เปิดชีวิตหลังแต่ง “พอลลี่-พรพรรณ” เซเลบผู้มากบทบาท ทั้งนักแสดง นักธุรกิจ และภรรยา

ยังจำภาพบรรยากาศวิวาห์หวานราวกับอยู่บนสรวงสวรรค์ได้อยู่เลย สำหรับคู่รักไฮโซ พอลลี่ – พรพรรณ สิทธินววิธ ทายาทผู้นำเข้าแบรนด์ดัง Cath Kidston และตอนนี้กำลังมีผลงานละครเรื่อง นางแค้น ทางช่อง Workpoint กับเบนซ์ – รัฐพงษ์ รัตนหิรัญญา ผู้บริหารหนุ่มแห่งบริษัทไทยสตีล อิมปอร์ต ลูกชายคนเล็กวัย 36 ปีของไฮโซชื่อดัง สุรีย์ รัตนหิรัญญา ที่ได้จูงมือลั่นระฆังวิวาห์สละโสดไปเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2559 ณ Benedict Studio พร้อมกับไอเดียคู่รักยุคใหม่ ที่ให้แขกนำเงินที่จะใส่ซองงานแต่งงานไปใส่ในกล่องที่ติดป้ายมูลนิธิต่างๆ สำหรับนำไปบริจาคแทน 

Exclusive Talk วันนี้จะพาไปนั่งคุยกับเซเลบสาวคนเก่ง พอลลี่ – พรพรรณ ถึงเรื่องราวชีวิตหลังแต่งงานว่าตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง และความน่าประทับใจกับไอเดียที่ให้แขกที่มาร่วมงานแต่งนำเงินใส่ซองบริจาคให้แก่มูลนิธิต่างๆ นั้น ได้จุดประกายให้คู่บ่าวสาวคู่อื่นๆ ทำได้ เพื่อช่วยเหลือสังคมให้ดีขึ้น การกระโดดมาลุยธุรกิจเดี่ยวของตัวเองจากความรักความชอบที่มีมาอย่างยาวนาน รวมถึงบทบาทในฐานะนักแสดงอิสระที่ผลงานของเธอกำลังออนแอร์อยู่บนหน้าจอในขณะนี้

อัพเดตชีวิตหลังแต่งงาน เป็นอย่างไรบ้าง แตกต่างจากที่คิดเอาไว้หรือเปล่าคะ

พอลลี่: ก็…จริงๆ แล้วนะคะ เป็นคนที่มองเรื่องการแต่งงานเป็นจุดเปลี่ยนของชีวิตอีกจุดหนึ่ง คิดว่ายังไงก็ต้องแตกต่างจากก่อนที่จะแต่งงานอยู่แล้ว แต่ถ้าถามว่ามีคิดไว้บ้างไหมตั้งแต่ก่อนแต่งงาน ก็มีคิดไว้บ้างว่าจะเป็นแบบไหน ก็คิดว่ามันไม่ได้ต่างจากที่เราคิดไว้มาก ด้วยความที่ว่าถึงเราจะไม่ได้คบกันนาน แต่เราก็รู้จักกันมานานแล้วเกือบ 4 ปี เราเลยพอรู้คร่าวๆ ว่าถ้าเราอยู่กับคนนี้ มันจะเป็นแนวไหน ชีวิตเราจะไปทางไหน ไม่ได้ต่างจากที่คิดไว้ แต่ถ้าถามว่าเปลี่ยนไหมหลังจากที่แต่ง ก็ต้องเปลี่ยนอยู่แล้วค่ะ

เปลี่ยนไปอย่างไรบ้างคะ

พอลลี่: อย่างเช่น จากสมัยก่อนเราก็ใช้ชีวิตคนเดียว เวลากลับบ้านเราก็ไม่จำเป็นต้องนึกถึงใคร เดี๋ยวนี้อาจจะต้องนึกมากขึ้นว่าวันนี้พี่เบนซ์จะกินอะไรไหม หรือจะต้องการอะไรหรือเปล่า เราก็จะโทร.หาเขาก่อน เอ๊ะ! วันนี้เราจะไปไหนไหม หรือว่าเราจะเจอกันเลยหรือเปล่า เหมือนในหัวเราก็จะมีเรื่องเขามาครึ่งหนึ่ง ทุกๆ อย่างทุกกิจกรรมที่เราจะทำ เราก็ต้องเพิ่มเขาเข้าไปอยู่แล้วว่า ถ้าเราทำอย่างนี้ เขาจะทำอะไรอยู่หรือเปล่า คือทุกอย่างมันก็จะมีความคิดถึงมากขึ้นค่ะ

ย้อนไปช่วงฮันนีมูนหลังแต่งงานที่เลือกเดินทางไปประเทศอียิปต์ ได้เรียนรู้กันและกันเพิ่มขึ้นจากทริปนี้อย่างไร

