เปิดผนึก 3 บันทึกถึงฝรั่ง คนไทยรักในหลวงรัชกาลที่๙ ด้วยหัวใจ และไม่ได้ถูกล้างสมอง

เปิดผนึก 3 บันทึกถึงฝรั่ง คนไทยรักในหลวงรัชกาลที่๙ ด้วยหัวใจ และไม่ได้ถูกล้างสมอง…

ในช่วงที่ประเทศไทยมีพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพหลายวันที่ผ่านมา สื่อต่างชาติก็ให้ความสนใจอย่างมากเกี่ยวกับการสวรรคตของในหลวงรัชกาลที่๙ รวมถึงงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพที่จัดขึ้น

สำหรับคนไทยนั้น เราพยายามทำอะไรก็ได้เพื่อเป็นการแสดงความอาลัยต่อการเสด็จสู่สวรรคาลัยของพระองค์เป็นครั้งสุดท้ายให้สมพระเกียรติพระองค์มากที่สุด และให้สมกับสิ่งที่พระองค์ได้ทำเพื่อคนไทยมาตลอด 70 ปี ที่ทรงครองราชย์ แต่ก็มีสื่อต่างชาติหัวใหญ่บางแห่งที่อาจไม่เข้าใจจริงๆกับสิ่งที่คนไทยนั้นรู้สึก เนื้อความของ 3 บันทึกนี้ จึงถูกส่งต่อจากสังคมโซเชียล แชร์ออกไปให้คนต่างชาติได้รับรู้อย่างสุภาพและเผ็ดร้อนในบางประโยค ซึ่งเชื่อว่าคงทำให้ฝรั่งมังค่าเข้าใจคนไทยบ้างไม่มากก็น้อย

บันทึกฉบับที่ 1 : They Said We Were Brainwashed

อดีตนักร้องสาวจบจากคณะมัณฑศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร “เอิน -กัลยกร นาคสมภพ” เธอได้เขียนบล็อคนี้ขึ้นมาตั้งแต่เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2559 ในชื่อ They Said We Were Brainwashed พวกเราน่ะเหรอ โดนล้างสมอง…

เนื้อหาของบทความนี้เธออธิบายถึงว่าทำไมคนไทยถึงรักและเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างละเอียด และมีประโยคที่กินใจที่สุด ซึ่งเธอไม่ได้ร้องขอว่าให้คนอื่นมารักหรือเข้าใจในสิ่งที่คนไทยโศกเศร้า แต่จงเคารพในการสูญเสียของเราด้วย

อ่านต่อที่นี่

บันทึกฉบับที่ 2 : A King’s funeral, and a chance to show the world the best of Thai 

เขียนโดยคุณแดน บลาฮาสสกี้ นักเขียนชาวอเมริกัน แปลโดยคุณกลอยตา ณ ถลาง ซึ่งได้ตอบโต้เกี่ยวกับการวิจารณ์เรื่องงบการใช้จ่ายในงานพระราชพิธีฯ ที่ทางสื่อหัวนอกนำเสนอ อ่านฉบับภาษาอังกฤษ คลิกที่นี่

ส่วนภาษาไทยที่ทางคุณกลอยตา ณ ถลาง แปลออกมาดังนี้

“เรารักความอลังการ – การแสดงออกในการเฉลิมฉลองหรือการไว้ทุกข์อย่างอลังการ ทำให้เราในฐานะมนุษย์สามารถเชื่อมโยงกับคนที่เรารักได้ลึกซึ้งขึ้น คนทั่วโลกชื่นชอบที่จะได้เห็นพิธีอภิเษกสมรสของเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์และเลดี้ไดอาน่า เมื่อไม่นานมานี้ ชาวโลกก็ชื่นชมกับพิธีอภิเษกสมรสของเจ้าชายวิลเลี่ยมและเคท มิดเดิลตัน

ประชากรประเทศเราร่วมกันไว้อาลัยกับการสูญเสียประธานาธิบดีจอห์น เคนเนดี้ผู้ยิ่งใหญ่ในปี พ. ศ. 2506 มีคนนับแสนชุมนุมอยู่หน้าทำเนียบขาวเพื่อรอโอกาสที่จะเข้าไปอำลาประธานาธิบดีที่รักเป็นครั้งสุดท้าย คนทั้งประเทศร้องไห้ ประมุขแห่งรัฐและสมาชิกราชวงศ์จากทั่วโลกบินไปวอชิงตันเพื่อแสดงความเคารพ ค่าใช้จ่ายในครั้งนั้นทั้งหมดคิดเป็นเงินประมาณ 40 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยยังไม่ได้ปรับอัตราเงินเฟ้อ ซึ่งในตอนนั้นไม่ได้เป็นประเด็นปัญหาอะไร และจริงๆ แล้วก็ไม่ควรจะเป็นประเด็นใดๆ ให้นำมากล่าวถึงเลยด้วยซ้ำ

