ทำความรู้จัก 5 ข้อ ประเพณีพิธีเสกสมรส ราชวงศ์อังกฤษ ก่อนชมพระราชพิธีจริง

ประเพณีพิธีเสกสมรส
ประเพณีพิธีเสกสมรส

รู้จัก 5 ข้อ ประเพณีพิธีเสกสมรส ราชวงศ์อังกฤษ

ฤกษ์วันพิธีเสกสมรสของเจ้าชายแฮร์รี่ รัชทายาทลำดับที่ 6 แห่งราชวงศ์อังกฤษ และนักแสดงสาวชาวอเมริกัน เมแกน มาร์เคิล เป็นที่ทราบกันดีแล้วว่าคือวันที่ 19 พฤษภาคม 2561 จัดที่โบสถ์เซนต์จอร์จ ซึ่งเรื่อง ประเพณีพิธีเสกสมรส ของราชวงศ์อังกฤษแม้จะมีการเปลี่ยนแปลงไปตามช่วงเวลาบ้างแต่ก็ยังมีหลายๆ อย่างคงความเหมือนเดิม

แน่นอนว่าภายในโบสถ์วันนั้นจะรายล้อมไปด้วยเหล่าเชื้อพระวงศ์ ครอบครัว และเพื่อนๆ บรรยากาศรอบนอกจะประดับประดาไปด้วยประชากรนับพันคนยืนเรียงรายตามเส้นถนนวินเซอร์ เพื่ออยากจะมีโอกาสได้เห็นพระพักตร์เจ้าชายแฮร์รี่และเมแกนอยู่เคียงข้างกันอย่างมีความสุข ไม่เพียงเท่านั้นยังมีอีกนับล้านคนที่รอชมปรากฏการณ์ประวัติศาสตร์ครั้งใหญ่นี้ที่จะถ่ายทอดผ่านโทรทัศน์และสื่อออนไลน์ต่างๆ

ก่อนจะได้ชมบรรยากาศพระราชพิธีเสกสมรสจริงๆ ในวันดังกล่าว วันนี้ แพรวดอทคอม จึงจะขอพาไปทำความรู้จัก 5 ข้อ เกี่ยวกับธรรมเนียมประเพณีของ พิธีเสกสมรสราชวงศ์อังกฤษ ว่าเขามีดีเทลอะไรสำคัญให้คำนึงถึงบ้าง

ประเพณีพิธีเสกสมรส

แหวนแต่งงานทำจากทองคำเวลส์ (Welsh Gold)

เป็นประเพณีที่สืบทอดกันมาของราชวงศ์อังกฤษมานานร้อยปี ที่ธำมรงค์หรือแหวนแต่งงานจะทำจากทองคำเวลส์ (Welsh Gold) ไม่ว่าจะเป็นแหวนแต่งงานสมัยสมเด็จพระราชินีเอลิซาเบธ พระราชชนนี, เจ้าฟ้าหญิงมาร์กาเร็ต เคานต์เตสแห่งสโนวดอน, เจ้าหญิงแอนน์ พระราชกุมารี และเจ้าหญิงไดอาน่าแห่งเวลส์ ก็ล้วนทำมาจาก Welsh gold เหมือนกัน ส่วนหน้าตาแหวนแต่งงานระหว่างเจ้าชายแฮร์รี่กับเมแกนจะออกมาเช่นไร ต้องรอติดตามกันในวันพิธีเสกสมรส 19 พ.ค.นี้

ประเพณีพิธีเสกสมรส

ประเพณีพิธีเสกสมรส

นำกิ่งก้านของต้นไมร์เทิล (Myrtle) มาประดับเป็นช่อดอกไม้

ไมร์เทิล (Myrtle) เป็นต้นไม้หอมผลิดอกและใบอ่อนรับช่วงฤดูใบไม้ผลิ มีความหมายที่ดีที่รู้จักกันดีในนาม สมุนไพรแห่งความรัก แสดงถึงความรัก ความอุดมสมบูรณ์ ความไร้เดียงสา และเป็นสัญลักษณ์ของการแต่งงาน ซึ่งตามประเพณีจะนิยมนำไมร์เคิลมาประดับเป็นช่อดอกไม้ในรูปทรงโล่ ที่ร่วมกับดอกลิลลีป่า ดอกสวีทวิลเลียม เถาไม้เลื้อยและดอกไฮยาซินธ์ เห็นได้จากเจ้าสาวเชื้อราชวงศ์ต่างๆ ในหลายศตวรรษที่ผ่านมา ตั้งแต่สมเด็จพระราชชนนีไปจนถึงดัชเชสแห่งเคมบริดจ์