พอลลี่: ด้วยความที่เราเป็นกลุ่มเพื่อนอยู่ด้วยกันอยู่แล้วอะค่ะ คือรู้จักกันอยู่แล้ว ก็เคยไปแฮ้งเอ๊าต์ด้วยกัน ไปเที่ยวด้วยกัน แต่ไม่เคยไปเมืองนอกด้วยกัน ก็ไม่ได้แตกต่างอะไรมากมายนะคะ พอหลังจากสถานะที่แต่งงานด้วยกันแล้ว มันจะมีความรู้สึกว่ามีความเปิดเผยมากขึ้น ชิลมากขึ้น อย่างแต่ก่อนที่ยังไม่ได้แต่งงานกัน เวลาไปไหนด้วยกันมันจะมีขอบเขตทางสังคม เพราะเราเองก็เป็นดาราด้วย ดังไม่ดังไม่รู้ แต่อย่างน้อยเราก็ต้องประพฤติตนให้ดี ในกรอบระเบียบวัฒนธรรม ทีนี้วันหนึ่งที่เราแต่งงานไปแล้ว สถานะเปลี่ยนปุ๊บ เวลาที่เราจะทำอะไรในที่สาธารณะเอย ลงรูปเอย มันก็ง่ายขึ้น ชิลขึ้นค่ะ

แพลนเรื่องการมีทายาท พอลลี่ได้วางแผนและคิดไว้เหมือนกันว่าหลังแต่งงานปุ๊บ อยากมีเจ้าตัวน้อยกลางปีนี้ แต่มี 2 อย่างให้ต้องคำนึง จึงต้องเลื่อนไป

พอลลี่: มีค่ะ คิดไว้ตอนแรกคือแต่งปุ๊บก็จะมีประมาณสักกลางปีนี้ แต่ตอนนี้คงเปลี่ยนแล้ว ต้องรออีกสักแป๊บนึง ขอสักปีหน้าหรือกลางปีหน้า เพราะว่าอย่างแรกเลยคือ เรื่องงาน พอลลี่กำลังจะมีโปรเจ็คท์ทำโปรดักท์ กลัวว่าเวลาท้องแล้ว ฮอร์โมนจะสวิง แล้วเวลาทำงานเราต้องไปติดต่องานกับคนอื่นด้วย กลัวว่าอารมณ์จะไม่ปกติเพราะการท้อง รวมถึงการแพ้ท้องของแต่ละคนที่พอลลี่ฟังมาไม่เหมือนกัน บางคนอาจจะต้องอยู่บ้าน อ้วกตลอดเวลา พอลลี่ก็กลัวว่าเราจะเป็นอย่างไร ก็คิดว่าเอาที่เราเซฟและคนอื่นเซฟด้วย ขอเคลียร์งานให้เสร็จก่อน แล้วพองานดำเนินไปได้ดี เราค่อยเริ่มมีน้อง อย่างที่สองคือ พอลลี่เป็นคนเกิดปีมะโรง ซึ่งชงกับปีจอ ถ้ามีลูกปีนี้ แล้วปีหน้าคลอด ลูกจะเกิดปีจอ เรื่องนี้จะเป็นลักษณะธาตุทางศาสตร์จีนนะคะ พอลลี่รู้สึกว่าถ้าในเมื่อช่วงเวลานี้พอดีกับการที่เราต้องทำงานพอดี ก็รออีกแป๊บนึงแล้วค่อยมีก็ได้

จำได้ว่าในวันแต่งงาน คุณพอลลี่และคุณเบนซ์มีไอเดียให้แขกนำเงินที่จะใส่ซองงานแต่งงาน เปลี่ยนไปใส่กล่องที่ติดป้ายชื่อมูลนิธิต่างๆ ไว้ เพื่อนำเงินไปบริจาคทำบุญแทน หลังจากวันนั้นเรื่องราวเป็นอย่างไรต่อบ้าง 

พอลลี่: ใช่ค่ะ (น้ำเสียงตื่นเต้น) เมื่อล่าสุดพอลลี่ไปร่วมงานแต่งงานหนึ่ง แล้วพี่เก๋ – ชลลดาเจอพอลลี่ในงาน พี่เก๋บอกพอลลี่ว่า ขอบคุณมากที่เราทำโครงการสไตล์แบบนี้ขึ้นมา เพราะหลังจากที่พอลลี่ทำไป ก็มีประมาณอีก 2 – 3 คู่ทำเหมือนกัน พอลลี่ก็แปลกใจว่าเราไม่ได้บอกใครมาก บอกเฉพาะแค่คนในงาน แล้วก็บอกพี่ๆ นักข่าว แต่ไม่รู้ว่ามีคนนำไปเขียนลงหรือเปล่า แล้วก็ไม่รู้ว่าคนได้รับข่าวสารนี้หรือเปล่า เพราะเราไม่ได้ตั้งใจจะบอกอะไรขนาดนั้น พอลลี่ทำเพราะมีความสุข แต่กลายเป็นว่ามีคนรู้ พอรู้แล้วทำตาม เราเลยพูดว่า ดีสิพี่เก๋ อย่างน้อยช่วยมากช่วยน้อยเขาก็ได้ช่วย สังคม เราจะได้มีคนช่วยเหลือกันมากขึ้น ซึ่งพอลลี่ก็บริจาคให้พี่เก๋หลายที่ ตอนนี้เหลืออีกแสนนึง ก็คิดว่าจะไปบริจาคให้ที่อื่น อยากให้เงินมันกระจายๆ ค่ะ

นอกจากจะช่วยบริจาคเงินช่วยเหลือมูลนิธิต่างๆ แล้ว คุณพอลลี่ยังมีความคิดนำเงินส่วนหนึ่งที่ได้จากธุรกิจส่วนตัวแบ่งไปอุปการะเด็กๆ ด้วย