ไม่แปลกใจที่มีการใช้จ่ายอย่างเต็มที่เพื่อจัดพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช พระมหากษัตริย์ลำดับที่เก้าในราชวงศ์จักรี ผู้ทรงครองราชย์เป็นเวลา 70 ปี ในระหว่างพระราชพิธีนี้ เราได้เห็นความยิ่งใหญ่ในสองรูปแบบด้วยกัน รูปแบบแรกคือความยิ่งใหญ่อลังการของงานพระราชพิธี ส่วนความยิ่งใหญ่รูปแบบที่สองคือการที่คนไทยจำนวนมหาศาลเดินทางไปถวายความอาลัยแด่ “พ่อของคนไทยทุกคน” ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ

พระราชพิธียิ่งใหญ่นี้เปิดโอกาสให้คนไทยทุกคนได้แสดงออกถึงความโศกเศร้าเสียใจของตน ยิ่งไปกว่านั้น ยังทำให้พวกเขามีโอกาสที่จะสร้างมิตรภาพระหว่างกันและกัน มีโอกาสได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของตนเองอย่างลึกซึ่งขึ้น เพื่อเผยให้โลกได้เห็นถึงความมหัศจรรย์” อ่านต่อได้ที่นี่

บันทึกฉบับที่ 3 : จากผู้ใช้ Facebook คนไทย (ขอสงวนนามและภาพ)

สำหรับเนื้อความของหนุ่มไทยคนนี้ เขาเข้าไปคอมเม้นต์ตอบสาวฝรั่งที่เขามีวิจารณ์ถึงเรื่องจำนวนเงินที่ใช้ในพระราชพิธีฯนี้ ซึ่งก็มีการตอบโต้กันอย่างเผ็ดร้อนจนเกิดการแชร์เป็นจำนวนมาก ทั้งนี้ขอตัดเพียงเนื้อหาบางส่วนมาให้อ่าน

“ถ้าเป็นคุณ คุณจะจ่ายเงินเท่าไหร่เพื่อแสดงออกถึงความรัก ความเทิดทูนแด่พระองค์ซึ่งเป็นที่รักเป็นครั้งสุดท้าย เงิน 90 ล้าน มันเทียบไม่ได้เลยกับเงินที่กองทัพอเมริกาใช้ทำลายเวียดนาม อิรัก ซีเรีย และอีกหลายประเทศ ผมเข้าใจนะว่าอเมริกาคงไม่แคร์พ่อแม่คุณสักเท่าไร

แต่ที่นี่ประเทศไทย พวกเรารักพ่อแม่ของเรา และยินดีจะทำสิ่งนี้เพื่อท่าน ขนบธรรมเนียมประเพณีมันสืบทอดกันมาตามกาลเวลา พวกเราคือประเทศที่มีวัฒนธรรมกว่า 800 ปี และนี่คือสิ่งที่พวกเราภูมิใจ ซึ่งคุณคงไม่เข้าใจ

นอกจากนี้ ยังมีหนุ่มไทยคนหนึ่งเข้าไปเสริมว่า “อย่าลืมว่าคนอเมริกาเองก็ใช้จ่ายเงินจำนวนมากในการทำสงครามในต่างหลาย ๆ ประเทศ ทำไมไม่ใช้เงินจำนวนนั้นในการช่วยเหลือคนจนในประเทศของคุณล่ะ ?”

อ่านฉบับเต็มคลิกที่นี่

 

ต่างชาติต่างภาษา ต่างความคิด จริงๆเรื่องนี้เข้าใจกันได้ เขาไม่ผิดที่จะไม่รู้สึกแบบที่คนไทยรู้สึก แต่อย่างน้อยถ้าไม่ได้รู้สึกหรือไม่เข้าใจในสิ่งที่คนไทยนั้นต้องผ่านช่วงเวลาแห่งการสูญเสียครั้งนี้ การเมินเฉยหรือไม่ต้องสนใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นก็อาจจะดีเสียกว่า

 

keyboard_arrow_up