ประเพณีพิธีเสกสมรส

วางช่อดอกไม้บนสุสานของทหารไร้นาม

เกือบ 100 ปีมาแล้ว เอลิซาเบธ แองเจลา มาร์เกอริต โบวส์-ลีออน หรือที่รู้จักกันในนาม สมเด็จพระราชินีเอลิซาเบธ พระราชชนนี พระองค์ทรงได้สร้างประเพณีพิธีเสกสมรสของราชวงศ์ที่สืบทอดต่อกันมานาน โดยพระองค์ได้เดินเข้าเวสต์มินสเตอร์แอบบีย์ (ปัจจุบันเป็นโบสถ์ในนิกายแองกลิคัน ตั้งอยู่ทางตะวันตกของพระราชวังเวสต์มินสเตอร์ในนครเวสต์มินสเตอร์ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ) ในวันแต่งงานของพระองค์ แล้วหยุดวางช่อดอกไม้ลงบนสุสานของทหารไร้นาม ด้วยท่าทางระลึกถึงพี่ชายคนโตของพระองค์นามว่า เฟอร์กัส (Fergus) ซึ่งเสียชีวิตในสงครามขณะรับราชการอยู่ในกองทัพ Black Watch ในปี ค.ศ.1915 และเพื่อเป็นการยกย่องต่อผู้เสียชีวิตนับล้านคนและผู้บาดเจ็บในสงครามโลกครั้งที่ 1 แล้วจึงเดินเข้าโบสถ์ ซึ่งพระองค์เป็นเจ้าสาวเชื้อพระวงศ์เพียงคนเดียวที่เดินมาตามทางเดินโดยไร้ช่อดอกไม้ ตั้งแต่นั้นมาเจ้าสาวเชื้อพระวงศ์ต่างๆ จึงได้มีการปรับเปลี่ยนด้วยการนำช่อดอกไม้วางไว้บนสุสาน

ประเพณีพิธีเสกสมรส

ฉายพระบรมฉายาลักษณ์อย่างเป็นทางการ

ธรรมเนียมพิธีเสกสมรสของเหล่าเชื้อพระวงศ์จะมีการฉายพระบรมฉายาลักษณ์ไว้อย่างเป็นทางการ ซึ่งมักจะฉายในระหว่างพระราชพิธีและห้องรับรองพระราชพิธี อย่างงานอภิเษกสมรสของพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 7 แห่งสหราชอาณาจักร และพระราชินีอเล็กซานดรา (ต่อมารู้จักกันในนามเจ้าชายและเจ้าหญิงแห่งเวลส์) เป็นพระราชพิธีครั้งแรกนับจากมีการแนะนำเรื่องการถ่ายรูป และได้ใช้เครื่องมือบันทึกภาพไว้จำนวนมาก ส่วนภาพที่เป็นขาวดำมักจะนิยมใช้มือวาดแทน เพื่อแสดงความเป็นรูปลักษณ์ของภาพวาด สำหรับช่างภาพที่จะมาบันทึกภาพพิธีเสกสมรสของเจ้าชายแฮร์รี่และเมแกนนั้น ทรงได้เลือกช่างภาพที่รู้จักกันดีนามว่า Alexi Lubomirski มาเป็นช่างภาพทางการประจำงาน

ดอกไม้สีส้ม (Orange Blossom)

ดอกไม้สีส้มมักจะนิยมนำมาแมทช์รวมเข้ากับชุดเจ้าสาวในรูปแบบต่างๆ อย่างเมื่อตอนพิธีอภิเษกสมรสของเจ้าชายฟิลิป ดยุคแห่งเอดินเบอระ กับควีนเอลิซาเบธที่ 2 แห่งอังกฤษ ชุดแต่งงานของควีนเอลิซาเบธบริเวณรอบชายเสื้อคลุมได้มีการประดับประดาด้วยดอกไม้สีส้มที่ดีไซน์มาจากผ้า Tulle (ลักษณะเป็นตาข่ายที่มีน้ำหนักเบา นิยมใช้มาทำผ้าคลุมหน้า และชุดแต่งงานมากที่สุด) ร่างเค้าโครงไว้ในเมล็ดไข่มุกและคริสตัล

 

 

 


ที่มาและภาพ: https://www.royal.uk/royal-wedding-traditions, https://www.nowtolove.com.au/royals/british-royal-family/royal-wedding-traditions-48441https://krupumbiokamonrat.wordpress.com/

keyboard_arrow_up