พอลลี่: ถ้าทำธุรกิจก็จะแบ่งเงินส่วนหนึ่งไปช่วย ไม่ได้ช่วยแค่น้องหมา น้องแมว แต่จะรวมถึงเด็กๆ ด้วย ซึ่งมันก็จะมีเป็นโครงการใช่ไหมคะ แต่พอลลี่มีความรู้สึกลึกๆ ว่าถ้าพอลลี่พร้อม พอลลี่อยากจะอุปการะเด็ก แต่ไม่ได้อุปการะลักษณะไปอุ้มชูเลี้ยงดูอย่างเดียว แต่เราอยากคัดเลือกเด็กที่เขามีความตั้งใจอยากจะเรียน อยากจะทำสิ่งที่ดีต่างๆ พอลลี่ก็จะช่วยเขา เหมือนพี่เจี๊ยบ – ลลนา พี่เขาก็ไปช่วยคนอื่นหลังเรียนจบ ซึ่งพอลลี่ก็ตั้งใจอยากจะทำอย่างนั้นอยู่แล้วเหมือนกัน แต่ตอนนี้ยังไม่พร้อม จึงช่วยตามมูลนิธิก่อน ส่วนเรื่องอุปการะเด็ก พอลลี่ไม่อยากช่วยแค่คนสองคน คิดไว้ว่าในหนึ่งปีจะคัดและรับจำนวนเท่านี้ โดยรับทุกปี เมื่อส่งเด็กๆ จนพวกเขาเรียนจบ ก็จะสอนให้เขาคืนอะไรแก่สังคม รวมถึงจะเปิดพื้นที่ให้เด็กๆ ได้เทรน ได้ฝึกงานตามแต่ละสายอาชีพ เพื่อให้เขากลับไปช่วยเหลือคน ช่วยเหลือสังคมค่ะ

พูดถึงบทบาทนักแสดงกันบ้าง ตอนนี้เป็นนักแสดงอิสระ อีกทั้งยังยินดีรับเล่นทุกบท ไม่มีปัญหา หากบทนั้นดีและสร้างความสุขให้ตัวเอง

พอลลี่: ตอนนี้เป็นนักแสดงอิสระค่ะ มีงานบ้าง ไม่มีบ้าง อ๊ะ ไม่ใช่ (หัวเราะ) ตอนนี้พอลลี่มีผลงานละครเรื่อง นางแค้น รับบทเป็น ตั้งโอ๋ ทางช่อง Workpoint ก่อนหน้านั้นก็มีละครติดต่อมา แต่พอลลี่เป็นคนทำอะไรได้ดีทีละเรื่อง เพราะเคยรับสองเรื่องแล้วรู้สึกว่าเรายังไม่แข็งแรงในการแสดงมากขนาดนั้น อย่างวันนี้ฉันเป็นคนหนึ่ง พรุ่งนี้ฉันเป็นอีกคนหนึ่ง จะรู้สึกงงๆ และพอลลี่อยากทำอะไรหลายๆ อย่างในชีวิต เพราะฉะนั้นจึงคิดว่าเราควรจะแบ่งเวลา ก็เลยคิดรับละครทีละเรื่อง หลังจากละครเรื่องนางแค้นจบ พอลลี่ไม่รู้ว่าฟีดแบ็กมันจะเป็นอย่างไร ดีไม่ดี ถ้าดี มีละครติดต่อกลับมาอีก แล้วเป็นบทที่ดีและน่าสนใจ ก็คิดว่าจะรับเล่น รวมถึงดูเรื่องระยะเวลา ถ้าระยะเวลาไม่นานมากก็โอเค แต่ถ้าระยะเป็นหนึ่งปีสองปีก็อาจจะรับไม่ได้ เพราะพอลลี่เตรียมตัวอยากจะมีลูก แต่ถ้าไม่นานแล้วบทดีก็อยากรับ เพราะเป็นโอกาสที่ดี เมื่อเราได้มาทำงานด้านนักแสดงก่อนที่เราจะหยุดงานตรงนี้ไป ซึ่งพอลลี่ไม่รู้ว่าจะได้กลับมาหรือเปล่า ก็ยังอยากได้บทดีๆ ได้แสดงดีๆ ไม่จำเป็นต้องเป็นนางเอก เป็นอะไรก็ได้ที่พอลลี่รู้สึกว่าทำแล้วมีความสุข

เห็นว่าบทตั้งโอ๋ในเรื่องนางแค้นต้องปลอมตัวเป็นสาวประเภทสอง และเข้าฉากกับสาวประเภทสองเยอะด้วย มีการเตรียมตัวหรือมีปัญหาด้านการปรับตัวอย่างไรบ้าง 

