ดีต่อใจ “มิน” เปิดปากถึงอนาคตกับไฮโซ “โอ๊ต-พิทักษ์” รักลงตัว แต่ยังไม่พร้อมแต่ง

ถึงเรื่อง “คู่ซ่ารสแซ่บ” จะเพิ่งลาจอไปเมื่อช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา แต่จริงๆแล้วละครเรื่องนี้ปิดกล้องการถ่ายทำไปตั้งแต่เมื่อปีที่แล้ว โดยตลอดระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมา นางเอกสาว “มิน – พีชญา วัฒนามนตรี” ไม่มีผลงานใดๆเลย เนื่องจากเธอได้เอ่ยปากขอพักกับผู้ใหญ่ ทั้งนี้เมื่อวันที่ 28 มิ.ย. ที่ผ่านมา ถือเป็นครั้งแรกที่สาว “มิน” กลับมารับงานละครอีกครั้งกับเรื่อง “นางทิพย์” ของค่าย “มีเดีย ซีน” ซึ่งการกลับมาในครั้งนี้เธอยังฉีกคาแร็คเตอร์มาร้าย ถือเป็นผลงานที่น่าจับตามองทีเดียว

นอกจากเรื่องงานแล้ว ความรักก็น่าจับตามองไม่แพ้กัน เมื่อ “ปุ๊กลุก – ฝนทิพย์ วัชรตระกูล” เพื่อนซี้ของเธอ ออกมาเผยว่า สาว “มิน” อาจจะกำลังจะมีข่าวดีเร็วๆนี้ งานนี้เมื่อสบโอกาส เลยได้ลองสอบถามจากดาราสาวโดยตรง และได้รับคำตอบว่า อาจจะเป็นเพราะวันเกิดก่อนหน้านี้หวานใจหนุ่มนักธุรกิจ “โอ๊ต – พิทักษ์ สภาธรรม” ให้แหวน เลยทำให้ “ปุ๊กลุก” คิดแบบนั้น ทั้งยังอายุน้อยอยู่ บวกกับยังไม่รู้ว่าจุดไหนถึงจะเรียกว่าพร้อม

“มิน” สวยงามในชุดไทย รับบทผีสาวในละครเรื่อง “นางทิพย์”

ในเรื่องนี้ “นางทิพย์” มีความหนักใจอะไรไหม?

“จริงๆโจทย์ก็คือต้องแตกต่างในเรื่องของวิธีการเล่น คือบทมันก็แตกต่างอยู่แล้ว แต่ว่าเราจะเล่นออกมายังไงให้คนเข้าใจความรู้สึกที่ซับซ้อน จริงๆคาแร็คเตอร์นี้เป็นคาแร็คเตอร์ที่ซับซ้อนมากๆ อ่านแล้วรู้สึกเลยว่าต้องมีฝีมือ ไม่อย่างนั้นคือบทเสียไปเลย ในหนึ่งดวงตาตีความได้เยอะมาก คือมันไม่ได้เครียดนะ แต่คนดูไม่มีทางรู้หรอกว่าการนำเสนอออกไปมันออกมายังไง แต่คนดูเขาจะรับรู้ถึงอารมณ์ตรงนั้นได้ แต่สำหรับการตีความของนักแสดง มันละเอียดมาก”

ตัดสินใจนานไหม?

สักพักเลยค่ะ เพราะตอนที่อ่านบทครั้งแรกรู้สึกว่าไม่เห็นเหมือนที่คุยกัน เรารู้สึกว่ามันมีอะไรให้เล่น แต่ว่ามันก็ไม่ได้มีอะไรให้เล่นขนาดนั้น เพราะเราอยากเล่นอะไรที่ท้าทาย โตขึ้น และยากขึ้น เหมือนแบบชอบหาเรื่อง คือถ้าอะไรที่ง่ายๆจะเบื่อมาก เบื่อๆแบบไม่มีความสุขในการทำงานเลย เราต้องการความเติบโต ต้องการความท้าทายและแปลกใหม่ตลอดเวลา เป็นลักษณะนิสัยของ ‘มิน’ อยู่แล้ว ตั้งแต่สมัยใหม่ๆก็จะหาบทแบบนี้ พยายามไม่รับบทซ้ำๆ เพราะรู้สึกว่าเวลาเล่นแล้วง่วง เบื่อ แต่ถ้าเราได้เล่นอะไรที่มันแตกต่าง ตีความไม่เหมือนเดิม มันก็จะสนุกในการทำงาน หรือถ้าบทที่คล้ายๆกันในคาแร็คเตอร์ คือบางทีโครงเรื่องไม่เหมือน แต่ตัวบทนางเอกจะคล้ายกัน ความท้าทายคือ จะตีความยังไงให้ไม่เหมือนกัน ซึ่งเราทำอะไรแบบนี้มาสักพักนึงแล้ว และได้คุยกับช่องว่าอยากทำอะไรที่มันแปลกใหม่มากๆ ช่องก็เข้าใจ เพราะทุกวันนี้เราทำงานแบบแฟชั่น ไม่สามารถที่จะซื่อสัตย์กับตัวเอง เราไม่สามารถที่จะไม่ทำอะไรที่ตัวเองไม่อยากทำ”

จะฉีกไปแนวบู๊เลยไหม?

