แกะฝา!หน้ากากหอยนางรม “โอม ค็อกเทล”ศิลปินมืออาชีพ

งวดเข้ามาทุกทีแล้วสำหรับ The Mask Singer หน้ากากนักร้อง ซีซั่น 2 รอบชิงชนะเลิศ และเมื่อคืนวันที่ 13 ก.ค.ที่ผ่านมาได้มีการแข่งขันในรอบไฟนอลของกรุ๊ป C ระหว่าง หน้ากากหอยนางรม และ หน้ากากเต่า ได้เข้ารอบต่อไปเพื่อแข่งขันกับแชมป์กลุ่ม A B และ D โดยผู้ที่ชนะในรอบนี้ไปก็คือ “หน้ากากเต่า”ทำให้ “หน้ากากหอยนางรม”ผู้แพ้ต้องถูกถอดหน้ากากาออกเฉยตัวตน

ซึ่งเป็นไปตามคาดเพราะบุคคลที่อยู่ภายใต้หน้ากากคือ “โอม-ปัณฑพล ประสารราชกิจ”นักร้องนำวัย 32 ปีจากวง “ค็อกเทล” กลุ่มศิลปินที่คร่ำหวอดอยู่ในวงการเพลงมาถึง 15 ปี มีผลงานอัลบั้มมาแล้ว5อัลบั้ม

หลังจากเปิดหน้ากาก “โอม”เผยความรู้สึกว่าที่ตรงใจศิลปินๆหลายๆคนที่อยู่บนเวที โดยบอกว่า “ผมเชื่อว่าทุกคนมีความรับผิดชอบในแบบของตัวเอง ผมเลยรู้สึกว่าไม่ได้โกหกอะไรตอนตอบคำถาม ผมเป็นหอยทั้งตัวและหัวใจ บางครั้งผมเชื่อว่าน้องๆหรือพี่ๆทุกคนที่อยู่ตรงนี้ เหนื่อย เพราะชื่อเสียงมันค้ำคอ ผมว่าทุกคนเหนื่อยกับการเป็นตัวเองและบางครั้งการได้เป็นคนอื่นบ้างก็ดี”

โอม-ปัณฑพล ประสารราชกิจ

นอกจากนี้ “โอม”ยังได้โพสต์ข้อความขอบคุณและสารภาพเกี่ยวกับเรื่องที่ต้องปิดบังตัวตนด้วย โดยบอกว่า “สวัสดีครับ โอมเองครับ ตลอดระยะเวลากว่าสามเดือนที่ผ่านมา นี่คือช่วงเวลาที่ผมผิดศีลมุสามากที่สุดในชีวิตแล้วครับ ต้องขอโทษทุกคนด้วยจริงๆ ไม่ได้อยากปิดหรอกครับ แต่สิ่งที่ทำให้รายการมีสเน่ห์นั่นก็คือ “ความลับ” ใช่ไหมครับ อันดับแรกขอขอบพระคุณทีมงาน Workpoint ทุกท่าน พี่ดาว พี่จอย น้องอ้อ น้องโบว์ น้องมิวสิค สำหรับการดูแลและความห่วงใยตลอดระยะเวลาที่ได้ทำงานด้วย, ทีมเพลงWorkpoint น้องพลอย น้องเน น้องดุ๊ก ที่ช่วยแนะนำวิธีการร้อง ตลอดจนแอคติ้งในการแสดงบนเวทีและความเห็นต่างๆ ผมได้อะไรใหม่เยอะมากครับ เด็กรุ่นใหม่เก่งจริงๆ, พี่หนึ่งจักรวาลและทีมดนตรีสดที่ช่วยเติมแต่งและปรับปรุงเพลงของผมออกมาเป็นดนตรีสดอย่างงดงาม, พี่หนิง พี่นัท คอสตูมสำหรับชุดหอยนางรมมหัศจรรย์ของผม, พี่แด๊ก ผู้กำกับเวทีที่คอยให้คำแนะนำตลอดการถ่ายทำ, ทีมกรรมการ พี่เต๊ด พี่ตั๊ก พี่นุ้ย ไอซ์ พี่หอย พี่กอล์ฟ ครูอ้วน และพี่หนึ่งสำหรับรอยยิ้มและความเห็นที่มีค่ายิ่ง พี่ช่างแต่งหน้า ทีมไฟ ทีมกล้อง คนวิ่งไปซื้อพวงมาลัย บลาๆๆๆ และอีกหลายท่านที่ไม่อาจกล่าวถึงได้หมด ขอบพระคุณมากครับ ขอบคุณทีมเพลงของเรา หมี กร เหน่ง ที่ช่วยกันเลือก ออกความเห็น ปรับแก้ และเรียบเรียงเพลงทั้งสามเพลงให้ออกมามีสีสันตามจินตนาการและความเอาแต่ใจของผม มาช่วยทำงานแล้วยังต้องมานั่งรูดซิปปากอีก ขอบคุณมากครับ ขอบคุณเพื่อนๆในวงที่ไม่เคยถามจุกจิกให้ลำบากใจในการตอบและกำลังใจในแต่ละสัปดาห์ ขอบพระคุณพี่ๆ Genie Records โดยเฉพาะพี่ฝนผู้รู้ความลับเพียงหนึ่งเดียวมาตั้งแต่แรก ขอบพระคุณครอบครัว คุณพ่อ คุณแม่ น้องสาว น้องเขย หลาน(โตพอจะรู้เรื่องหรือยัง) พ่อตา แม่ยาย และพี่ๆภรรยา สำหรับกำลังใจและการเก็บความลับ….แหม..ผมปิดครอบครัวตัวเองไม่ได้จริงๆครับ คนอื่นๆในครอบครัวด้วยนะครับ คุณน้า คุณอา รวมถึงครูบาอาจารย์ที่จำได้ทันทีว่านี่หลานตัวเอง ศิษย์ตัวเอง ขอบคุณภรรยา…น้องเพ็ญ และ เวฬา ลูกสาว ที่สอนให้หอยนางรม “รำ” ได้ ซ้อมกันจนตี 2 อยู่ด้วยกันหมดทั้งแม่ลูก ความรักจากภรรยาและลูกคือที่สุดของพลังใจแล้วครับ ขอบคุณมากค่ะ ขอบพระคุณคุณลุง น้าปุ๋ม และพี่แป้ง ที่รักษาสุขภาพกายและจิตของโอมตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาครับ ขอบพระคุณบทเพลงดีๆ จากปลายปากกาของนักแต่งเพลงและนักร้องคุณภาพ ทั้งพี่แจ้ ดนุพล และพี่ตั๊กในเพลงหมดห่วง, ปู่จ๋านลองไมค์ ในเพลงตราบธุลีดิน และ The Toys ลูกชายคนเก่งของพี่นิตยา บุญสูงเนิน ในเพลงหน้าหนาวที่แล้วครับขอบพระคุณทุกๆความรู้สึกที่มีให้กับหน้ากากหอยนางรม ทั้งรัก, เกลียด, ชอบ, ไม่ชอบ, เอ็นดู, หมั่นไส้, ฟังวนไป หรือ ฟังรอบเดียว ทุกๆความรู้สึกเหล่านี้เป็นประสบการณ์สำคัญ ถือว่าเป็นแบบฝึกหัดและบทเรียนที่หาไม่ได้อีกแล้วสำหรับผม ความรู้ทั้งหมดนี้ที่ได้รับผมจะนำไปพัฒนาตัวเองและวงของพวกเรา “COCKTAIL” ให้ดียิ่งขึ้นอย่างแน่นอนครับ