พอลลี่: คือเขาก็ให้พอลลี่ไปเตรียมตัวเยอะมาก แต่พอลลี่บอกว่าไม่ต้อง เพราะมีเพื่อนเป็นสาวประเภทสองเยอะมาก ตั้งแต่เรียนอยู่ประมาณ ป.5 – ป.6 จริงๆ พอลลี่เป็นคนจริตกะเทยมาก หน้าพอลลี่ดูเป็นผู้หญิงหวาน แต่ความจริงพอลลี่เป็นผู้หญิงห้าว เสียงห้าว แต่ก็มีเตรียมตัวทำการบ้าน เวิร์คชอป เพราะเมื่อถึงเวลาแสดงจริงๆ คนที่เข้าใจบทได้ดีที่สุดก็คือตัวเราเอง ในเรื่องการแสดงบทตั้งโอ๋นี้ พอลลี่จะใส่จริตกะเทยทุกอย่างทุกครั้งเวลาเล่นทุกซีนมันเป็นไปไม่ได้ เราต้องเข้าใจก่อนว่าเราไม่ใช่กะเทย เพราะต้องปลอมตัว กะเทยเองก็ต้องพยายามทำตัวให้เป็นผู้หญิง ไม่ใช่ว่ากะเทยทำตัวให้เป็นกะเทย เพราะกะเทยทุกคนอยากเป็นผู้หญิง เวลาพอลลี่คุยบทกับตีโจทย์อะไรก็ตาม ก็ต้องมีความมั่นใจด้วยว่าพอลลี่รู้สึกอย่างนี้ คิดว่าการเป็นกะเทยของพอลลี่ไม่ได้แปลว่าฉันต้องทำแอ๊คติ้งกะเทย แต่ฉันต้องทำให้เหมือนผู้หญิง แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องเป็นกะเทย ซึ่งก็จะมีความคิดเห็นแตกต่างกันบ้าง แต่สุดท้ายเราก็ต้องตามผู้กำกับ ตามคาแร็คเตอร์ตัวละคร ถามว่ายากไหม ยาก เพราะมันซับซ้อน หลายความคิด และในเรื่องเราก็จะถูกสิงด้วย

มีกำหนดช่วง Family Time สำหรับการนั่งดูละครเรื่องนางแค้นพร้อมกันกับสามี และไม่ได้ดูเปล่า ยังได้คำชมและคำแนะนำจากสามีที่รักอีกด้วย

พอลลี่: อ๋อ ไฟล์ทบังคับค่ะ (หัวเราะ) คือวันจันทร์กับวันอังคารช่วงสามทุ่มถึงสี่ทุ่มจะให้เป็น Family Time (หัวเราะ) เราก็จะมานั่งดูเรื่องนี้กัน เขาก็จะมีคอมเมนต์ว่า ทำไมหน้าม้าตลกจังเลย ฉากนี้ตั้งโอ๋ดูไม่สวยเลย ไม่ชอบ เรื่องแอ๊คติ้งพี่เบนซ์ก็มีคอมเมนต์บ้าง แต่ส่วนใหญ่จะชมว่าน่ารักดีนะ เล่นเก่งนะ ดูแล้วเชื่อ ปกติแล้วพอลลี่เป็นคนเล่นละครแล้วดูผลงานตัวเอง แต่ไม่ได้ดูละเอียดมาก ก็จะดูแล้ว เออๆ สนุกดี แต่ไม่รู้ทำไมเรื่องนางแค้นดูทุกตอน แล้วก็เก็บทุกฉาก เราก็จะรู้ว่าบางอันที่เราดูไม่น่าเล่นแบบนี้เลย น่าจะเล่นอีกแบบหนึ่งก็มี ถ้าตอนนี้เรากลับไปเล่นได้จะไม่เล่นแบบนี้นะก็มี หรือบางอันฉากนี้เราเล่นดีนะก็มี ซึ่งเราจะฟังคอมเมนต์จากพี่เบนซ์ด้วยว่าตรงกับความคิดเห็นเราหรือเปล่า ถ้าไม่ตรง พอลลี่ก็จะบอกว่าฉากนี้พอลลี่ว่าโอเคนะ แต่ถ้าเห็นด้วย พอลลี่ก็บอก เออจริง หรือฉากนี้พอลลี่มองว่ายังเล่นไม่ดี แต่พี่เบนซ์บอกว่าดีแล้ว ก็จะมีการถกเถียงกัน นึกว่ากำลังเรียนหนังสือ ทำวิทยานิพนธ์เลยค่ะ (หัวเราะ)

พอลลี่เล่นเต็มที่ทุกซีน ในเรื่องมีฉากเลิฟซีนด้วย งานนี้คุณสามีไม่หึง แต่ขอให้แจ้งก่อนนิดนึง 

พอลลี่: ทุกซีนเล่นเต็มที่หมด (หัวเราะ) แต่พี่เบนซ์ไม่หึงนะถ้าเป็นงาน แต่เขาก็ดักก่อนตั้งแต่ตอนแต่งงานแล้วว่า เนี่ย เล่นละครเล่นได้เลยเต็มที่ แต่สมมุติถ้ามีฉากอะไรที่เลิฟซีน เขาไม่ห้าม แจ้งเขานิดนึง ให้เกียรติเขานิดนึง พอลลี่ก็แจ้ง ส่งรูปไปให้ดูว่า เนี่ย กำลังเข้าฉากเล่นเลิฟซีนนะ แต่พอลลี่ก็ไม่กล้าให้เขาดูนะ เขินตัวเอง

ทำธุรกิจกระเป๋าแบรนด์ดังร่วมกับพี่สาวมานาน ตอนนี้ลุยเดี่ยวทำธุรกิจด้านอาหารเสริมที่เกิดจากความรักของตัวเอง

