ของเซเลบ ของนักร้อง ซึ่งเราทำกันมา 2 – 3 ปีได้

พี่ฉอด : เพราะฉะนั้นวันที่ “น้องโฟร์” มาสัมภาษณ์ในรายการเราก็เป็นคนหนึ่งที่ได้มาพูด ต้องเรียนว่าปกติที่เราเชิญแขกรับเชิญมาในรายการ ทางทีมงานต้องมีการเชิญและคุยกันก่อน

พี่อ้อย : จริงๆกว่าที่จะมีแขกรับเชิญมา เรามีการประชุมกันตั้งแต่เลือกแขกและโทร.เชิญ ซึ่งแขกมีสิทธิโดยชอบธรรมที่จะปฎิเสธ ไม่สะดวกในการเล่าเรื่อง จนกระทั่งอยากมาค่ะ คุยกัน และให้ดูคำถามทั้งหมดก่อน ถ้าอันไหนไม่อยากตอบ เราก็ตัดทิ้งเลย หรือแม้กระทั่งการที่เราบันทึกเทปพูดจบไปแล้ว ยังกลับไปถามอีกว่าอยากจะเอาตอนไหนออกไหมคะ ดังนั้นทั้งหมดจะให้สิทธิโดยชอบธรรมของแขกรับเชิญ จะไม่มีการบังคับออก เพราะรายการของเราไม่ได้เป็นรายการที่เราจะต้องรู้ความจริงไปหมดทุกมุม อย่างที่บอก ความรักที่จบไปในแต่ละครั้งมันทิ้งบทเรียนเอาไว้เสมอ แล้วเอามาแชร์กันเป็นวิทยาทาน

อั๋น : มีคนบอกว่าเพราะรายการเป็นต้นเหตุทำให้เขากลับมาทะเลาะกันอีกครั้ง ทั้งๆที่เรื่องจบไปแล้ว แล้วในที่สุดสำหรับคนที่เกี่ยวข้องได้มีการออกมาโพสต์และให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อไปทั้งหมดแล้วว่าเขาเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น และเสียใจที่ได้โพสต์ไป เขากับกลุ่มเพื่อนได้มานั่งคุยกัน และบอกว่าหลายครั้งกับตัวเขาเอง กลุ่มเพื่อนและแฟน ซึ่งเลยเถิดไปเยอะในเรื่องของคำพูดและรู้สึกผิด และเขาไม่ได้มีประเด็นใดๆติดค้างคาใจกับ “คุณโฟร์” เลย พร้อมฝากขอโทษ “คุณโฟร์” ผ่านสื่อมาด้วยเช่นกัน
พี่ฉอด : อันนึงแน่นอนมันเป็นเรื่องจริง แล้วเวลาเล่ากันก็คงมีการพาดพิงถึงบุคคลที่เกี่ยวพันด้วย เราระมัดระวังมาโดยตลอด พยายามระมัดระวังไม่ให้พาดพิงจนก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อ่าน ดูอย่างมีสติ อย่างตั้งใจจริงๆ จะพบว่ามันมีหลายสิ่งที่ “โฟร์” พูดทั้งในแง่มุมที่ดีและปัญหาที่เกิด มันไม่ได้หมายความว่าเขามานั่งตำหนิอีกฝ่ายหนึ่ง

“พี่ฉอด” พ้อ! กลายเป็นคนผิดทั้งๆที่ไม่ได้ทำอะไรผิด

อั๋น : กระแสวนกลับมาที่รายการและมีการแสดงความคิดเห็นให้ความรักของ “พี่ฉอด” มาพูดบ้าง?