 ‘มิน’ มองว่าถ้าจะทำบู๊ต้องทำถึง ไม่ว่าจะเป็นโปรดักชั่นหรือซีจีทุกอย่าง จริงๆแล้วเราเป็นคนแข็งแรงมาก ค่อนข้างเล่นกีฬาเยอะ เรื่องบู๊เลยไม่น่ามีปัญหา เพราะอย่างบางเรื่องมีบู๊ผสมอยู่แล้ว ที่ผ่านมาในหนึ่งเรื่องทำทุกอย่างแหละ ไม่ต้องห่วง เพียงแต่ว่าจะขยายขยี้มันแค่ไหนเท่านั้นเอง”

“มิน” ที่ดูไบ หลังขอทางช่องพักงาน 1 ปีเพื่อใช้ชีวิต

มองหาบทอื่นจากช่องอื่นบ้างไหม?

 “มินเพิ่งต่อสัญญา ซึ่งการต่อสัญญาในครั้งนี้เราได้คุยกันถึงขนาดของระยะเวลาการถ่ายทำเลย เพราะเราไม่อยากถ่ายละคร 2 เรื่องตลอด 7 วันแล้ว อยากจะรับไปทีละเรื่อง ถ้าจบเร็วค่อยต่อเรื่องต่อไป จะไม่มีถ่าย 2 เรื่องในช่วงชีวิตนึง คือที่ผ่านมาใช้ชีวิตถ่ายละคร 7 วันมา 8 ปีแล้ว เรารู้สึกว่าต้องเติบโต อีกอย่างตอนนี้เรามีชีวิตหลายด้าน ขนาดที่ว่าละครที่เมืองจีนเรายังต้องหยุดเลย จริงๆมีติดต่อมาประมาณ 2 เรื่อง เราก็ยังไม่รับ เพราะไม่มีเวลา อีกอย่าง ‘มิน’ คิดว่าถ้าจะทำอะไรสักอย่างก็ต้องทำให้สุด

“ซึ่งปีที่ผ่านมา ‘มิน’ ก็ขอช่องพัก 1 ปี ทุกคนก็งงเหมือนกันว่าทำไม ‘มิน’ ไม่รับละคร คือมันถึงจุดจริงๆ จุดที่แบบรู้สีกไม่เอาแล้ว อยากเที่ยว ซึ่งปีที่แล้ว ช่วงที่ผ่านมา ‘มิน’ เที่ยวบ่อยมาก คือเราอยากใช้ชีวิตและทำอะไรที่แอดเวนเจอร์ ไม่ได้เที่ยวแบบคุณหนูคุณนายด้วยนะ เที่ยวแบบทำอะไรแปลกๆ ชีวิตมันต้องแบบนั่งเฮลิคอปเตอร์หรือทำอะไรที่มันหวาดเสียว ส่วนใหญ่ไปกับครอบครัว อยู่ที่ว่าตอนนั้นใครว่างไปกับ ‘มิน’

“ไม่ได้ติสต์ ‘มิน’ มองว่าพักคือต้องยอมรับว่า 8 ปีที่ผ่านมา ‘มิน’ ทำงานเยอะจริงๆ ที่ผ่านมา ‘มิน’ เป็นคนขยันมากนะ คือรับแทบทุกอย่าง มีช่วงนึงที่เจอกับสื่อจนสื่อไม่มีอะไรจะถาม เราจึงได้คิดว่าชีวิตเรา เราต้องหาอะไรที่มีความสุขกับมัน และทำมันให้เต็มที่ คือเงินมันได้อยู่แล้ว เพียงแต่ว่าเราจะทำอะไรให้เรามีความสุข 8 ปีนี่เร็วมากเลยนะคะ ‘มิน’ รู้สึกว่า ‘มิน’ เพิ่งเข้าวงการ แต่ระหว่างนั้นคือผ่านอะไรมาเยอะมาก อดหลับอดนอน เข้าโรงพยาบาล เราไม่มีวัยเด็กเหมือนเพื่อนๆ ไปมหาวิทยาลัยไม่ต้องพูดถึงเลยค่ะ เรียกว่าวัยความรับผิดชอบไปแล้ว เลยรู้สึกว่าเราต้องใช้ชีวิต”