พอลลี่: ใช่ค่ะ ก่อนหน้านี้พอลลี่ช่วยพี่สาวทำแบรนด์กระเป๋า Cath Kidston ทำในส่วนพีอาร์ แล้วพอลลี่เป็นคนที่อินเรื่องพวกอาหารเสริมมาก รวมถึงทุกอย่างที่เกี่ยวกับความสวยความงาม ไม่ใช่เพราะว่าเราเสพติดนะคะ แต่เราเป็นคนใส่ใจสุขภาพ แล้วพอลลี่รู้สึกว่าแม่และพ่อเราแก่แล้ว จึงอยากศึกษาตรงนี้เพื่อตอบโจทย์คุณพ่อคุณแม่ด้วย แล้วเราก็รู้สึกว่าเมื่อเราเกิดมาแล้ว ทำไมเราจะไม่รู้ไปให้หมดล่ะ ก็รู้สิ มันไม่ได้เสียหาย เราไม่ได้ไปเสียเงินนี่ ดีไม่ดีเราจะได้รู้รายละเอียดว่าเราจะกินอะไร รู้ว่าสิ่งไหนคือสิ่งที่ดีที่สุด พอลลี่ก็ศึกษาตรงนี้มาสักระยะแล้ว จนเมื่อ 1 – 2 ปีที่แล้วมาตระหนักเอาว่าจริงๆ การกินแต่อาหารเสริมทุกอย่างหรือการที่เราใช้ตัวช่วย ความจริงไม่ผิดนะ แต่มันเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องทั้งหมด ทุกอย่างต้องมีการบาลานซ์ เราต้องกินอาหารให้ครบ 5 หมู่ อาหารที่มีประโยชน์ พอลลี่ก็หลีกเลี่ยงกินเนื้อสัตว์ให้น้อยลง เพราะเนื้อสัตว์มีผลเสียต่อร่างกาย แล้วก็ศึกษาแหล่งที่มาในการเลือกซื้ออาหารว่าออร์แกนิกไหม ดีไหม สดไหม สะอาดไหม ทุกวันนี้พอลลี่จะเลือกทุกอย่างที่จะกิน แต่ก็จะมีวัน Cheat Day ที่พอลลี่จะกินอะไรก็ได้ คือเราก็เลือกดูแลตัวเองมากขึ้น

แต่ถามว่าถ้าไม่กินอาหารเสริมเลยก็ไม่ได้ เพราะพอลลี่คิดว่ามันสำคัญ แล้วพอลลี่จะมีปัญหาอย่างหนึ่งคือ เวลาเดินทางไปต่างประเทศ ไปต่างจังหวัด พอลลี่จะไม่สามารถเลือกอาหารที่จะกินได้ ก็ต้องกินทุกอย่างที่ตรงนั้นมีหรือที่คนหามาให้ บางทีก็จะขับถ่ายไม่ได้ รู้สึกปวดท้อง อึดอัด รวมถึงการเดินทางเปลี่ยนสถานที่บ่อย จึงเริ่มซื้ออาหารเสริมพวกดีท็อกซ์ช่วยขับถ่ายที่ต่างประเทศมากิน รู้สึกว่าทำไมมันดีจังเลย ขับถ่ายได้ดี แล้วไม่ปวดท้อง ก็คิดว่าทำไมไม่มีใครทำออกมาขายที่ไทย เพราะบางทีพอลลี่ก็ไม่สะดวก ต้องสั่งซื้อที่ต่างประเทศตลอด เลยรู้สึกเบื่อ

จึงมานั่งศึกษาเองดู ก็ซื้อทุกยี่ห้อในท้องตลาดไทยมาเปรียบเทียบกัน มาดูข้อมูลหลังกล่อง พอลลี่ไม่รู้ว่าผู้บริโภคเดี๋ยวนี้เป็นอย่างไร แต่ตัวพอลลี่เองจะดูข้อมูล ศึกษาว่าผ่านกระบวนการอะไร ผ่านบริษัทอะไร ผลิตที่ไหน ได้มาตรฐานอะไร ส่วนผสมมีอะไรบ้าง ก็ดูแล้วทุกอย่างค่ะ ส่วนใหญ่มี แต่มีไม่ครบเหมือนที่เราเคยกินของต่างประเทศตามที่เราอยากได้ เราก็เลยคิดว่าทำไมเราไม่ทำ ในเมื่อเรามีความรู้ด้านนี้ ศึกษามาเยอะ มีโรงงานที่เรารู้จัก เพื่อนคุณพ่อก็เป็นเจ้าของ แล้วรู้สึกว่าช่องทางการจัดจำหน่ายเราก็มี พอลลี่ก็เลยไปคุยกับนักวิทยาศาสตร์ที่ออกแบบเรื่องสูตรอาหารพวก Food Science ก็เลยคุยกับเขาไปเลยว่าพอลลี่อยากได้อย่างนี้ ต้องมีตัวนี้ตัวนั้น เขาก็ออกแบบทำสูตรมาให้ เมื่อเราทดลองกินก็แจกเพื่อน ผลตอบรับก็โอเค

ไม่ได้ให้ความสำคัญแค่ดีท็อกซ์เฉพาะลำไส้ แต่ห่วงใยสุขภาพคนที่ดื่มแอลกอฮอล์ รวมถึงในด้านต่างๆ ของคนกินด้วย

