รักอาชีพนักแสดงชัดเจน! นน-ชานน พระเอกฉลาดเกมส์โกง ฝันไกลมุ่งมั่นสู่ระดับฮอลลีวู้ด

ออร่านักแสดงดาวรุ่งอนาคตไกลทยอยเผยออกมาชัดเจนเรื่อยๆ สำหรับ นน – ชานน สันตินธรกุล หรือที่มักคุ้นปากเรียกกันว่า นนกุล นักแสดงวัยรุ่นที่อายุเพียง 21 ปี แต่ได้รับบทบาทท้าทายใหม่ๆ ฝึกความสามารถอยู่เสมอ ซึ่งเขาก็ทำผลงานออกมาได้ดีจนสามารถคว้าหัวใจแฟนๆ ได้จำนวนมาก ไม่ว่าจะทั้งแฟนคลับชาวไทยหรือต่างประเทศก็ตาม

นนกุล – ชานน สันตินธรกุล มีผลงานในวงการบันเทิงครอบคลุมทั้งโฆษณา ซิตคอม ซีรีส์ หนังสั้น มิวสิควิดีโอ และภาพยนตร์ ชื่อของเขาแจ้งเกิดโด่งดังจากซีรีส์วัยรุ่นชื่อดังอย่าง HORMONES วัยว้าวุ่น จนกระทั่งได้มารับบทบาทสุดท้าทายเป็นตัวเอกในภาพยนตร์ชื่อดัง ฉลาดเกมส์โกง ที่ตอนนี้กระแสโด่งดังไปไกลถึงต่างประเทศ Exclusive Talk วันนี้จึงจะพาไปนั่งพูดคุยรู้จักกับหนุ่มคนนี้กันให้มากขึ้น ทั้งเรื่องกระแสตอบรับจากแฟนคลับชาวต่างชาติที่เพิ่มมากขึ้น แนวคิดในการทำงาน การใช้ชีวิต ไลฟ์สไตล์ หรือแม้แต่มุมน่ารักๆ ที่แฟนๆ อ่านแล้วอาจต้องยิ้มตามกันบ้าง รวมถึงความฝันอันยิ่งใหญ่ที่นักแสดงวัยรุ่นคนนี้ตั้งเป้าเอาไว้ว่าอยากเป็นนักแสดงระดับฮอลลีวู้ด

อัพเดตหน่อย เห็นว่าฉลาดเกมส์โกงได้ไปฉายเป็นหนังเปิดในเทศกาลเอเชียน ฟิล์ม เฟสติวัล ที่นิวยอร์ก กระแสตอบรับจากต่างแดนเป็นอย่างไรบ้าง

นน: ครับ ก็คือถ้าเกิดคนไหนได้มีโอกาสไปดูใน YouTube ก็จะเห็นว่ามีช่อง Reaction ต่างๆ เป็นเพจต่างชาติเขามาดู Trailer ของ Bad Genius หรือฉลาดเกมส์โกง เขาก็ดูสนใจเป็นพิเศษเลย ซึ่งอันนี้ผมก็ต้องขอขอบคุณคนไทยกลุ่มหนึ่งด้วยนะ ผมเห็นบางคอมเมนต์ใน YouTube ว่า เรามาลองดันคลิป Trailer นี้ให้ช่อง Channel ต่างชาติดูดีไหม อะไรแบบนี้ ซึ่งผมขอขอบคุณกลุ่มคนเหล่านั้นด้วยละกัน ที่ช่วยเป็นส่วนหนึ่งของเบื้องหลังความสำเร็จนี้

หนังฉลาดเกมส์โกงได้ไปฉายหลายประเทศด้วย

นน: ใช่ครับ ฉายที่สิงคโปร์ไปเมื่อ 8 มิถุนายน 2560 รู้สึกว่าเดี๋ยวปลายเดือนหน้า (กรกฎาคม) จะมีฉายที่ไต้หวันด้วย

ตอนนี้มีแฟนคลับชาวต่างชาติติดตามเพิ่มมากขึ้นด้วย นนรู้สึกอย่างไรกับจุดนี้บ้าง

นน: โอ…รู้สึกดีใจแน่นอนครับ เพราะผมรู้สึกว่ามันเป็นหนึ่งในผลงานที่ผมภูมิใจมากๆ แล้วผมรู้สึกว่าการที่ได้มีคนต่างชาติมาดูหนังไทย แล้วยิ่งเราแสดงด้วย มันเป็นสิ่งที่น่าภูมิใจมากๆ

