ความโทมนัส ในพระราชหฤทัยแลพระทัย ใครเล่าจะรู้หรือเข้าใจได้ทั้งหมด

ความโทมนัส ใดเล่าจะสาหัสยิ่งใหญ่เท่าทุกข์จากการสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก ทว่าสังขารมีความเสื่อมฉันใด เกิด แก่ เจ็บ ตาย ก็เป็นธรรมดาโลกฉันนั้น

และแม้ผู้คนจะรู้ถึงสัจธรรมความจริงข้อนี้ ก็ยังยากเหลือเกินที่จะหักห้ามความเศร้าโศกไม่ให้เกิด โดยเฉพาะห้วงเวลาปีกว่าที่ผ่านมา นับจากวันที่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เสด็จสู่สวรรคาลัย ซึ่งหากเราสามารถแปรความเสียใจเป็นมวลสารหนึ่งก้อน น้ำหนักความเสียใจของลูกหลานไทยครั้งนี้ก็ช่างหนักอึ้งจนเกินบรรยาย

คำถามคือ แล้วจะมีสักกี่คนที่รู้หรือเข้าใจถึงน้ำหนักแห่ง ความโทมนัส ที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ทรงต้องเผชิญอยู่

หลายครั้งที่เราได้ยินคำว่า… ขัตติยมานะ ทำให้เจ้านายพระองค์นั้นพระองค์นี้ต้องทรงความเข้มแข็ง ต้องไม่ทรงเผยความอ่อนแอให้ประชาชนเห็น ทว่าในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ซึ่งผ่านพ้นไปแล้วทุกกระบวนการขั้นตอนอย่างสง่างาม สมพระเกียรติสูงสุด แต่ท่ามกลางเสียงร่ำไห้อาดูรของประชาชนที่อยู่ในพระราชพิธีฯพระผู้เสด็จสวรรคาลัย สิ่งที่เกิดขึ้นจากการถ่ายทอดสดด้วยระบบ HD โดยโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย รวมกับการที่โลกขับเคลื่อนด้วยสื่อโซเชียล ก็ทำให้พสกนิกรที่ชมริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศอยู่หน้าจอทีวีหรือช่องทางออนไลน์ได้เห็นถึงแววพระเนตรทุกข์ตรม และสีพระพักตร์โศกศัลย์ของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมวงศานุวงศ์หลายพระองค์

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ในพระราชพิธีอัญเชิญพระบรมโกศไปพระเมรุมาศ วันที่ 26 ตุลาคม 2560

 

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ในพระราชพิธีอัญเชิญพระบรมโกศไปพระเมรุมาศ วันที่ 26 ตุลาคม 2560
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ในพระราชพิธีอัญเชิญพระบรมโกศไปพระเมรุมาศ วันที่ 26 ตุลาคม 2560
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในพระราชพิธีอัญเชิญพระบรมโกศไปพระเมรุมาศ วันที่ 26 ตุลาคม 2560
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในพระราชพิธีอัญเชิญพระบรมโกศไปพระเมรุมาศ วันที่ 26 ตุลาคม 2560
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในพระราชพิธีอัญเชิญพระบรมโกศไปพระเมรุมาศ วันที่ 26 ตุลาคม 2560
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ท่านผู้หญิงทัศนาวลัย ศรสงคราม และคุณพลอยไพลิน เจนเซ่น ในพระราชพิธีอัญเชิญพระบรมโกศไปพระเมรุมาศ วันที่ 26 ตุลาคม 2560
พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ในพระราชพิธีอัญเชิญพระบรมโกศไปพระเมรุมาศ วันที่ 26 ตุลาคม 2560
พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ ในพระราชพิธีอัญเชิญพระบรมโกศไปพระเมรุมาศ วันที่ 26 ตุลาคม 2560
พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ในพระราชพิธีอัญเชิญพระบรมโกศไปพระเมรุมาศ วันที่ 26 ตุลาคม 2560
พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ในพระราชพิธีอัญเชิญพระบรมโกศไปพระเมรุมาศ วันที่ 26 ตุลาคม 2560
พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณในพระราชพิธีอัญเชิญพระบรมโกศไปพระเมรุมาศ วันที่ 26 ตุลาคม 2560

เพราะนับจากวันพฤหัสบดีที่ 13 ตุลาคม 2559 ซึ่งเป็นวันที่ไทยต้องสูญเสีย ‘พ่อแห่งแผ่นดิน‘ วันนั้นสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ ก็ต้องทรงสูญเสีย ‘ทูลกระหม่อมพ่อ ทูลกระหม่อมปู่ หรือทูลกระหม่อมตา’ เช่นกัน

เทียบกับยามที่เราอ่านพบว่า ในหลวงรัชกาลทื่ ๙ เคยทรงเปล่งสัจจะวาจาไว้ว่า “ไม่ต้องจำว่าฉันคือใคร แต่จำว่าฉันทำอะไรก็พอ” แล้วทำให้หลายคนต้องตั้งสัตย์อธิษฐานว่าจะขอจดจำพระองค์ตราบจนชีพวาย และหากเป็นไปได้ก็ขอเป็นข้ารองบาททุกชาติไป

แล้วกับสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมวงศานุวงศ์ที่นอกจากดำรงพระอิสริยยศเป็นเจ้านายแห่งราชจักรีวงศ์แล้ว ทุกพระองค์ยังเป็น ‘ลูกและหลาน’ ของผู้นำครอบครัวผู้ประเสริฐยิ่ง พระเมตตาที่ในหลวงรัชกาลที่ ๙ พระราชทานให้กับพระบรมวงศ์ทุกพระองค์ เชื่อได้ว่ามีความ ‘อุ่นอก’ ไม่แพ้ความอบอุ่นในครอบครัวไหนๆ