พี่ฉอด : อันนึงที่น่าแปลกใจคือ วันนี้อยู่ๆก็รู้สึกเป็นคนผิดโดยอะไรก็ไม่รู้ พี่เองไม่ได้ทำอะไรผิดปกติเลย อันนึงที่แปลกคือ นั่งสัมภาษณ์อยู่ 3 คน ทำไมพี่ผิดคนเดียว ประเด็นที่สองคือ มีการขุดคุ้ยต่างๆนานา โดยเฉพาะที่บอกว่าทำไมพี่ไม่ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับเรื่องตัวเองบ้าง ซึ่งฟังเผินๆก็ถูกต้อง แต่คิดสิคะ เมื่อกี้เราพูดไปแล้วว่าแขกรับเชิญที่มาในรายการนี้เขาตั้งใจและสมัครใจที่จะมาพูดในรายการ นั่นคือวัตถุประสงค์ของเขาที่อยากจะเปิดเผยเรื่องราวได้ แต่สมมุติในแง่มุมของตัวพี่เอง ใครๆต่างรู้ว่าปกติไม่ใช่คนที่ชอบพูดเรื่องตัวเอง อย่างในไอจีก็ไม่ค่อยลงชีวิตส่วนตัว เพราะฉะนั้นการที่พี่ไม่ได้เป็นคนที่ชอบพูดเรื่องตัวเอง ไม่ได้หมายความว่าพี่ทำความผิดหรืออะไรที่ซ่อนอยู่ ชีวิตพี่เปิดเผยมากๆ เพราะพี่มีคนแวดล้อมอยู่เยอะ ทุกคนเห็น ไปไหน ทำอะไรกับใคร ทุกคนเห็นหมด แต่กับที่หลายคนตั้งประเด็นเสมือนหนึ่งว่าพี่มีชีวิตหลบซ่อน ถามว่าสิ่งที่เป็นประเด็นอยู่ตอนนี้เป็นปัญหาไหม ตอบเลยว่าไม่เป็นปัญหาเลย เพราะในชีวิตจริงพี่ยังดำเนินชีวิตตามปกติ คนรอบๆตัวไม่มีใครที่จะเดินมาถามว่าจริงหรือไม่จริง เพราะทุกคนเห็น ไม่ได้เกิดจากความเชื่อที่พี่ไปบอก ที่บอกว่าพี่มีผู้ชายนั่นโน่นนู่นนี่ พี่ดูสวยมาก ดูมีผู้ชายเยอะมากที่เข้ามาเกี่ยวพันในชีวิต ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง ทุกคนก็เห็นกันหมด

พี่ฉอด : พี่พร้อมที่จะขอโทษนะคะ แต่จะให้พี่ขอโทษใครดี เพราะวันนี้ ”น้องโฟร์” เองก็สมัครใจพูดเอง หรือผู้ที่ร่วมกรณีก็กลับออกมาขอโทษ แล้วจะให้พี่ขอโทษใคร หรืออยากให้พี่ทำอะไร พี่ยังงงอยู่ทุกวันนี้ว่าพี่ควรจะแก้ไขอะไร แก้ปัญหาอย่างไรให้ทุกคนสบายใจ

บอสใหญ่เอไทม์ขอโทษแอดมิน Club Friday แสดงความคิดเห็นไม่เหมาะสม

อั๋น : ในประเด็นที่แอดมิน Club Friday ได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องของ “โฟร์” โดยบอกว่าน่าจะเอาไปทำเป็นละคร

พี่ฉอด: ถ้าจะขอโทษก็จะขอโทษเรื่องนี้ด้วยเหมือนกัน ขอโทษแทนน้องที่ทำงานอยู่ตรงนั้น แต่เจตนารมณ์ของเขาก็ไม่ได้คิดอะไรมาก คือเข้าใจใช่ไหมว่าในโซเชียลมันก็มีการเล่นกัน ซึ่งก่อนหน้านี้เราได้มีการแจ้งไปทางน้องว่าอันนี้ไม่โอเคนะ เดี๋ยวจะมีผลกระทบกับคนอื่น ซึ่งหลังจากนั้นก็ได้เอาข้อความนั้นลงทันที อย่างที่บอก เราต้องมีสติกันเยอะๆหน่อย อันนี้เราก็เตือนน้องๆที่ทำงานไปแล้วด้วย อันนั้นคือความผิดพลาดที่ต้องยอมรับและขออภัย แต่เราก็แก้ไขทันที

ชาวเน็ตเรียกร้องให้รายการเชิญ “หยาดทิพย์ ราชปาล” มาออกรายการ ซึ่ง “พี่ฉอด” อธิบายว่า บางครั้งไม่สามารถทำแบบนั้นได้ เนื่องจากดาราที่มีสังกัดต้องได้รับอนุญาตจากช่องก่อน

อั๋น : กระแสในอินเทอร์เน็ตได้แสดงความคิดเห็นว่าอยากให้เชิญดาราหลายคนมาออก

พี่ฉอด : เชิญไม่ได้ค่ะ เพราะถ้าเป็นดาราที่ติดสังกัดกับช่องบางช่องอยู่ เราก็รู้ว่าดาราที่สัมภาษณ์ได้ ทุกคนจะเชิญใครมา แต่อันนี้สัมภาษณ์ไม่ได้นะคะ ต้องทำความเข้าใจด้วย พี่อยากสัมภาษณ์ “ณเดชน์” กับ “ญาญ่า” พี่ก็คงสัมภาษณ์ไม่ได้ เพราะน้องเขามีสัญญาทางช่องอยู่ ส่วนใหญ่จะเห็นว่าเราจะสัมภาษณ์ได้เฉพาะนักแสดงที่อิสระหรือค่ายกลางๆ

