แมนสุดพ่อขุนไกร “หนุ่ม-ศรราม” เปิดหมดเปลือก รัก “นิโคล” คบจริงหวังแต่ง

ประเด็นร้อนวงการบันเทิงในรอบหลายวันนี้ที่คนพูดถึงมากที่สุด คงจะเป็นเรื่องใดไปไม่ได้นอกจากข่าวความรักของไอดอลยุค 90 อดีตนักร้องหนุ่มจากค่ายอาร์เอส “หนุ่ม – ศรราม เทพพิทักษ์” และ “นิกกี้ – นิโคล เทริโอ” อดีตศิลปินสาวค่ายแกรมมี่ ที่ล่าสุดตกหลุมรักกัน โดยตลอดระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมา ทั้งคู่พบเจอกันบ่อยๆในงานที่ได้รับเชิญ แต่ก็ไม่ได้รู้สึกชอบพอกัน

เวลาเปลี่ยน ความรู้สึกย่อมเปลี่ยนไป หลังจากที่เปลี่ยนสถานะเป็นการคบหาดูใจเพียง 3 สัปดาห์ แต่ความรักของทั้งสองกลับล้นอกล้นใจ ขนาดที่ว่าฝ่ายชายเอ่ยปากอยากแต่งงานด้วยซะแล้ว ซึ่งเรื่องนี้ “หนุ่ม – ศรราม” ได้เปิดเผยผ่าน Live ของ “วู้ดดี้ – วุฒิธร มิลินทจินดา” น้องชายคนสนิทของเขาด้วยตัวเอง เมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 21 มิ.ย. ที่ผ่านมา โดยนักแสดงหนุ่มได้เล่ารายละเอียดถึงการเจอกันจนตกลงคบกันในที่สุดไว้อย่างน่าประทับใจ

ชีวิตบนเส้นขนานกันมาตลอด 20 ปี

“กี้” เขาเป็นเพื่อนผมมานานแล้ว ประมาณ 20 ปี เจอกันตามงาน ทั้งยังเป็นรุ่นพี่ที่เอแบค แต่หลังจากนั้นก็ไปเรียนต่อที่อเมริกา เขาเกิด 2515 ผมเกิด 2516 และยังออกเทปใกล้ๆกันในยุค 90 “ทาทา ยัง” ”นัท มีเรีย” ฝั่งแกรมมี่ ผมอาร์เอสก็ “ศรราม” “บอยสเก๊าท์” ”เต๋า – สมชาย” เลยรู้จักกัน เจอตามงานก็ทักทายกัน เขาเป็นคนน่ารักและเฟรนด์ลี่

วันหนึ่งเกิดมีการเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์ขึ้น ไลน์ก็เด้ง ซึ่งในมือถือมี 2 “นิโคล” ซึ่งไอดีไลน์เก่าเป็นของผู้จัดการของเขาคนเดิม ซึ่งเขาเองก็เปลี่ยนโทรศัพท์ใหม่เหมือนกัน เราก็แค่อยากจะเช็กดูว่าเป็นเบอร์ของเขาใช่ไหม

ก็เลยส่งข้อความไปว่า “ใช่นิกกี้หรือเปล่า?” ขอเบอร์ได้ไหม จะได้คอนแท็คท์ถูก ก็โทร.ไปหา นัดกินข้าวกัน

เท้าความกันไปมา เลยมาเข้าเรื่องเพลง ซึ่งเขาก็บอกว่าชอบอยู่เพลงหนึ่ง ชื่อเพลง “อยากหมุนเวลา” เขาก็บอกว่ากำลังขออนุญาตทางแกรมมี่ เพราะว่าลิขสิทธิ์มันอยู่ที่เขา เราเลยมีโอกาสพูดคุยแลกเปลี่ยนกันว่าเวลาเราอยากร้องเพลงอะไรก็ให้ทางเจ้าของอีเว้นต์ไปขออนุญาต ไปขอลิขสิทธิ์ แล้วแจ้งไป เขาไปจ่ายค่าลิขสิทธิ์ เราก็นำมาร้อง

เขาก็บอกว่าชอบเพลงนี้มาก ผมเลยถามว่าชอบจริงหรือเปล่า ถ้าชอบ เดี๋ยวผมทำเอ็มวีให้ ทำมิวสิควิดีโอให้ดูเล่นๆ ก็เพื่อนกันที่มีความปรารถนาดี ไม่ได้อยากจะได้อะไรตอบแทน