มีเวลาไปกินผัดไทย

“’มิน’ ได้กินผัดไทย แล้วเหมือนเราใช้ชีวิตแบบนั้นไม่เป็นไปแล้ว เราก็เลยไม่รู้ว่าเราต้องแบบยังไง ซึ่งตลกมากตรงที่แต่ละเรื่องเป็นความบังเอิญ แล้วสุดท้ายเจ้าของเขาก็บอกว่า จริงๆถ้าคุณมินจะมา คุณมินไปนั่งข้างในก็ได้นะ เพราะว่าคนมันเยอะ แล้วมันเบียดกัน เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นเยอะ ทำน้ำหกอะไรอย่างนี้ ซึ่งเราก็ไม่ได้เป็นคนทำหกด้วย เป็นเพื่อนที่นั่งในโต๊ะทำหก แต่เราโดน เรียกว่าเป็นเรื่องขำๆ”

เซ็งไหมช่วงนั้นที่พอมีเรื่องอะไรเข้ามาก็เป็นเราที่โดนตลอด?

“มองว่าดีนะ เพราะหนึ่งคือเราไม่ได้รับงานอะไรเยอะ เลยรู้สึกว่าคนคิดถึง”

อะไรที่เป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้เราอยากจะใช้ชีวิตของตัวเอง ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้เหมือนยอมทำงานมาตลอด?

“แม่มั้งคะ คือมีวันนึงแม่มาถามว่า ‘อยากกินข้าวกับลูก’ เราก็บอกว่าให้แม่มากินที่กอง มันเป็นอย่างนั้นมาตลอด ซึ่งช่วงที่ ‘มิน’ ยุ่งต้องยอมรับว่า ‘ยุ่ง’ จริงๆ คือรับทุกอย่าง และถ้าจะปฏิเสธก็เสียดาย เราก็เลยรู้สึกว่าพอก่อน ไม่รับงาน จน ‘พี่เอส’ ผู้จัดการงง แบบถ้าเขาเป็นผู้จัดการ ‘มิน’ คนเดียวคงจนไปเลย”

“มิน – โอ๊ต” ไปเที่ยวด้วยกันที่ดูไบ

ความรักกับ พี่โอ๊ต” ตอนนี้เป็นยังไงบ้าง?

“ดีนะคะ ต่างคนต่างทำงาน มันก็ลงตัวดี คุณพ่อคุณแม่ให้เกียรติเราตัดสินใจ”

กับ “พี่โอ๊ต” มาเจอกันได้ยังไง?

“เรียนอสังหาริมทรัพย์ด้วยกันที่จุฬาฯค่ะ ตอนนั้นตั้งใจไปทำเกี่ยวกับอสังหาฯ ซึ่ง ‘พี่โอ๊ต’ เขาไปเรียนเหมือนกัน คือเขาทำหลายอย่าง ทั้งทำธุรกิจด้วย แล้วก็เก่งเรื่องการเงินด้วย แล้วเขาก็จะสอนตลอดว่า ถ้าเราหารายได้เยอะๆ เงินก็ต้องมีที่อยู่ จะเก็บไว้เฉยๆก็แพ้เงินเฟ้อ พอคุยไปเรื่อยๆก็ตกผลึก ฉลาดขึ้น เริ่มรู้สึกว่า แปลว่าเราหาเงินได้เยอะ ก็ต้องมาเรียนรู้เรื่องการบริหารการเงินอยู่ดี และการที่เขาเป็นที่ปรึกษาการเงินให้เรา เป็นจุดนี้ที่ทำให้เราได้มาคุยกัน ตอนแรกเขาไม่ได้ชอบ ‘มิน’ นะ ไม่ได้หลงเสน่ห์เลย ไม่รู้จักว่าเราเป็นดารา ตอนที่เราเรียนคอร์สอสังหาฯด้วยกัน เขาไม่เคยคุยด้วย จนจบคอร์สถึงได้มีโอกาสคุยกัน ซึ่งที่เขาเข้ามาคุยก็อยากมาบริหารการเงินให้ ‘มิน’ เราเองสนใจเรื่องนี้เหมือนกัน เลยให้เขาสอน ก็คุยกันไปมายังไงไม่รู้ พี่เขาเริ่มส่งข้าวมาให้ที่กองละคร ตอนแรกงงเหมือนกันว่าส่งมาทำไม แล้วมาหาที่กอง ตอนนั้นเริ่มสงสัยว่าแวะมาทำไม ตอนแรกๆตอนที่พี่ๆนักข่าวถาม ‘มิน’ ยังไม่รู้ว่าสถานะอะไรเหมือนกัน มันก็คลุมเครืออย่างที่บอก

“เริ่มชัดเจนเมื่อไหร่นั้น ‘มิน’ ก็จำไม่ได้ รู้ตัวอีกทีก็แบบว่าเราคุยกันทุกวัน รู้จักกันประมาณ 2 ปีแล้ว แต่เริ่มคุยกันจริงๆ ประมาณ 1 ปี แล้วเขาเป็นผู้ชายนิ่งๆ ส่วนมุมโรแมนติกเท่าที่เห็นมีนะ เขาส่งดอกไม้มาตลอด อย่างวันนี้เปิดกล้องละครก็ส่งมาให้”

“มิน” และเพื่อนซี้  “ปุ๊กลุก”

วันเกิดก็ต้องมีอะไรพิเศษ? 