พอลลี่: พอลลี่ก็มานั่งคิดว่าเราจะดีท็อกซ์แค่ลำไส้เหรอ บางคนก็ดื่มแอลกอฮอล์ มีปัญหาเรื่องสุขภาพ แล้วจุดที่ดีท็อกซ์ร่างกายเราจริงๆ คือตับ เออ ทำไมเราไม่ดีท็อกซ์ตับไปด้วย ซึ่งจุดนี้น่าสนใจ จึงเกิดคำถามว่าอยากดีท็อกซ์ไหม อยากดีท็อกซ์ระบบเลือดไหม ให้เลือดไหลเวียนดี รู้สึกสดชื่น มีพลัง พอลลี่ก็เลยบอกนักวิทยาศาสตร์ว่า 3 สูตรนี้ต้องมีนะ ทางเขาก็โอเค จะคิดให้ โดยเขาจะดูว่าควรใส่อะไร ปริมาณขนาดไหน สารบางตัวอาจจะเหมือนคนอื่น ชื่อเหมือนคนอื่น แต่จริงๆ แล้วการนำเข้ามาหรือใส่จริงๆ มันไม่เหมือนกัน ต้องดูที่โรงงานดีๆ ด้วย เสร็จแล้วพอลลี่ก็มานั่งคิดว่าหลังจากดีท็อกซ์แล้ว เราจะเอาฟื้นฟูและบำรุงด้วย ก็บอกเขาไปว่าสิ่งที่พอลลี่ต้องการบำรุงคือเลือด บำรุงเส้นผม บำรุงผิว บำรุงเล็บ บำรุงสายตา บำรุงสมอง เขาก็เพิ่มเข้ามาให้

พอได้สูตรมาแล้ว พอลลี่ก็กิน รู้สึกดีขึ้น อันนี้เป็นสูตรที่โอเคแล้ว แต่ยังไม่วายความเรื่องมาก มานั่งคิดว่าอาหารเสริมเพื่อช่วยดีท็อกซ์นั้น คนส่วนใหญ่จะกินก่อนนอน แล้วขับถ่ายตอนเช้า แล้วทำไมไม่มีอะไรมาช่วยให้นอนหลับสบายด้วย เผื่อบางคนนอนไม่หลับ ก็หาส่วนผสมที่เป็นธรรมชาติที่ช่วยเรื่องนี้จนเจอ แล้วใส่เข้าไป ซึ่งมันก็ช่วยทำให้นอนหลับดีด้วย บำรุงสุขภาพด้วย ฟื้นฟูด้วย ดีท็อกซ์ด้วย และไม่ใช่ว่าเลิกกินแล้วจะขับถ่ายไม่ออก เมื่อหยุดกินแล้วก็จะปกติ เพราะว่ามันไปปรับระบบลำไส้ให้มีแบคทีเรียที่ดี แล้วก็ใส่เพิ่มอีกหนึ่งตัวคือ แดนดิไลออน จะช่วยฆ่าเชื้อโรคในอาหารที่อาจไม่สะอาดนักเมื่อเรากินเข้าไป พอลลี่รู้สึกว่าตอบโจทย์เราแล้ว คิดว่าครบที่สุดแล้วตั้งแต่ดูมาในท้องตลาดตอนนี้ค่ะ

มีอุปสรรคอะไรไหมคะสำหรับการลุยธุรกิจเดี่ยว เพราะก่อนหน้านี้พอลลี่ทำธุรกิจร่วมกับพี่สาว

พอลลี่: ไม่มีค่ะ เพราะว่าธุรกิจของพี่สาวมันอยู่ตัวไปตั้งนานแล้ว จริงๆ ตอนนี้คือโฟกัสเรื่องการแสดงเป็นหลัก ณ ที่ผ่านมานะคะ คือทำงาน แล้วก็อยากเป็นผู้จัดละคร ก็มีการศึกษาตรงนี้เพิ่มเติม บางทีเราก็ไปลงเรียนคอร์สต่างๆ เพิ่มเติม ไปศึกษาด้านมาร์เก็ตติ้งในช่วงที่เรามีเวลาว่าง แต่ตอนนี้เราทำโปรดักท์ แล้วเราคิดว่าอยากทำออกมาให้ดี ให้อยู่ไปนานๆ เพราะคุณอาก็เป็นเภสัชกร น้องชายก็เป็นหมอ คืออยู่ในแวดวงเฮลตี้ แล้วเพื่อนพอลลี่หลายๆ คนก็บอกว่าพอลลี่เปิดคลินิกเถอะ เธอรู้เยอะมาก อย่างข้อมูลบางอย่างไม่ผ่านอย. เราก็ศึกษาเพื่อให้รู้ แต่ไม่ใช้ ถึงแม้เราจะไม่ใช่หมอ แต่ก็สามารถแนะนำได้ว่าจะให้คุณไปปรึกษาใคร หรืออันไหนที่ดีสำหรับคุณ

