รวยขึ้นสวนกระแสเศรษฐกิจ 5 มหาเศรษฐีไทย กล้าลุย กล้าวางแผน กล้าเติบโต

เป็นเรื่องน่าสนใจสำหรับข้อมูลที่ทางเว็บไซต์ธุรกิจเศรษฐกิจชื่อดัง Forbes Thailand ได้ออกมาเผยประเด็นเกี่ยวกับ กระแสสวนทางของเศรษฐกิจไทยที่ลดลง แต่ธุรกิจที่อยู่ภายใต้มือของ “มหาเศรษฐีไทย” ตัวเลขที่ส่งต่อจากปี 2559 กลับพุ่งทะยานขึ้นสูงถึง 16% เป็นจำนวนเงิน 1.235 แสนล้านเหรียญสหรัฐ เกินมาตรฐานดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 12% ในรอบปีที่ผ่านมา วันนี้จึงจะพาไปรู้จัก 5 มหาเศรษฐีไทย จาก 50 อันดับมหาเศรษฐีไทยที่ร่ำรวยขึ้นสวนทางกับเศรษฐกิจมาอัพเดตให้ทราบโดยทั่วกัน

เพชร โอสถานุเคราะห์

ปัจจุบันรับตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ที่ก่อตั้งโดยสุรัตน์ โอสถานุเคราะห์ ผู้เป็นบิดา และเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทโอสถสภา จำกัด โดยถือหุ้นร่วมกับรัตน์ น้องชาย และนิธิ ลูกพี่ลูกน้อง ซึ่งเป็นแหล่งผลิตเครื่องดื่มชูกำลัง M-150 และธุรกิจขายสินค้าอุปโภคเก่าแก่ของไทยมานานถึง 125 ปี

แม้จะเป็นนักธุรกิจหัวใจศิลปินที่เคยฝากผลงานในวงการบันเทิงมาก่อน อาทิ เพลงฮิตตลอดกาลอย่างเพียงชายคนนี้ (ไม่ใช่ผู้วิเศษ) แต่ในมุมนักธุรกิจที่สำเร็จการศึกษาทางด้านบริหารธุรกิจ สาขาการตลาด มหาวิทยาลัยเซาเทิร์น อิลลินอยส์ ประเทศสหรัฐอเมริกา คุณเพชรก็มีความคิดก้าวไกล รู้จักชะลอ รู้จักรุกตลาด ไม่ว่าจะเป็นการคาดการณ์ภาวะตลาดหุ้น หรือการขายหุ้น IPO ของโอสถสภา ซึ่งเป็นการขายหุ้นที่ประชาชนทั่วไปมีสิทธิซื้อ ที่ชะลอแผนการเข้าตลาดจากปี 2559 มาขายในปีนี้ โดยทางฟอร์บส์ได้คาดการณ์ไว้ว่า โอสถสภาจะเป็นดีล IPO ขนาดใหญ่อันดับต้นๆ ของตลาดหุ้นไทย และนอกจากธุรกิจเครื่องดื่มที่นำเข้าตลาดแล้ว ยังได้วางแผนนำธุรกิจในเครือที่มีกว่า 50 บริษัทเข้าตลาดด้วย ซึ่งต้องติดตามกันว่าจะนำบริษัทใดเข้า แต่ที่แน่ชัดเลยคือนักธุรกิจผู้รักศิลปะกำลังเตรียมสร้างพิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัย นามว่า แสนแสบ ให้ได้ชมกันเร็วๆ นี้

วิชัย ศรีวัฒนประภา

คุณวิชัย
ทายาทคุณวิชัย อภิเชษฐ์ (ซ้าย) อัยยวัฒน์ (ขวา)

เจ้าพ่อแห่ง King Power มหาเศรษฐีไทยที่รวยที่สุดอันดับที่ 5 ประจำปี 2560 จากการจัดอันดับของฟอร์บส์ ตัวเลขเติบโตทางธุรกิจจากปีที่แล้วจนมาถึงปีนี้พุ่งสูงขึ้น เนื่องจากข้องเกี่ยวกับธุรกิจการท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมาเที่ยวในไทยและมีการจับจ่ายมากขึ้น โดยเฉพาะร้านค้าปลอดภาษีของ King Power ที่มียอดขายเพิ่มขึ้นถึง 20% ทำให้มูลค่าทรัพย์สินของเขาเพิ่มสูงขึ้นแตะ 1.621 แสนล้านบาท ทั้งนี้เมื่อปีที่แล้วเขายังได้ร่วมซื้อหุ้น 21% ในสายการบิน Thai AirAsia ทั้งยังควงตำแหน่งนายกสมาคมขี่ม้าโปโลแห่งประเทศไทย และประธานสโมสรฟุตบอล Leicester City ที่ถือหุ้นเองทั้งหมด 100% โดยยังได้แรงจากลูกชายทั้งสอง คุณอภิเชษฐ์และอัยยวัฒน์ มาร่วมทำธุรกิจคิง เพาเวอร์ ให้ขยายการเติบโตยิ่งขึ้น ควบคู่ไปกับการหมั่นช่วยเหลือสังคม เช่น เด็กผู้มีความสามารถแต่ด้อยโอกาส หรือผู้ประสบภัยใดๆ ก็ตาม