ตอนที่ถ่ายมิวสิควิดีโอตอนนั้นเรายังไม่รู้สึกอะไร แต่หลังจากที่ถ่ายเสร็จแล้ว มันเกิดความรู้สึกว่าเรามีอะไรคล้ายๆกัน เนื่องจากเราได้มีโอกาสคุยกันมากขึ้น และรู้ว่าเรามีอะไรคล้ายๆกันหลายอย่าง ยกตัวอย่างเช่น คุณแม่ผมเลี้ยงผมมาคนเดียว เพราะคุณพ่ออยู่กองถ่าย เจ้าชู้ ส่วน ”กี้” เขาเลี้ยงลูกคนเดียว เป็นทั้งพ่อ-แม่ “หม่ามี๊นิกกี้” ชอบเดินคาร์ฟูร์ตรงลาดพร้าวซอย 15 “หม่าม้า” ผมก็เดินคาร์ฟูร์ลาดพร้าวซอย 15 ครอบครัวผมและ ”นิกกี้” ตั้งแต่เด็กหาหมอที่โรงพยาบาลวิชัยยุทธ  ทั้งครอบครัวไม่เป็นไร ยังรักษาหมอเดียวกันอีก คุณหมอที่รักษาสมองคุณพ่อผมก็รักษาให้คุณแม่ ”นิกกี้”

บ้านผมแต่ละคนจะมีวันเกิดใกล้ๆกัน แม่ผมเกิด 21 ตัวผมเกิด 22 พี่สาวผมเกิด 24 ส่วน “นิกกี้” เกิดวันที่ 23  “ทิกเกอร์” เกิดวันที่ 2 เดือน 8 ผมเกิดวันที่ 22 เดือน 8”

ประทับใจ “นิกกี้” มีนิสัยหลายอย่างคล้ายคุณแม่ของ “หนุ่ม”

ผมรู้สึกถึงความน่ารักของเขา คือเขาเป็นผู้หญิงที่เป็นได้ทั้งพ่อและแม่ แล้วเขาทุ่มเทให้กับลูกของเขา อีกอย่าง ”ทิกเกอร์” เองก็เป็นเด็กผู้ชายที่น่ารักและมีนิสัยเหมือน “นิกกี้” นอกจากนี้น้องยังเป็นเด็กที่น่ารัก เวลาไปรอ “นิกกี้” ด้วยกันแต่ละครั้ง เขาไม่กล้าสั่งข้าวมากินก่อน เพราะจะรอทานพร้อมคุณแม่

ส่วน “กี้” เอง เขารักคุณพ่อคุณแม่มาก เขาห่วงหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นคุณพ่อคุณแม่ รวมถึงลูก เขาเป็นผู้หญิงตัวคนเดียว แต่ต้องรับผิดชอบทั้งหมด ซึ่งแม่ผมก็เป็นอย่างนี้”

ในชีวิตไม่เคยอยากไปออกรายการไหน แต่วันนี้ขอทำเพื่อ “นิโคล” และ “น้องทิกเกอร์

กับคำตอบของ ”กี้” ในรายการ “THE GUEST (เดอะ เกสท์) ตีสนิทคนดัง” จริงๆเขาถ่ายทำไปแล้ว เพียงแต่ว่าเขาตัดมาโปรโมตช่วงเบรก 3 ที่เขาพูดเรื่องความรัก ซึ่ง “นิกกี้” ตอบความจริงหมดทุกอย่าง และตอบเต็มไปด้วยคุณสมบัติของผู้หญิงไทย เขาเป็นลูกครึ่งก็จริง แต่เขามีคุณสมบัติของสุภาพสตรีไทย ผมชอบที่เขาตอบตามความจริงหมด

“อยากจะถามอะไรมากกว่านี้ ให้ไปถามหนุ่ม หนุ่มเป็นผู้ชาย ‘กี้’ เป็นผู้หญิง ไม่สามารถพูดได้” แต่เผอิญเขาโปรโมตเมื่อวานนี้ พี่สื่อมวลชนเลยอยากจะไปสัมภาษณ์ ซึ่งผมมีคิวไปร่วมงานกับคลับฟรายเดย์อยู่แล้ว ซึ่งก่อนที่จะมางานนี้ผมได้แจ้งกับทีมงานแล้วว่าหลังถ่ายรูปรวมทั้งหมดผมมีงานต่อ ถ้าเกิดจะสัมภาษณ์ ขอความกรุณาประสานพี่ๆสื่อมวลชนด้วยว่าเป็นคิวแรกได้ไหม เพราะผมมีงานต่อ แต่ว่าไม่ได้มีการถ่ายรูปรวมทั้งหมด นักแสดงคลับฟรายเดย์ 9 ก็กลับหมด ผมก็หมดภารกิจ แล้วก็ต้องไปทำงานต่อ อีกอย่างเวลามันไม่ได้ ซึ่งผมแจ้งไว้อย่างชัดเจนตั้งแต่แรกว่าถ่ายรูปรวมเสร็จ ผมขอสัมภาษณ์ก่อน