“ในวันเกิดเราเขาจัดงานให้ มีดอกไม้ แล้วก็มีแหวน”

เลยมีลือว่าจะแต่งงานรึเปล่า?

“คงอย่างนั้นค่ะ ‘ปุ๊กลุก’ ก็แซว แต่มันไม่ใช่แหวนเพชรนะคะ เป็นแหวนแบรนด์ ถามว่าใส่บ่อยไหม ก็ค้องแมตช์กับชุดนะ”

รักลงล็อก อาจจะปีหน้า?

“เราก็ไม่รู้หรอก” (ยิ้ม)

มีแนวโน้มจะมีข่าวดีหรือเปล่า?​

“อีกนานค่ะ แต่ไม่ใช่ไม่พร้อมนะ เราก็บอกไม่ได้ พี่เขาก็เห็นนะ รู้ว่า ‘มิน’ ยังวุ่นวายอยู่ แต่ถ้าเขาขอแต่งจริงๆขึ้นมา อาจจะช็อกนะ เพราะเราก็ไม่รู้ว่าจุดไหนคือพร้อม การแต่งงานคืออะไร ยังไม่เห็นภาพตัวเอง แต่ในฝั่งพี่เขาก็น่าจะมีภาพแล้วหรือเปล่า เพราะเพื่อนๆมีลูกกันหมดแล้ว เขาเองก็อายุ 37 ปีแล้ว แต่ ‘มิน’ ยังไม่ 30 ปีเลย แต่มินว่าเขาหน้าเด็กนะ แล้วนิสัยก็เข้ากันได้เลย”

ครอบครัวเขาดูละครเราไหม?

“ดูค่ะ และพยายามศึกษามินจากข่าว ก็เลยบอกว่าคิดผิดแล้วค่ะ ข่าวก็เป็นด้านนึง มันเป็นความบันเทิง ต้องเติมรสชาติ แต่ความเป็นจริงของชีวิตมันไม่ได้หวือหวาขนาดนั้น (ยิ้ม) มินค่อนข้างสนิทกับคุณพ่อคุณแม่ ถ้าท่านไม่โอเค ใบสั่งออกเลย แต่กับ ‘พี่โอ๊ต’ ก็โอเคค่ะ เพราะเขาเป็นผู้ใหญ่ ถ้าคบเด็กๆ คุณพ่อจะไม่ค่อยโอเค”

คุณพ่อชอบคนทำธุรกิจ?

“คงเพราะคิดว่าจะดูแล ‘มิน’ ได้มั้งคะ ถ้าไม่ทำงานหรือทำงานไม่เป็น คุณพ่อจะชอบคนที่ทำงาน หาเงินด้วยตัวเอง เพราะเขาก็เป็นแบบนั้น หาเงินสร้างตัวด้วยตัวเอง คนที่รวยแล้ว เป็นเจนสอง อาจจะดูแลลูกเขาไม่ได้ แต่ทั้งนี้และทั้งนั้นเขาก็ดูไป ไม่ตัดสินอะไรง่ายๆหรอกค่ะ จะนิ่งแบบดูไม่ออกเลย แต่ท่านบอกว่าสุดท้ายมันเป็นเรื่องของเรา ถ้าลูกโอเค เขาก็โอเค ถ้าดูแล้วมันไม่เข้าท่ามากๆ เขาก็ไม่โอเค ถ้าเราไม่แฮ็ปปี้ เขาก็ไม่แฮ็ปปี้ แต่ช่วงนี้เราก็แฮ็ปปี้ คือคนเรามันต้องหาจุดกึ่งกลางเนอะ คนเราโตกันมาคนละครอบครัว คนละวัย ห่างกันเกือบ 10 ปี ต้องมีจุดกึ่งกลางในข้อตกลง เราจะทำแต่งานก็ไม่ได้ไง พอเราเริ่มต้นความสัมพันธ์ มันก็จะไม่ใส่ใจก็ไม่ได้ ‘มิน’ เพิ่งตกผลึก  ก่อนหน้านี้เราก็ไม่เข้าใจว่าทำงานมันผิดตรงไหน ‘มิน’ ใช้เวลาทำความเข้าใจสักพักเลยค่ะ

นี่นางฟ้าชัดๆ ผีอะไรสวยขนาดนี้!

keyboard_arrow_up