เมื่อสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมวงศ์ยังทรงเป็นเจ้านายเล็กๆ
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

ดังที่ครั้งหนึ่ง สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้พระราชทานสัมภาษณ์ไว้ในหนังสือเทิดพระเกียรติในหลวงของเรา ว่า

“…ทูลกระหม่อมพ่อจะพระราชทานคำแนะนำในทุกด้านที่ไปทูลถาม เพราะทรงทราบทุกเรื่อง นอกจากนั้นยังทรงสนับสนุนในการค้นคว้าหาความรู้ แต่ที่สำคัญที่สุดคือทรงสนับสนุนให้ใช้ความคิดในทุกด้าน

“…ไม่เคยทรงเบื่อที่จะฟังการออกความคิดเห็นในเรื่องต่างๆ จะทรงช่วยวิจารณ์ความคิดนั้นๆ และพระราชทานพระราชดำริเพิ่มเติมด้วย…

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี

หรือที่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทรงมีพระราชดำรัสเล่าแก่ผู้ที่เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท เมื่อคราวเสด็จเยี่ยมราษฎรเพื่อทรงติดตามการดำเนินงานของหน่วยแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ที่โรงเรียนปากพลีวิทยาคาร นครนายก ว่า

“…จริงๆ แล้วพวกเราเนี่ย ได้พระโยชน์จากพ่อแม่ โดยเฉพาะข้าพเจ้าได้ประโยชน์จากทั้งพ่อและแม่มาก พระเจ้าอยู่หัวท่านเป็นพ่อที่ดีเหลือเกิน ไม่มีขาดตกบกพร่องตรงไหนเลย ตั้งแต่การให้ความรัก ความอบอุ่นกับลูก ให้วิชากับลูก สอนการดำเนินชีวิตที่ถูกต้อง สอนให้ทำประโยชน์ในสังคม จริงๆ แล้วข้าพเจ้าว่าพูดไปจนรุ่งเช้าก็ยังไม่จบเลยเรื่องความดีของท่าน…”

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี

ขณะที่ ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ก็เคยประทานสัมภาษณ์ในรายการ ‘โต๊ะข่าวบันเทิง’ ถึงทูลกระหม่อมพ่อ ความตอนหนึ่งว่า

“…เมื่อตอนยังเด็ก หากรู้สึกเกลียดใคร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะทรงสอนให้ลองคิดว่าคนเราไม่ได้มีเพียงด้านดีเท่านั้น และไม่มีใครที่มีเพียงด้านร้ายเท่านั้น เราจึงควรเปิดใจยอมรับ และนำความดีในความไม่ดี หรือด้านขาวในด้านดำ มามองใช้ให้เกิดประโยชน์ อีกทั้งยังไม่ควรอิจฉากัน แต่ควรมองดูคนที่เก่งกว่าเพื่อนำแบบอย่างของเขามาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อตนเอง เพราะคนที่มองโลกแคบๆ ไม่มีทางที่จะประสบความสำเร็จ…”

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์

และล่าสุด พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ก็ทรงมีพระเมตตาประทานสัมภาษณ์แก่นิตยสารแพรว ฉบับวันที่ 25 พ.ย. 2560 ความตอนหนึ่งว่า

“…พระองค์ท่านโปรดทอดพระเนตรรายการต่างๆ เช่น การ์ตูน กีฬา เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิค ทอดพระเนตรแล้วก็โปรดมาแชร์ให้ลูกๆ หลานๆ ฟังว่า เอ้อ… อันนี้เป็นอย่างนี้ อันนี้ตลกดีนะ แต่จำได้เสมอว่าพระองค์ท่านโปรดรายการหนึ่งมาก เป็นของช่องฝรั่งเศส ซึ่งทอดพระเนตรทุกเย็น เป็นรายการตอบคำถามฝรั่งเศสที่ยากมาก แต่พระองค์ท่านจะเป็นองค์ที่ตอบไวกว่าในทุกๆ ครั้ง เราก็ฮู้… พระองค์ท่านเก่งมาก…”

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร พร้อม ‘สมเด็จย่า’ และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และคุณพุ่ม เจนเซ่น

เพราะฉะนั้นความทุกข์ในพระราชหฤทัยและพระทัยของทุกพระองค์ที่ต้องสูญเสียพระผู้ทรงเป็นที่รักจึงยิ่งต้องหนักอึ้งทบทวี

แต่หากข้อความที่ ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ทรงโพสต์บนไอจีส่วนพระองค์สามารถถือเป็นตัวแทนความรู้สึกของพระบรมวงศ์ทุกพระองค์แล้วไซร์

“กราบพระบาททูลลาน้ำตาไหล แม้เสียใจสุดจะกล่าวสุดเล่าขาน ต้องเข้มแข็งรวมใจกันทุกวันวาร ตราบเท่านานพ่ออยู่ในหัวใจเรา เดินกันไปข้างหน้าสู่อนาคต ลูกจะจดจำรับสั่งไม่นั่งเหงา เปิดใจกว้างเขาคิดอะไรอย่าไม่เอา เพราะรู้เขาเราก็รู้สู้ด้วยกัน❤️ #กราบพระบาทน้อมถวายบังคมลา #ส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย #พ่อของพวกเรายังอยู่ในใจเราตลอดกาล #26ตุลาคม2560”

ปวงราษฎร์ทุกหมู่เหล่าคงคลายใจ คลายกังวลลงได้

 

ที่มาภาพ : FB/H.R.H. Princess Sirivannavari Nariratana , IG@nichax , โทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย , www.kingrama9.net/PhotoGallery , นิตยสาร LIFE และทีมภาพอมรินทร์

 

keyboard_arrow_up