ตอนนี้มีผลงานอะไรให้แฟนๆ ได้ติดตามกันบ้าง

นน: ครับ ก็ถ้าตอนนี้ถ่ายอยู่เรื่อยๆ จะเป็นบางรักซอย 9/1 ครับผม ก็จะออนทุกวันอังคาร เวลา 19.15 น. ตอนแรกเป็น 19.45 น. ทางช่อง ONE 31 แล้วก็โปรเจ็คท์ S The Series ตอนนี้กำลังอยู่ในช่วงเวิร์คชอปกันอยู่ครับผม ก็จะได้ดูกันภายในปลายปีนี้ ช่วงเดือนพฤศจิกายน

ถามถึงโปรเจ็คท์ S The Series ของค่าย GDH ที่เป็นเรื่องราวระหว่างชีวิตกับกีฬา ในส่วนของนนเป็นตอน ยิงธนู (Archery) ตอนนี้เตรียมตัวไปถึงไหนแล้ว

นน: ใช่ ก็มีต้องยิงธนูเองด้วยครับ ก็คือเราต้องฝึกซ้อมกันประมาณเกือบๆ ปีอะครับ แล้วพอเขาให้เวลาเราค่อนข้างเยอะที่สุดในบรรดาทั้ง 4 เรื่อง พวกเราเลยรู้สึกว่ามันเป็นสิ่งที่พวกเราควรจะทำให้ได้เป๊ะที่สุดกว่าทุกเรื่องเนอะ เพราะว่าเขาให้เวลาเราเยอะที่สุด แล้วก็มันจะมีการไปแข่งด้วยอย่างที่เห็น

ปกติเป็นคนที่จริงจังทุกเรื่องไหม เพราะว่าในบทบาทด้านการทำงาน ตอนนี้นนอายุ 21 ปี แต่ดูเป็นคนตั้งใจ จริงจังมากคนหนึ่ง

นน: ครับ ก็ตั้งใจครับผม เพราะเรารักในอาชีพนี้เนอะ เราก็อยากจะทำออกมาให้ดี แล้วผมก็เชื่อว่าทุกคนที่รักในอาชีพนี้ เขาก็ตั้งใจทำงานกันทั้งนั้นครับ

ตลอดที่ผ่านมา ผลงานของนนมักมีเสียงชื่นชมค่อนข้างมากในเรื่องการแสดงที่มีพัฒนาการค่อนข้างเร็ว มีการทำการบ้านตรงนี้ยังไงบ้าง

นน: ก่อนอื่นเลยเราก็ต้องจำบทเนอะ ผมรู้สึกว่าบทสำหรับตัวละครเป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ ถ้าเกิดเราไม่สามารถจำบทได้อย่างแท้จริง เราไม่สามารถเป็นตัวละครนั้นได้ เราจะเป็นได้แค่ตัวเราที่ไปทำเป็นตัวละครนั้น เพราะว่าบทพูดมันเหมือนกับคำพูดของคนคนนั้นจริงๆ เราจะต้องจำบทให้เข้าไปถึงในสายเลือดเลย ไม่งั้นเราไม่มีทางรู้ได้เลยว่า อ๋อ คนนี้เขาพูดอย่างนี้ ด้วยไดนามิกแบบนี้

ความฝันสูงสุดในอาชีพนักแสดงของนนคือ การเป็นนักแสดงระดับฮอลลีวู้ด

นน: ครับ ก็จริงๆ ผมพูดไปไม่รู้ว่าคนจะเบื่อที่จะฟังหรือยังนะ แต่อย่างที่บอกไปเหมือนก่อนหน้านี้คือ ผมอยากเป็นนักแสดงฮอลลีวู้ด เพราะผมรู้สึกว่าฮอลลีวู้ดเป็นจุดสูงสุดของนักแสดงครับ