แต่หลังจากนั้นก็มีข่าวต่างๆออกมา ซึ่งผมได้มีโอกาสคุยกับ “นิกกี้” ด้วย ซึ่งถ้าเป็นเมื่อก่อนผมก็จะเฉยๆ เพราะถือว่าวันหนึ่งคงจะมีโอกาสอธิบาย แต่วันนี้ที่ผมเลือกทำก็คือว่า ผมโทร.หาน้องชายของผมคนหนึ่งกลางดึก ซึ่งคือ “วู้ดดี้”  บอกตามตรงเลยว่าตลอดชีวิตผมไม่เคยรบกวนใครเลย

และผมขออนุญาต (ยกมือไหว้) นี่ไม่ใช่การเตี๊ยมนะครับ ว่าผมจะมาออกรายการของ “วู้ดดี้” ปกติผมไม่ออกทั้งนั้น แต่ครั้งนี้ผมขอร้อง อยากมาออก ไม่ใช่ว่าต้องการแก้ข่าวเพื่อตัวเอง แต่ต้องการให้วันหนึ่งที่ “ทิกเกอร์” อ่านข่าวนี้ เขาจะได้รู้ว่าเพื่อนคุณแม่ของเขาคนนี้เป็นลูกผู้ชาย ไม่อยากให้มีข่าวว่า “นิโคล” พลาด ออกมาคุยฟุ้ง ออกมาจ้อ เพราะจริงๆแล้วคุณแม่เขาไม่ใช่คนอย่างนั้น ซึ่งนี่แหละคือเหตุผลที่ “พี่หนุ่ม” จำเป็นต้องทำ แม้ว่า “ทิกเกอร์” จะอายุ 12 ขวบก็ตาม แต่เขามีความเป็นลูกผู้ชาย เขาต้องไปโรงเรียน ถ้าจู่ๆเพื่อนเขามาพูดกับน้องว่า ทำไมคุณแม่เป็นแบบนี้ แล้วเพื่อนคุณแม่เป็นผู้ชายหรือเปล่า กล้าออกมารับอะไรหรือเปล่า พี่หนุ่มเลยตัดสินใจขอความช่วยเหลือ เพราะวันนี้จำเป็นต้องอธิบายให้พี่ๆสื่อมวลชนทุกคนและผู้ชมได้ทำความเข้าใจกับตัวผมว่าไม่ได้มีเจตนาจะหลบเลี่ยง แฟนคลับมาก็ยังไม่ได้ถ่ายรูป

ผมมองว่าความเป็นจริงต้องบอกกับพี่ๆสื่อมวลชนว่า “พี่หนุ่ม” ต้องไปทำงานตอน 5 โมงเย็น แล้วเขาแจ้งด้วยว่าเวลามันเลท เขามีงานต้องรับผิดชอบ

เมื่อผมมีความรักใหม่เข้ามา ผมก็อยากถนอมมันอย่างดวงใจ

บางอย่างก็ไม่ตรงกัน บางอย่างก็รู้ใจกัน มันเพิ่งเริ่มต้น ยังไม่ถึงเดือนเลย ประมาณ 3 อาทิตย์ ถามว่าใช้คำว่าแฟนได้ไหม ผมไม่อยากใช้ เพราะเป็นผู้ใหญ่แล้ว เวลาผมคบใครก็คิดว่าจะแต่งงานด้วย ผมอยากไปให้ถึงจุดนั้น ผมอยากมีครอบครัว แต่ไม่รู้ว่าเขาอยากแต่งงานกับผมหรือเปล่า ถามว่าเคยคุยไหม ก็ยอมรับว่าเคยคุย แต่มันไม่ใช่ความต้องการแค่คนคนเดียว แต่วันนี้อย่างที่ผมบอก ผมเริ่มมีความรักวันหนึ่ง ผมมีพ่อแม่ พ่อผมเจ็บไข้ได้ป่วย ผมก็ต้องดูแลความรักของผม รักอย่างดวงใจอย่างดีที่สุด แม่ผมก็ต้องดูแลและรักดั่งดวงใจ เมื่อผมมีความรักใหม่เข้ามา ผมก็ต้องรักษาและถนอมมันอย่างดวงใจเหมือนกัน แต่สามความรักนี้จะจากผมไปในรูปแบบไหน ผมไม่รู้ แต่ผมมีและจะรักษามันให้ดีที่สุด และสิ่งที่ผมโทร.หา “วู้ดดี้” คือ ผมตั้งใจที่จะรักษามันอยู่ และนอกจากผมแคร์ความรู้สึกเขาแล้ว ผมแคร์ความรู้สึก “ทิกเกอร์” ด้วย

