คิวทองของแท้ “อาโย ทัศน์วรรณ” รุ่นใหญ่ฮ็อตสุดปี 2017 6 เดือนละคร 10 เรื่องรวด!

เป็นนักแสดงอาวุโสที่ยังมีผลงานละครผ่านหน้าจอทีวีหนาแน่นตลอดสำหรับนางเอกเก่าวัย65ปี “อาโย-ทัศน์วรรณ เสนีย์วงศ์ ณ อยุธยา”

อดีตดาราสาวที่แล้วฝากผลงานสร้างชื่อในภาพยนตร์ “ประสาท”โด่งดังจนได้รับรางวัลพระราชทานพระสุรัสวดี (ตุ๊กตาทอง) สาขานักแสดงประกอบหญิงยอดเยี่ยม ผ่านไปเกือบ 40 ปีเธอยังคงมีผลงานโลดแล่นในวงการบันเทิงชุกไม่เปลี่ยน เมื่อได้ทราบว่าเพียงแค่ครึ่งปีแรกละครของเธอออกอากาศไปถึง 10 เรื่อง นับเป็นสถิติที่สูงกว่าบรรดานักแสดงแม่เหล็กของวงการซะอีก

สบโอกาสได้เจอในงานบวงสรวงละครเรื่อง “นางทิพย์”ของค่าย “มีเดีย ซีน จำกัด”จึงไม่พลาดถือโอกาสสัมภาษณ์เกี่ยวกับเรื่องนี้ทันที ซึ่ง “อาโย”อารมณ์ดีหัวเราะดังทั้งยังเปิดเผยว่า เรื่องนี้ถูกเพื่อนหลายคนแซว

ในละครเรื่องล่าสุด “นางทิพย์” รับบทอะไรจะแซ่บสักแค่ไหน เพราะที่ผ่านมาบท “อาโย”ขโมยซีนตลอด?

“เรื่องนี้รับบทเป็น “คุณหญิงทรงสิริ” เป็นภรรยาของนักการเมือง ที่มีสิทธิ์ก้าวขึ้นไปเป็นนายกรัฐมนตรี แต่เป็นนักการเมืองที่ไม่ดีไม่ว่าจะทั้งตัวเขาหรือเมียเขาด้วย ยิ่งบทเราที่เป็นภรรยาไม่ได้รั้งเขาเลยแถมยังยุยงส่งเสริมอีก กลายเป็นร้าย แต่มันมีจุดที่คนดูจะได้เห็นผลของการทำชั่ว โกงกินบ้านเมืองเป็นอย่างไร”

“อาโย”กับ“ขวัญ พิมพ์อัปสร”ลูกสาว

นอกจากรับหน้าที่นักแสดงแล้ว ยังรับหน้าที่ที่ปรึกษาให้กับลูกสาว“ขวัญ พิมพ์อัปสร”ผู้จัดละครเรื่องนี้ด้วย?

“เรียกว่าคอยให้คำแนะนำ อย่างเรื่องนี้เราคัดแต่ตัวแม่เล่นทั้งนั้น วางตัวมานี่ค่าใช้จ่ายสูงเลยแต่ต้องยอม เพราะเราจะเอาใครมาเล่นไม่ได้ ต้องดูว่าคนนั้นเหมาะสมจริงๆ อย่างตัวพระเอกกว่าจะมาลงตัวที่ “อ๋อม”นานมากนะคะ แต่เราดูแล้วว่าเขาเหมาะมากจริงๆ ไม่ว่าจะในพาร์ทพีเรียดรับบทเป็นออกญายุคกรุงแตก เขามีลักษณะชายไทยเมื่อมองแล้วต้องเป็นเขานี่แหละ แล้วในพาร์ทปัจจุบันต้องรับบทด็อกเตอร์ ทำเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์องค์การนาซ่า ลักษณะจะขรึมๆเท่ ขี่บิ๊กไบค์มาสอนนิสิต ซึ่ง “อ๋อม”เหมาะสมมากที่สุดอีกเช่นกัน

ซึ่งนักแสดงที่เราคัดมานั้นเราคิดว่าเหมาะสมกับบทที่ได้รับแล้ว แต่แฟนๆหลายคนอาจจะอยากให้เป็นคนโน้นคนนี้คู่กัน แต่เราในฐานะผู้ผลิตต้องคำนึงถึงความเหมาะสมของตัวละครมากกว่า การทำงานไม่ว่าจะเป็นหนังหรือละคร การวางตัวนักแสดงที่จะมาเป็นตัวละครตัวนั้นตัวนี่มันต้องอยู่ที่ความเหมาะสม ไม่ใช่ดูที่ความพึงพอใจของใครคนใดคนหนึ่งว่า ถ้าเอาเฉพาะคนที่เราชอบมันเหมือนเป็นการฆ่าเขาทางอ้อม เพราะถ้าเขาไปเล่นเป็นตัวละครที่มันไม่ใช่เลย อาจจะดูดร็อปเล่นดูเล่นไม่ถึง”

กับหลายๆปีที่ผ่านมากระแสคู่จิ้นมาแรง บางครั้งจับคู่ไม่ถูกใจคนดูก็เจอต่อต้าน?