แล้วนนมีไอดอลในสายอาชีพนักแสดงเป็นใคร หรืออยากร่วมงานกับใครเป็นพิเศษหรือเปล่า

นน: ถ้าเป็นทางฮอลลีวู้ดผมจะค่อนข้างปลื้มโรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์ ที่เล่นเป็น Iron Man ผมรู้สึกว่าเขามีเสน่ห์บางอย่างที่ตอนนั้นผมดูผมก็ ฮึย! ชอบคนนี้เลย ไม่มีเหตุผลใดๆ ส่วนคนไทย ถ้าวัยเดียวกันก็จะเป็นปันปัน (สุทัตตา อุดมศิลป์) เพราะว่าเหมือนกับได้ข่าวมาเยอะแล้วว่าเขาเป็นนักแสดงที่เก่ง แล้ววัยไล่เลี่ยกับเรา เด็กกว่าเราด้วย เขาเก่ง ผมเลยอยากร่วมงานด้วย เพราะอาชีพนักแสดงมันจะมีเสน่ห์อย่างหนึ่งคือ มันไม่ได้แข่งกันว่าใครจะชนะ ใครจะแพ้ แต่ว่าเราเจอคนเก่งอะ เราจะสามารถพัฒนาตัวเองโดยอัตโนมัติครับ แล้วก็ถ้าเป็นคนที่อายุมากกว่าผมหน่อยก็จะเป็นพี่ต่อ (ธนภพ ลีรัตนขจร) หรือไม่ก็พี่ซันนี่ (ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์) พี่เต๋อ (ฉันทวิชช์ ธนะเสวี) ประมาณนี้ครับ แต่คือผมยังไม่มีโอกาสได้ไปชิมสายละครเยอะ เราก็เลยไม่ค่อยแน่ใจ แต่ถ้าสมมุติว่ามันสามารถเกิดขึ้นได้ ก็อยากจะมีโอกาสร่วมงานกับพี่ญาญ่า (อุรัสยา เสปอร์บันด์) พี่ณเดชน์ (ณเดชน์ คูกิมิยะ) ครับ

มีบทบาทไหนที่คิดว่าต้องเล่นให้ได้สักครั้งในอาชีพนักแสดงของเราไหม

นน: ถ้าสำหรับนักแสดงในประเทศไทยนะ ผมรู้สึกว่าอย่างน้อยตอนนี้ได้มีโอกาสเล่นหนัง ซีรีส์ หนังสั้น เอ็มวี หรือโฆษณาละ ตอนนี้คงเหลือแค่ละครมั้งครับ ที่สำหรับประเทศไทยนะ ที่ยังไม่ได้ลองทำ

ตอนนี้กำลังเรียนอยู่ปีไหนคะ มีการปรับเรื่องเรียนจากคณะการผลิตสื่อภาพยนตร์ วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล กับการทำงานมากขึ้นจากแต่ก่อนยังไงบ้าง

นน: ตอนนี้อยู่ปี 3 แล้วครับ มันก็จะปวดหัวหน่อยตรงพอผมเรียนภาพยนตร์ใช่ไหมครับ ปลายเทอมมันก็จะมีถ่ายหนังสั้น แล้วพอมีถ่ายหนังสั้นปุ๊บ เราก็ต้องเขียนบท กำกับ หานักแสดง หาโลเกชั่น แล้วก็นัดทุกอย่างให้มารวมภายในวันเดียวกัน อันนี้เป็นส่วนที่ปวดหัวมากสำหรับการเรียนภาพยนตร์ เพราะว่ามันจะค่อนข้างกระทบกับงานส่วนหนึ่ง แต่ว่าเราก็ต้องจัดการให้ค่อนข้างดีพอสมควร แต่ช่วงเวลาก่อนหน้านั้นก็จะค่อนข้างไม่ได้เคร่งเครียดมาก

แบ่งเวลาพักผ่อนยังไง เพราะทั้งเรียนและทำงานไปด้วย

นน: ครับ ก็กลับบ้านก็ต้องรีบนอนก่อนเลย (หัวเราะ) คือห้ามทำอะไรอย่างอื่นเลย คือถ้าวันไหนกลับดึกมันต้องนอนเลย เพราะผมรู้สึกว่าการนอนเป็นสิ่งที่สำคัญมาก อย่างน้อยต้องให้ได้สัก 7 ชั่วโมง แต่มันก็ไม่ใช่ทุกครั้ง บางทีก็ 5 ชั่วโมง ก็ต้องสู้ต่อไป

พูดถึงครอบครัว คุณพ่อคุณแม่ได้ดูผลงานของนน ท่านมีให้คำติชมหรือให้กำลังใจเรายังไงบ้าง

นน: ไม่มี ไม่มีคอมเมนต์ให้กำลังใจหรือชมแบบ เฮ้ย เก่งมากลูก ครอบครัวผมจะไม่ใช่แนวนั้น แต่ว่าคุณพ่อผมจะเป็นประเภทที่ไม่ชมตรงๆ แต่ก็รับรู้ได้แหละว่าเขาชื่นชมทางอ้อมอยู่ อย่างเช่น (ยิ้ม) Trailer หนังออก พ่อผมนี่นั่งดูทั้งวันเลย (หัวเราะ) ออกไปจากบ้าน กลับมาบ้านบางทีก็ยังเห็นพ่อนั่งดูอยู่ แล้วก็ไปดูคอมเมนต์ใน YouTube แม่ผมก็จะค่อนข้างเป็นคนไม่ได้ชมจ๋าเหมือนกัน แต่จะมีความแบบ เออ…ก็ดี อย่างนี้ครับ