ปฏิเสธไม่เคยสานสัมพันธ์อดีตดีเจ “กฤษณ์ ศรีภูมิเศรษฐ์” จนกลายเป็นข่าว

อั๋น : ตกเป็นข่าวว่าเป็นคู่แข่ง “มาช่า วัฒนพานิช”

พี่ฉอด : เป็นอันเดียวที่พี่ส่งกลับไปในกลุ่มว่ารับไม่ได้จริงๆที่จะเป็นแฟนกับ “กฤษณ์ ศรีภูมิเศรษฐ์” ซึ่งถ้าย้อนกลับไปดูตอนที่เขาเปิดตัวเป็นแฟนกัน พี่เป็นคนจัดการให้เขา แล้วพี่จะไปแย่งเขามาทำไม จริงๆประเด็นที่เขาถามพี่ทุกคำถามพี่สามารถพูดได้หมดเลย เพราะพี่เองก็เป็นคนรีเช็กตัวเองเวลาที่มีใครมาว่า ก่อนที่จะโกรธเขาหรือรู้สึกไม่ดี พี่จะกลับมาสำรวจตัวเองทุกครั้งว่าพี่ทำแบบนั้นจริงหรือเปล่า ถ้าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นสิ่งที่เราทำ พี่จะยอมรับ เอาเป็นว่าขอให้มาถามกับพี่ อย่าเพิ่งด่วนตัดสินใจ วันนี้กับเราที่เราคิดหรือด่วนตัดสินใจกันไป พี่ว่าการชี้หน้าว่าคนนั้นนี้เลว ทุกวันนี้มันทำได้ง่ายขนาดนี้เลยเหรอ มันง่ายเกินไปหรือเปล่า

พี่ฉอด : บางทีในสิ่งที่หลายๆคนทำอยู่ ละลาบละล้วงเข้าไปในชีวิตคนอื่นมากไป ไม่ได้พูดจากตัวเอง แต่บังเอิญว่าตัวเองมาเจอกับตัว เลยขออนุญาตแชร์ต่อ บางทีผลกระทบต่างๆที่เกิดขึ้นอาจจะสนุกมาก แล้วเราได้อะไร อันนี้พี่ไม่ได้จะมาขอความเห็นใจใดๆ คุณแม่พี่อายุ 80 จะ 90 แล้ว ตกใจมากกับการที่อยู่ๆมีคนมาด่าทอลูก ทั้งๆที่พี่เองเป็นคนที่ไม่ได้ทำอะไรผิดหรือเสียหายมาตลอดชีวิต บางทีเราอาจจะลืมนึกไปว่าสิ่งที่เราสนุกในบางทีมีผลกระทบที่ไม่ใช่ตัวคนนั้นคนเดียว แต่คนรอบๆตัวและครอบครัวก็ได้รับผลกระทบ จริงๆตรงนี้ต้องขอบคุณมากๆสำหรับคนอีกเยอะมากที่เข้ามาให้กำลังใจกันในไอจี จริงๆแล้วเขาเหล่านั้นก็ไม่รู้จักพี่เหมือนกับคนที่ด่าพี่นั่นแหละ เพียงแต่ว่ามันอยู่ที่มุมมองของคนที่มองเห็นว่าเขาเห็นตรงไหนเท่านั้นเอง จริงๆเข้าไปไล่ขอบคุณอยู่นะคะ แต่ขอบคุณไม่หมด ถ้าตกหล่นใครไปก็ขออภัยด้วย ขอบคุณในความเชื่อมั่นและกำลังใจ พี่เป็นคนที่พูดอยู่เสมอว่าพี่มีคนรอบตัวอยู่เยอะ ถ้าวันนี้โกหก พวกเขาก็ต้องรู้ พี่อยู่ในสังคมนี้ พี่ต้องสบตาทุกคนได้ ถ้าพี่เป็นคนชั่ว คนเลว คนผิด พี่คงไม่กล้าสบตาใคร

อย่างไรก็ตาม “อั๋น – ภูวนาท” ยังได้ทิ้งท้ายด้วยการเตือนสติชาวเน็ตในทุกวันนี้ด้วย โดยกล่าวว่า การเปิดใจในวันนี้ที่รายการ Club Friday Show เพราะเรื่องเกิดขึ้นที่นี่ ก็ควรจบที่นี่ เราไม่ได้ทำเฉพาะความแซ่บหรือสะใจ แต่คุณทำตามความแซ่บหรือสะใจหรือเปล่า ลองถามตัวเองดู

keyboard_arrow_up