สำหรับความสำเร็จในธุรกิจจนถึงปัจจุบัน พร้อมทั้งมีคอนเน็คชั่นหลายประเทศ คุณวิชัยเคยให้สัมภาษณ์ผ่านนิตยสารแพรว ฉบับ 841 ว่า “ต้องทำให้เขาเชื่อถือเราก่อน ความเชื่อถือมาจากอะไร ความจริงใจ ตรงไปตรงมา ไม่เบี้ยว ไม่โกง พูดคำไหนคำนั้น” ซึ่งเขาก็เป็นนักธุรกิจที่พูดคำไหนคำนั้น และกล้าลุยกับทุกสิ่งที่สนใจจริงๆ

ชูชาติ เพ็ชรอำไพ & ดาวนภา เพ็ชรอำไพ

คุ้นหูกันดีกับคำว่า “เงินติดล้อ” ซึ่งนั่นเป็นธุรกิจของ 2 สามีภรรยา คุณชูชาติ และคุณดาวนภา เพ็ชรอำไพ ที่ร่วมกันก่อตั้งธุรกิจเมืองไทย ลิสซิ่ง แหล่งให้บริการสินเชื่อจำนำทะเบียนรถจักรยานยนต์รายใหญ่ที่สุดของประเทศ หลังจากทั้งคู่ลาออกจากงานธนาคาร โดยปัจจุบันมีลูกค้า 1 ล้านคน และขยายสาขาไปถึง 2,000 สาขา ซึ่งในปี 2559 ทางฟอร์บส์ได้พูดถึงพอร์ตสินเชื่อของธุรกิจเมืองไทย ลิสซิ่ง ว่าเติบโตขึ้นกว่า 80% เป็นจำนวนเงิน 695 ล้านเหรียฐสหรัฐ และราคาหุ้นก็ทะยานขึ้นสูงถึง 60% ซึ่งใจความสำคัญของการดูแลธุรกิจของทั้งคู่คือ การไม่เอาเปรียบลูกค้าและพนักงานของตนเอง โดยเป้าหมายการเติบโตภายในปีนี้ คุณชูชาติและคุณดาวนภาได้วางไว้ที่ 50% และจะขยายสาขาเพิ่มอีก 600 แห่ง

ศุภชัย เจียรวนนท์

ศุภชัย เจียรวนนท์
ศุภกิจ เจียรวนนท์

ไม่ว่ารุ่นไหน ตระกูลเจียรวนนท์ แห่งเครือเจริญโภคภัณฑ์ ผู้ดูแลกลุ่มบริษัทธุรกิจการเกษตรขนาดใหญ่ก็ยังมาแรงเสมอ โดยฟอร์บส์จัดให้เป็นตระกูลที่ร่ำรวยที่สุดอันดับ 1 ของไทย ที่มีมูลค่าทรัพย์สินพุ่งสูงถึง 7.418 แสนล้านบาท จากเดิม 1.035 แสนล้านบาทเมื่อปี 2559 ที่ผ่านมา ซึ่งคุณศุภชัย เจียรวนนท์ บุตรชายคนเล็ก วัย 50 ปี ที่รับธุรกิจต่อจากบิดา นายธนินทร์ เจียรวนนท์ โดยรับผิดชอบดูแลธุรกิจค้าปลีกของบริษัทอย่างสยามแม็คโคร และคุมธุรกิจโทรคมนาคมในเครือทรู รวมถึงบุตรชายคนโต คุณศุภกิจ วัย 53 ปี ที่มาสานต่อธุรกิจจากบิดา ก็ล้วนเป็นทายาทรุ่นที่มาแรง โดยล่าสุดคุณศุภชัยยังได้ประกาศแผนซีพี 4.0 เพื่อปรับธุรกิจตนเองให้เข้ากับยุคดิจิทัลแล้วด้วย ซึ่งธุรกิจนี้ยังมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ

ณัฐชไม ถนอมบูรณ์เจริญ

มีสโลแกนประจำธุรกิจคือ “คาราบาวแดง เชิดชูนักสู้ผู้ยิ่งใหญ่” ซึ่งก็เหมาะสมกับ 3 นักธุรกิจผู้ร่วมเป็นหุ้นส่วนดูแลบริษัทคาราบาวกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ด้วยกัน ได้แก่ คุณเสถียร เศรษฐสิทธิ์ คุณณัฐชไม ถนอมบูรณ์เจริญ และคุณยืนยง โอภากุล (แอ๊ด คาราบาว) ที่แม้จะเจอกระแสตลาดเครื่องดื่มบำรุงกำลังทรุดตัวลง 3% ในไทย แต่ธุรกิจนี้กลับสวนกระแส ยอดขายเติบโตขึ้น 2 เท่า และหุ้นบริษัทพุ่งสูง 55% เมื่อปี 2559 ที่ผ่านมา จากการที่ทั้งทีมร่วมแรงผลักดัน อย่างคุณณัฐชไม เจ้าของหุ้น 26% ได้ประกาศนำหุ้นบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเป็นครั้งแรก และได้ติดโผในอันดับที่ 46 โดยมูลค่าทรัพย์สินมีอยู่ที่ 590 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยเป้าหมายตั้งแต่เริ่มสร้างธุรกิจนี้ ทั้งสามตั้งไว้ว่าจะทำการตลาดและจำหน่ายเครื่องดื่มบำรุงกำลังให้เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง และจะขยายธุรกิจให้ครอบคลุมครบวงจร

 


เรื่อง: Gingyawee_แพรวดอทคอม
ที่มา: 6 มหาเศรษฐีไทย จากการจัดอันดับ 50 มหาเศรษฐีไทยประจำปี 2560, นิตยสารแพรว ฉบับ 841, http://www.carabaogroup.com/th/about/background
ภาพ:

keyboard_arrow_up