ปกติเป็นคนแต่งตัวสไตล์ไหน

นน: ผมได้หมดเลย ผมยังไงก็ได้ ขอแค่ชุดมันเข้ารูปกับผมพอ (หัวเราะ) จะเป็นเสื้อยืด เสื้อเชิ้ต หรือเป็นสูทยังไงก็ได้ครับ ไม่ซีเรียส

คิดว่าเสน่ห์อะไรของเราที่ทำให้คนมาชื่นชอบในตัวนน

นน: อันนี้คนบอกนะครับ ผมไม่รู้หรอก ผมไม่สามารถบอกได้ แต่ถ้าคนบอก ก็จะเป็นตา (พร้อมทำท่าชี้ตาตัวเองให้ดู) เพราะตาชั้นเดียว หรือว่ายิ้ม ยิ้มแล้วตาหยี เท่าที่ผมได้ยินคนพูดมานะครับ

เห็นลุคนิ่งๆ เท่ๆ แบบนี้ แต่ก็มีโมเมนต์น่ารักปนฮาเหมือนกัน อย่างการตัดต่อรูปตัวเองกับยุนอา ศิลปินวง Girls’ Generation ชอบเธอตรงไหนบ้าง

นน: ชอบเขาทุกตรงเลยครับ (หัวเราะเขินๆ) ชอบเวลาเขายิ้ม ชอบเวลาเขาแสดงหนัง คือตอนแรกผมก็รู้จักวง Girl’s Generation มาประมาณหนึ่งแล้วแหละ ขอโทษทุกคนด้วยนะครับ แต่ผมรู้สึกว่ายุนอาสวยที่สุดในวง (หัวเราะเขินๆ) ตั้งแต่แรกแล้ว แต่ก็ไม่ได้ชื่นชอบมาก จนมาดูซีรีส์เรื่อง The K2 ผมเห็นเขาแสดงหนัง ผมรู้สึกว่า ฮึย…โลกมันไบรท์ สดใสมากเลยเวลาผมดู อย่างนี้ครับ มันเป็นความชอบส่วนตัวที่บอกไม่ได้

แล้วสเป็คจริงๆ ของนนเป็นยังไง

นน: อืม…สวยสำหรับผม ไม่ต้องสวยสำหรับทุกคน เพราะมันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว ขอแค่สวยสำหรับเราก็พอ แล้วก็ทำอาหารเก่ง เป็นออปชั่นพิเศษ ถ้ามีก็จะดีนะครับผม (ยิ้ม)

ไม่เจาะจงว่าจะต้องเป็นสาวหมวยหรือสาวผิวแทน

นน: ไม่มีๆ พอเราโตมาถึงอายุขนาดนี้แล้ว เมื่อก่อนเราอาจจะรู้สึกว่าสเป็คเราเป็นแบบนี้ แต่จริงๆ คนที่เราเคยคบหรือคุยที่ผ่านๆ มา มันก็ไม่ใช่สเป็คที่เราพูด มันเหมือนกับเราเจอ แล้วเราก็ชอบเลย อย่างนี้ครับ

ย้อนไปก่อนช่วงเริ่มทำงานกับตอนนี้ที่ทำงานแล้ว เห็นการเปลี่ยนแปลงของตัวเราเองอย่างไรบ้าง

นน: ผมรู้สึกว่าเรากล้าที่จะเข้าหาคนอื่นมากขึ้น เราพูดคุยเยอะขึ้น เพราะก่อนที่เราจะเข้าวงการมา ผมรู้สึกว่าผมค่อนข้างที่จะเป็นคนไม่ค่อยพูดเท่าไหร่ แล้วก็เก็บตัวนิดๆ แต่พอเรามาทำงานด้านนี้ มันก็เหมือนหล่อหลอมให้เราต้องเป็นคนที่แอ๊คทีฟตลอดเวลา

ช่วงที่รู้สึกดาวน์ ท้อแท้ มีวิธีจัดการความรู้สึกตัวเองยังไงบ้างให้ลุกขึ้นมาสู้ต่อ