“ส่วนหนึ่งเราก็เข้าใจว่าคนดูตอนนี้เขารักของเขา ซึ่งเราก็เข้าใจ แต่ถ้ามันขัดแย้งกับตัวละครจนทำให้ความสมจริงของบทที่เขาได้รับด้อยลงไปมันก็ไม่เป็นผลดี เลยอยากจะเตือนสติท่านผู้ชมนิดนึงว่า อย่าตัดสินการทำงานของกองละครที่ว่าวางตัวใครเป็นใคร โดยเอาความชอบตัวเองเป็นที่ตั้ง คุณต้องดูว่าเรารักคนนี้อยากให้เขาเล่นก็จริง แต่ต้องคำนึงด้วยว่าเขาใช่ตัวละครตัวนี้ไหม เพราะถ้าไม่ใช่เท่ากับคุณทำร้ายเขาเลย

ในทางกลับกันถ้ารับแสดงในบทที่เหมาะสมมันจะช่วยส่งเสริมการแสดงของเขา เพราะฉะนั้นต้องวิเคราะห์หลายอย่าง ในการที่เราจะวิเคราะห์ว่าดาราที่เราวางตัวละครแล้วเอาใครมาเล่นอะไรอย่างนี้ อย่าเพิ่งติไปก่อน”

เวลาคนมาวิจารณ์การแคสติ้งนักแสดงของเรารู้สึกโกรธไหม?

“ไม่ใช่หรอกคิดว่าเพราะเขาใส่ใจเรา ถ้าเขาไม่ใส่ใจเราเขาคงไม่มาแตะมาต้อง แต่มันเป็นพลังที่ผลักดันให้เราเห็นว่าคนสนใจ ถึงแม้บางทีเราจะขัดใจเขาบาง แต่เราคิดเสมอว่าเดี๋ยวเขาจะเห็นเองตอนที่งานออกมาว่า ต้องขอบคุณที่ใส่ใจและสนใจ ถ้าเขาไม่สนใจเขาคงไม่มาวิจารณ์ ถ้ามองอีกด้านหนึ่งก็เหมือนว่าเป็นกำลังใจให้กับคนทำงาน ยิ่งเป็นกระแสไม่ว่าจะด้านไหนก็แล้วแต่ เราต้องยิ่งไม่ประมาทและทำชุ่ยๆมาได้ ถึงแม้จะต้องขัดใจเขาบ้างในการวางตัวละคร แต่อย่างที่บอกมันอยู่ที่ความเหมาะสมจริงๆ แล้วต่อไปห็เป็นหน้าที่ของผู้สร้างที่ต้องทำผลงานออกมาให้คนดูยอมรับให้ได้ว่ามันใช่อย่างที่เข้ามองจริงๆ ออกมามันใช่จริงๆ พิสูจน์ให้เขาเห็นมันก็เป็นกำลังใสจให้กับเรา ไม่ใช่ว่าเขามาสร้างปัญหาให้เรา

มันดีที่เรามีรายได้ต่อเนื่อง แต่ถามว่าเหนื่อยไหม ยอมรับว่าเหนื่อยแต่ว่า ถ้าถามว่าหนื่อยแล้วรับทำไม ก็อยากบอกว่าเรามีความสุขในแบบของเราในงานที่เรารัก เวลาที่เราเล่นเป็นตัวละครตัวนี้ตัวนั้นมันสนุกออกจะตาย พอมีผลงานออกๆไปฟีดแบ็คกลับมาเป็นยังไงเราได้ลุ้นต่อไป”

“อาโย”รับบท “ยายปั้น”จากละคร “ทองเนื้อเก้า”

กับหลายๆเรื่อง “อาโย”ดังกว่านักแสดงนำเสียอีก?

“อย่างเรื่องที่ผ่านมาล็อตใหญ่อาโยเดินไปไหนมาไหนก็มีแต่คนขอถ่ายรูปทั้งๆที่ได้เล่นบทร้าย ส่วนหนึ่งคิดว่าเป็นโชคดีบางทีผู้จัดเขาไว้วางใจให้ไดรับบทดีๆและมองว่าเราเอาอยู่และเขาก็บอกว่าเราทำตามที่เขาต้องการได้จริงๆมันก็เลยมีบทดีๆมาให้เราเล่นตลอดเวลา ผู้จัดหลายคนก็บอกว่าเราได้ดังใจเขา”

ปังทุกบทที่รับแสดง

ผ่านไปเพียงครึ่งปีแต่มีละครออกอากาศถึง10เรื่อง?