พี่เบนซ์เองก็เป็นนักธุรกิจเหมือนกัน มีให้คำปรึกษาอะไรเราบ้าง

พอลลี่: พี่เบนซ์เขาเป็นทนายมาก่อน แล้วเขาก็เป็นนักธุรกิจ พูดตรงๆ เลยคือ พี่เบนซ์เป็นคนมีวินัยสูงมาก (เน้นเสียง) คือเขาจะเป็นเหมือนเด็กเนิร์ดคนหนึ่ง ที่ดูแล้วเวลาเรียนเลคเชอร์จะสวยมาก ละเอียด แล้วเขาเป็นคนที่ชอบรับความรู้ใหม่ๆ ทุกวัน เวลาพอลลี่อยู่กับเขา มาละ…วันนี้ไปอ่านรีเสิร์ชของคนนี้มา เรื่องนี้มา คือเขาไม่ได้ชอบแค่เรื่องเดียว เขาชอบทุกเรื่องบนโลกที่เกี่ยวกับมนุษย์ งาน หรืออะไรก็ได้ แต่ขอให้มีความรู้ ได้อ่านบทความใหม่ๆ แล้วเขาเป็นคนที่ค่อนข้างฉลาด คลิกอะไรได้เร็ว เขาก็จะไปลงเรียนคอร์สออนไลน์ ไปเรียนเรื่องต่างๆ เขาจะไม่ค่อยอยู่นิ่ง พอลลี่ได้ความรู้จากเขามาโดยไม่ต้องทำอะไร เพราะพอลลี่ชิล ก็จะฟังจากสิ่งที่เขาอ่านแล้วมาเล่าให้ฟัง โดยไม่ต้องไปศึกษาเอง ซึ่งมันเป็นอะไรที่ได้จากกันและกัน อย่างพี่เบนซ์เห็นเราชิล เขาก็ชิลบ้าง พอลลี่ไม่รู้ว่าเขาได้ความรู้สึกที่ดีหรือเปล่า แต่ในเมื่อฉันชิล ก็ชิลบ้าง มันก็เป็นความลงตัวที่น่ารักดี

ส่วนธุรกิจแน่นอนว่าก็คุยกัน ซึ่งพี่เบนซ์เขาจะถนัดด้าน Operation ด้าน Management พอลลี่จะถนัดเรื่องพีอาร์ มาร์เก็ตติ้ง ก็มีการศึกษาและคุยกัน พอลลี่อาจจะไม่เก่งทั้งหมด แต่รู้บ้าง พี่เบนซ์อาจจะรู้ตรงนี้บ้าง ก็มาแชร์กัน แต่ยังไม่เคยทำธุรกิจด้วยกัน เคยแค่รับคำปรึกษาซึ่งกันและกัน แต่ก็มีคิดที่จะทำด้วยกัน แต่คงต้องหลังจากโปรดักท์ของพอลลี่เสร็จก่อน แล้วพี่เบนซ์เขาจะทำฟาร์มด้วย ก็คงต้องหลังจากที่ฟาร์มของพี่เขาเสร็จก่อน เพราะพอลลี่เชื่อว่าการที่เราจะทำอะไรหลายๆ อย่าง แล้วยังไม่ได้เสร็จไปทีละอย่าง มันจะรวน คือเมื่อเราทำสิ่งแรกสำเร็จ เรารู้ขั้นตอนทุกอย่าง เราจะทำอย่างที่สองง่าย อาจจะไม่เหมือนเดิม แต่ว่ามันจะคล้ายๆ เดิม ก็จะมีการวางแผนที่ง่ายขึ้น รายละเอียดจะครอบคลุมขึ้น

ด้านชีวิตคู่มีการให้กำลังใจกันในยามท้อแท้ยังไงบ้าง

พอลลี่: ต้องมีอยู่แล้วค่ะ เราก็คือมนุษย์คนหนึ่ง คงไม่ได้สวยตลอดเวลา มีภูมิคุ้มกันที่ Positive ตลอดเวลา เราก็มี Negative บ้าง รู้สึกดาวน์บ้าง เรารู้สึกว่าถ้าเมื่อไหร่เรารู้สึกอย่างนี้ แล้วเขาให้กำลังใจเรา เรารู้สึกดี สิ่งที่เขาให้กำลังใจเรา แสดงว่าเขาใส่ใจเราดี เพราะฉะนั้นเมื่อเขาเป็นบ้าง เราก็ต้องมานั่งนึกถึงใจเขาใจเราว่า เรายังชอบเลยที่มีคนมาให้กำลังใจเรา ใส่ใจในรายละเอียดว่าเราต้องการอะไร เราก็ให้กำลังใจเขาเหมือนกัน คือชีวิตคู่พอลลี่ว่าจริงๆ มันไม่ได้ง่าย แต่มันก็ไม่ได้ยาก ถ้าเรารักเขาให้เท่ากับรักตัวเอง ซึ่งพอลลี่ว่าเป็นเรื่องยากมากเลยนะ เพราะมนุษย์ทุกคนก็ต้องรักตัวเองก่อน รักตัวเองมากที่สุด กว่าเราจะไปรักคนอื่นได้ นอกจากพ่อแม่ที่อาจจะรักเรามากกว่า แล้วชีวิตคู่อย่างน้อยพอลลี่ว่าต้องมีการให้อภัย ช่วยเหลือกัน การให้อภัยเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะว่าคนในครอบครัวเรา พี่น้องเรา เราเคยทะเลาะไหม เคย เคยด่ากันปะ ด่ากันชนิดที่ว่าไม่ต้องมองหน้ากันก็ได้ แต่เราไม่เคยเกลียดเขา เพราะอะไร เพราะเราให้อภัย เพราะนั่นคือครอบครัวเรา ถ้าเราคิดอย่างนี้ได้กับทุกคนรอบข้างแล้ว เราก็จะไม่เกลียดใคร แต่ถามว่าเรื่องจริงเป็นไปได้ไหม สมมุติเราทะเลาะกับเพื่อน บางทีเราด่าเพื่อนอย่างนี้ หรือเราแอบไปนินทาเพื่อน แล้วเพื่อนรู้ เพื่อนได้ยิน เพื่อนก็เกลียดเราละ แต่ทำยังไงให้ชีวิตเราผ่านจุดนั้นได้ล่ะ พอลลี่ก็เลยเลือกที่จะให้อภัยทุกคน เราก็ศึกษาของเราว่าจะทำยังไงให้ชีวิตเรามีความสุข เราก็เอาสิ่งนี้มาใช้กับชีวิตคู่เราด้วย