นน: พอผมมีความฝันที่ค่อนข้างไกลเนอะ เราก็จะมีความรู้สึกว่า เฮ้ย กูตายแค่นี้ก็ไม่ได้ดิวะ มันจะไปยังไงอะไร แล้วยิ่งพอเราพูดประกาศว่าเราอยากเป็นนักแสดงฮอลลีวู้ด มันยิ่งจะผลักดันให้เราทำตรงนั้นให้ได้ เวลาเรากล้าที่จะพูดความฝันของตัวเอง นั่นแหละผมรู้สึกว่ามันเป็นการผลักดันตัวเองแล้ว เพราะถ้าเกิดเราไม่ทำ เราได้แต่พูด หรือถ้าเราไม่กล้าพูดความฝันตัวเอง มันก็จะเป็นข้ออ้างข้างในว่าเราไม่ได้พูดสักหน่อยว่าเราจะเป็นอย่างนี้ เพราะงั้นไม่เป็นไรหรอก มันก็จะไม่ได้ใช่ไหมครับ

เป็นคนที่มีฝัน มีการวางแผนอย่างชัดเจนอย่างนี้ ถ้าหากมีเพื่อนหรือคนที่รู้จักที่ยังไม่รู้ว่าตัวเองชอบอะไร จะมีวิธีแนะนำเขาอย่างไรบ้าง

นน: ก็…อันนี้ผมไม่รู้ว่าใช้ได้กับทุกคนหรือเปล่านะ แต่ตอนที่ผมได้ก้าวเข้ามาทำงานด้านการแสดง ผมไม่ได้ชอบก่อน ผมแค่รู้สึกว่า ฮึย เราเห็นพัฒนาการตัวเอง ผมรู้สึกว่ามันก็ดีนะ ผมก็เลยตั้งง่ายๆ เลยว่าที่จุดสูงสุดของอาชีพนักแสดงเราคืออะไร ฮอลลีวู้ดใช่ไหม เซตปุ๊บแล้วไปเลย แล้วเหมือนกับตอนแรกไม่ได้ชอบ พอเรากล้าอยู่กับความฝันที่เราตั้งไว้เบาๆ ก่อนเองครับ มันก็จะเริ่มหนาขึ้นเรื่อยๆ แล้วก็จะเริ่มชอบมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะงั้นผมเลยรู้สึกว่าไม่ต้องเริ่มชอบก่อนก็ได้ สมมุติอยากเป็นนักกีฬาฟุตบอล ก็ตั้งไว้ลอยๆ ก่อนก็ได้ว่าอยากเป็นนักฟุตบอลระดับโลก แล้วเหมือนกับพอเรากล้าพูดกับคนอื่น กล้าบอกความฝันกับคนอื่นอย่างนี้ ตอนแรกอาจจะไม่ได้อยากเป็นจริงๆ ก็ได้ แต่เรากล้าพูด กล้าทำ แล้วทุกอย่างมันจะค่อยๆ ซัพพอร์ตสิ่งที่เรากล้าพูด แล้วมันจะทำให้เราเริ่มรัก แล้วเริ่มเจอในสิ่งที่ชอบ แต่บางคนก็โชคดีที่ไม่ต้องทำอะไรแบบนั้น แล้วก็เจอในสิ่งที่ชอบ ก็มีเหมือนกัน

สุดท้ายฝากความรู้สึกถึงแฟนๆ ที่ติดตามนนมาตั้งแต่แรก จนกระทั่งแฟนๆ ที่เพิ่งเริ่มมาติดตามกันหน่อย

นน: ครับ ก็ขอบคุณแฟนๆ ทุกคน ขอบคุณมากเลย ไม่ว่าจะทั้งในประเทศไทยหรือต่างประเทศ ผมรู้สึกขอบคุณมากที่มาคอยติดตามผม แล้วก็มาคอยรอ มาคอยเจอ มาคอยถ่ายรูปให้ มาคอยให้ขนมอย่างนี้ครับ ผมรู้สึกว่าเขามีแต่ให้อะ ผมรู้สึกว่าอย่างน้อยสิ่งที่ดีที่สุดที่ผมจะให้ได้คือการถ่ายรูปกับพวกเขากลับ การได้ทักทายพวกเขา มันก็โอเค เป็นสิ่งที่ผมทำให้เขาได้ แล้วเขาก็รู้สึกดีใจที่ได้รับ ก็ขอบคุณที่ติดตามกันมาตั้งแต่คนแรกจนคน…ไม่รู้ว่าจำนวนเท่าไหร่ ก็ขอบคุณ แล้วก็หวังว่าคงจะติดตามผมไปเรื่อยๆ นะครับ (ยิ้ม)


เรื่อง: Gingyawee_แพรวดอทคอม
สถานที่: งาน La Roche-Posay Free From Acne สยามเซ็นเตอร์
ภาพ: Saranya Inplum, IG @nonkul

keyboard_arrow_up