“(หัวเราะ)ใช่ค่ะมีแต่คนบอกว่าเห็นเราในโทรทัศน์ทุกวันเลย ซึ่งทุกเรื่องต้องขอบอกว่าถ่ายออนเลยไม่ค่อยมีสต็อกอีกทั้งแต่ละเรื่องก็บทเยอะๆทั้งนั้น แต่ทำได้นะสามารถที่จะบริหารได้แบบไม่มีปัญหา”

เล่นละครเยอะๆแบบนี้เคยสับสนกับบทบาทที่ได้รับไหม?

 “ไม่สับสนเพราะทุกครั้งที่จะเล่นละครสักเรื่องเราต้องทำความเข้าใจกับบทก่อน เราต้องเข้าใจตัวละครทั้งทุกเรื่อง ถ้าเข้าใจแล้วไม่ว่าถ่ายเรื่องไหนเราก็จะเข้าใจตัวละครทั้งหมดที่เราเป็น ซึ่งตั้งแต่“อาโย”รับงานแสดงมาไม่เคยรังเกียจตัวละครที่เราเป็นเลย บางครั้งมีนักแสดงบางคนที่ไม่พอใจบทที่ตัวเองรับ ซึ่งจริงๆแล้วไม่ควรเป็นแบบนั้น คุณจะไม่เห็นด้วยกับการกระทำของเขายังไง คุณก็ต้องคิดอย่างเขาคิด และต้องรับตัวละครและศรัทธาตัวละครตัวนี้ คุณต้องเป็นเขา ถ้าคุณเป็นเขาแล้วไม่ศรัทธาหรือไม่ชอบตัวละครตัวนี้ มีข้อขัดแย้งอยู่ในใจเราเป็นตัวเขาไม่เต็มร้อย และไม่เต็มใจเป็นเขา มันจึงเล่นไม่ดี เหมือนกับว่าเรารังเกีจเขาไม่ได้เพราะเราเป็นเขา ไม่ว่าการกระทำของเขาย้ำแย่แค่ไหนเราก็ต้องคิดเหมือนที่เขาคิด เราต้องพร้อมที่จะเป็นตัวละครทุกตัวที่เราเล่นเพราะเรารับงานเขามาและเราต้องศรัทธาตัวละครตัวนั้น”

เวลาว่างชอบทำอะไรบ้าง?

เป็นคนที่ไม่เคยเหงา ไม่เคยรู้สึกว่าเบื่อหน่ายเพราะมีกิจกรรมที่จะทำเยอะแยะไปหมด อยู่ในกองถ้าว่างจะเอารูปมาวาดบางที ไม่มีงานก็จะเอาบทละครมาดู,อ่านเพื่อทำความเข้าใจ หรือบางทีช่วยลูกด้วยการเอาบทมาตรวจอะไรอย่างนี้ ไปไหนมาไหนจะหิ้วโน๊ตบุ๊คไปด้วย แต่ด้วยวัยเขาเห็นว่าเราใช้โน๊ตบุ๊คก็จะแซว ตื่นเต้นตกใจว่าไม่เคยเห็นคนรุ่นนี้ใช้อย่างนี้

“อาโย ทัศน์วรรณ”สมัยสาวๆ

ดูแลผิวพรรณและสุขภาพยังไง?

ออกกำลังกายแต่ก่อนทำนะโยคะตอนที่มีเวลาแต่ตอนนี้มันไม่มีเวลาเลย แต่ถือว่าตอนที่เราทำงานเราจะเดินตลอดเหมือนได้ออกกำลังกายไปในตัว ส่วนผิวพรรณเป็นคนที่ไม่ค่อยดูแลผิวพรรณตั้งแต่สาวๆแล้วเป็นคนขี้เกีจทาครีมเป็นคนที่ไม่ค่อยติดตามเครื่องบำรุงผิว เป็นมาตั้งแต่สาวๆทุกวันนี้ทาแค่ครีมกันแดด ยิ่งเวลาเรื่องไหนที่ไม่ต้องแต่หน้าจะแฮ็ปปี้มากมันเรียลและมันสบาย วันดีคืนดีก็ปล่อยหน้าโล้นเลย คิ้วไม่เขียนเลย แล้วพอละครออกมามันก็ดูใช่สมบทบาท”

สำหรับเรื่องราวของ“อาโย-ทัศน์วรรณ เสนีย์วงศ์ ณ อยุธยา”นั้นถือเป็นตัวอย่างสำนวนที่ว่ากาลเวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ได้อย่างดีเลยทีเดียว

keyboard_arrow_up