ก่อนจะไปถึงตอนสุดท้ายมีสองเรื่องที่อึดอัดอยู่ในใจ แต่พูดไม่ได้เพราะติดหน้ากากครับ ในเพลงตราบธุลีดินนั้นมีหลายท่านชื่นชมในความครีเอทท่อนrapขึ้นเองของหน้ากากหอยนางรม เนื่องจากพี่กอล์ฟได้พูดไว้ว่าผมแต่งขึ้นใหม่เอง เรื่องนี้พี่กอล์ฟน่าจะเข้าใจผิดครับอาจเป็นเพราะเสียงในห้องส่งนั้นนัวกว่าฟังจากทางโทรทัศน์บวกกับท่อนrapที่เร็วๆกับการเปลี่ยนบางคำที่ผมใส่ลงไปเลยอาจทำให้พี่เขาเข้าใจว่าผมแต่งขึ้นใหม่  วันนี้ขอยกเครดิตท่อนนี้คืนให้แก่ปู่จ๋านเจ้าของเพลงครับ ผมไม่อาจรับไว้ได้ครับ

สองคือในเพลงเดียวกัน มีบางท่านชมความครีเอทในการเว้นวรรคคำที่ล่อแหลมเอาไว้ไม่ร้อง จริงๆผมร้องครับ แต่มีการตกลงกันแต่แรกแล้วว่าเมื่อนำมาออกอากาศจะดูดเสียงออกให้ เพราะการร้องสดถ้าเว้นคำไปเลยจะทำให้การออกเสียงคำต่อไปสะดุดและไม่ลื่นเท่าที่ควรครับ ผมไม่สามารถรับเครดิตตรงนี้ได้เช่นกันขอส่งเครดิตให้กับทีมงานWorkpointครับ ท้ายที่สุดนี้ผมดีใจจริงๆที่ได้มาเป็นส่วนหนึ่งของรายการ The Mask Singer Thailand. เรื่องที่เหลือที่อยากพูดก็พูดในรายการไปหมดแล้วตอนถอดหน้ากาก มาพูดซ้ำก็คงตลกครับ เอาเป็นว่าในฐานะคน group C ผมเชียร์หน้ากากเต่าหมดหัวใจครับ 🙂 ตอนนี้……ถึงเวลาที่ผมจะกลับ “บ้าน” สักที หน้ากากหอยนางรมจะกลับมา Oyster Mask Will Return.”

 

keyboard_arrow_up