คู่รักไฮโซ นักธุรกิจ เมื่อแต่งงานอยู่ด้วยกัน คนมักจะคิดว่าต้องมีบ้านหลังใหญ่ แต่คู่พอลลี่เลือกอยู่คอนโด

พอลลี่: คือจริงๆ แล้วมีแพลนจะสร้างบ้านนะ แต่คงอีกสักปีสองปี เพราะคิดว่าคอนโดเล็กไปสำหรับการที่เราจะมีลูกเหมือนกัน แต่การที่อยู่คอนโดมันปลอดภัยมากนะ ถ้าเรามีบ้าน เราต้องมานั่งดูแลใช่ไหมว่าขโมยจะเข้าบ้านไหม ลืมปิดน้ำปิดไฟไหม ไฟจะไหม้หรือเปล่า มีใครแอบเข้าบ้านหรือเปล่า อะไรจะรั่ว เราจะมีการพะวงเยอะ แต่ถ้าเป็นคอนโดปุ๊บ มันตัดความกังวลไปเลย เรารู้สึกว่ามันดีสำหรับคนที่เริ่มต้นใช้ชีวิตด้วยกัน แล้วยังไม่เคยอยู่ด้วยกันมาก่อน พอลลี่ว่าเป็นสิ่งที่ดีมาก เพราะว่าเราจะตัดปัญหาหลายๆ อย่างที่จะทำให้เราทะเลาะกันออกไปได้ส่วนหนึ่ง เราจะรู้สึกเหมือนสบายตัว แต่ถ้าวันหนึ่งที่เราต้องการบ้าน ต้องการพื้นที่ใหญ่ขึ้น เราจะไม่ย้ายไปอยู่บ้านก็ได้ อยู่คอนโดก็ได้ ถ้าเป็นคอนโดก็สบายตรงจุดนี้จริงๆ แต่ถ้าเรามีบ้าน เราก็ต้องเตรียมใจไว้เลยว่ามันจะต้องมีภาระเพิ่มขึ้นนะ โอเคไหม สำหรับพอลลี่เป็นคนได้หมด พอลลี่คิดว่าเราเป็นแม่บ้านในระดับหนึ่งที่สามารถดูแลบ้านได้ ก็เลยคิดว่าไม่ได้เตรียมใจขนาดนั้นที่จะ โอย…ฉันไปอยู่บ้าน ฉันต้องมีภาระเยอะแน่เลย ทำความสะอาดบ้านอีก คือพอลลี่คิดว่ามันก็มีการเตรียมตัวของมัน

สุดท้ายแล้วชีวิตคู่สอนอะไรพอลลี่บ้าง

พอลลี่: อุ่ย มันเพิ่งเริ่มต้นนะ ถามว่าจะสอนอะไรนั้น มันต้องใช้ระยะเวลานานพอสมควร แต่ถ้าถามว่าสอนอะไรในตอนนี้ พอลลี่ว่าสอนให้เราอย่ามองแค่ตัวเอง อย่ามีความเห็นแก่ตัว ทุกอย่างมันต้องมีคนคนนึง มีครอบครัวเขา มีครอบครัวเราอีก ทุกอย่างมันคือการแบ่งปัน การแชร์ แล้วก็มนุษย์เป็นสัตว์ชนิดหนึ่งที่มีความคิดความอ่าน ความฉลาด และได้รับโอกาสเยอะมาก พอลลี่ว่าตรงนี้มันเป็นอะไรที่มากกว่าสัตว์อื่นๆ ในโลก เพราะฉะนั้นตรงนี้เราอย่าเอาเวลามาทำร้ายสิ่งรอบข้าง โดยที่มันทำให้จิตใจเราหม่นหมองหรือกระทบกับตัวเอง คือพอลลี่ว่าการมีชีวิตคู่ หรืออะไรก็ตามที่เข้ามา ไม่ว่าครอบครัวเราที่มีเราเข้ามาในชีวิตเขา หรือการที่เรามีเพื่อน หรือที่เรามีชีวิตคู่ อะไรก็ตามที่เกี่ยวกับการคอนเน็คท์กัน พอลลี่ว่ามันสอนหมดเลยนะ ให้เราใจเย็น โตขึ้น มีสติ มีเมตตา มีความเข้าใจโลก มีการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ที่เข้ามาในแต่ละวัน พอลลี่ว่าทุกอย่างสอนเราได้หมด ไม่ใช่แค่ชีวิตคู่ แต่สิ่งสำคัญของชีวิตคู่ก็ช่วยให้เราได้เรียนรู้กัน 24 ชั่วโมง สอนเรื่องการให้อภัยและการเห็นใจกันค่ะ

 

อ่านเรื่องราวเพิ่มเติม: 

>> ราวกับยกสรวงสวรรค์มาไว้บนดิน 9 เรื่องสำคัญ ทำไมงานแต่ง “พอลลี่ – เบนซ์” คู่รักไฮโซจึงพิเศษ


เรื่อง: Gingyawee_แพรวดอทคอม
ภาพ: YakYai Paradise, IG @paulesitti @rathpong

keyboard_arrow_up