ผมมีโอกาสได้คุยกับ “กี้” เขาบอกว่าเข้าใจ เขาเป็นคนในวงการเหมือนกัน เขาเองก็โดนแบบนี้มาเยอะ แต่มันไม่ระเบิดขนาดนี้ มันเป็นระเบิดลูกใหญ่มาก ผมก็ได้แต่บอกว่าอย่าไปสนใจเลย

คิดแค่ว่า “หนุ่มกับกี้” ดีกว่า อย่าไปคิดถึงคำว่า “ศรราม” หรือ ”นิโคล” จน “พี่หนุ่ม” ต้องโทร.หา “วู้ดดี้”

ให้ความสำคัญและแคร์คนที่เรารักดีกว่า

พอมีข่าวว่าเราคบกัน คนส่วนใหญ่ชอบ แต่ก็อาจจะมีบางคนรั่วๆหลุดๆบ้าง เช่น ไม่เห็นด้วย แต่อาจจะใช้คำพูดไม่สุภาพผมก็บล็อก เพราะผมคิดอย่างนี้นะ คนไม่ชอบเรา ต่อให้ไปกราบตีนเขา เขาก็เอาตีนมากระทืบหัวเรา แต่ถ้าคนรักเรา ต่อให้เรานอนแก้ผ้า เขาก็ยังเอาข้าวเอาน้ำมาวางไว้ที่หัวเราเลย เพราะฉะนั้นเราแคร์คนที่เรารักดีกว่า

พรุ่งนี้ผมก็ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ผมไม่รู้ว่าคุณพ่อผมจะหมดลมหายใจหรือเปล่า ตัวผมเองถ่ายละคร พรุ่งนี้อาจจะไม่มีงานก็ได้ เพราะฉะนั้นวันนี้ผมมีอะไรที่สำคัญในชีวิต ผมก็เลือกที่จะทำ เพราะพรุ่งนี้ผมก็ไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นแล้ว

ในช่วงสุดท้ายของรายการ “วู้ดดี้” ได้เปิดตัวน้องชายในวงการที่ “หนุ่ม – ศรราม” สนิท ก็คือ “แจ็ค แฟนฉัน – เฉลิมพล ทิฆัมพรธีรวงศ์” มาบอกเล่าความรักของ “หนุ่ม” และ “นิโคล” ให้ได้ฟังด้วย

ตอนแรกที่ทราบก็รู้สึกตกใจเหมือนกันตอนรู้ว่าทั้งสองคบหากัน ส่วนตัวทราบมาก่อนหน้านี้เพราะความบังเอิญ เนื่องจากวันที่ “พี่หนุ่ม” ล้มเจ็บมือ เขาได้โทร.ไปสอบถามอาการ แต่ปลายสายกลับเป็นผู้หญิง ในเวลาต่อมาก็ได้ทราบว่าปลายสายคือ “นิโคล เทริโอ” ที่ผ่านมา “พี่หนุ่ม” ไม่ค่อยเปิดเผยเรื่องความรักสักเท่าไหร่ ส่วนตัวก็ทราบว่า “พี่นิโคล” ก็รัก “พี่หนุ่ม” เหมือนกัน ทั้งยังบอกอีกว่า “นิโคล” พูดเองว่าจะแต่งงานกับ “พี่หนุ่ม” ส่วนตัวผมเชียร์ทั้งสองคนนี้ เพราะพี่หนุ่มเป็นคนดีและเป็นดาราที่น่าเอาเป็นแบบอย่าง

อย่างไรก็ตาม “หนุ่ม – ศรราม” พูดไว้อย่างชัดเจนว่า ตนก็รัก “นิโคล” เพราะถ้าไม่รักก็คงไม่ทำแบบนี้ รวมถึงคุณพ่อคุณแม่ และ “น้องทิกเกอร์” ด้วย ไม่ว่าจะสถานการณ์ใดก็ตาม ผมต้องปกป้องเขา

keyboard_arrow_up