รู้จัก “เลดี้คิตตี้ เอลินอร์ สเปนเซอร์” พระนัดดาของ “เจ้าหญิงไดอานา” ขวัญใจประชาชน

Lady Kitty Eleanor Spencer
Lady Kitty Eleanor Spencer

จากเด็กหญิงตัวเล็กๆ ที่ติดตามบิดามาร่วมพิธีรำลึกถึงเจ้าหญิงไดอานาผู้ล่วงลับเมื่อ 17 ปีก่อน ตอนนี้เลดี้คิตตี้ สเปนเซอร์ เติบโตเป็นสาวสวย IT Girl ที่กำลังมาแรง เจิดจรัสอยู่ในแวดวงสังคมชั้นสูง ถึงจะยังไม่ป็อปปูลาร์เท่าเจ้าหญิงไดอานา ซึ่งเป็นคุณป้าแท้ๆ ของเธอ แต่คิตตี้ก็ดำเนินรอยตามคุณป้าในเรื่องงานการกุศลอย่างไม่ย่อท้อ สลับกับการเป็นนางแบบเดินแคทวอล์คเริดๆ เหมือนคุณแม่ของเธอ

พระนัดดาของเจ้าหญิงขวัญใจประชาชน เลดี้คิตตี้ เอลินอร์ สเปนเซอร์ (Lady Kitty Eleanor Spencer) เกิดที่กรุงลอนดอน เธอเป็นธิดาคนโตของเอิร์ล สเปนเซอร์ที่ 9 (ชาร์ลส์ สเปนเซอร์ พระอนุชาของเจ้าหญิงไดอานา) กับภรรยาคนแรกคือ วิกตอเรีย ล็อกวู้ด อดีตนางแบบชื่อดังของอังกฤษ พออายุได้ 4 ขวบ บิดาก็พาครอบครัวย้ายไปอยู่ที่แอฟริกาใต้ มีข่าวว่าเพื่ออยู่ให้ห่างจากความสนใจของสาธารณชน เนื่องจากมารดาของเธอมีปัญหาเรื่องการกินผิดปกติ ยาเสพติด และแอลกอฮอล์

ในปีที่เจ้าหญิงไดอานาสิ้นพระชนม์ บิดาและมารดาของคิตตี้ก็หย่าร้างกัน เอิร์ล สเปนเซอร์ ก็ย้ายกลับอังกฤษเพื่อมารับผิดชอบดูแลอสังหาริมทรัพย์ต่างๆ ของตระกูล ส่วนคิตตี้ยังอยู่กับมารดาและน้องอีกสามคนในแอฟริกาใต้ เธอเข้าเรียนที่เรดแดมเฮ้าส์ (Reddam House) โรงเรียนเอกชนสุดหรูในนครเคปทาวน์ ใช้เวลาในช่วงวัยเด็กอยู่ห่างไกล จากแสงสีและความสนใจของสื่อต่างๆ มีเพียงครั้งเดียวเท่านั้นที่เธอถูกถ่ายรูปออกสื่อ คือในปี ค.ศ. 2000 คิตตี้อายุ 10 ขวบ เธอและน้องๆ เดินทางมาร่วมพิธีเปิดสนามเด็กเล่นที่สร้างเพื่อเป็นอนุสรณ์แด่เจ้าหญิงไดอานาในสวนของพระราชวังเคนซิงตัน

คิตตี้เข้าเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยเคปทาวน์ (University of Cape Town) ทางด้านจิตวิทยา การเมือง และวรรณคดีอังกฤษ จากนั้นคิตตี้ก็ออกงานอย่างเป็นทางการครั้งแรกในปี ค.ศ. 2007 เมื่อเธอมาร่วมพิธีรำลึกถึงเจ้าหญิงไดอานาสิ้นพระชนม์ 10 ปี ด้วยความโดดเด่นเข้าตากรรมการ ทำให้ในตอนนั้นนิตยสารฉบับหนึ่งเรียกเธอว่า “One of the most eligible girls in Britain”

หลังจบปริญญาตรี คิตตี้ก็ไปเรียนต่อด้านประวัติศาสตร์ศิลป์และภาษาอิตาลีที่เมืองฟลอเรนซ์ ประเทศอิตาลี ก่อนกลับมาศึกษาต่อที่กรุงลอนดอน เธอจบปริญญาโทด้านการจัดการด้านลักชัวรี่แบรนด์ (Luxury Brand Management) จากมหาวิทยาลัยรีเจนท์ส ลอนดอน (Regent’s University London) โดยเธอขออาสาทำงานด้านที่ปรึกษาที่ไฟแนนเชียลไทม์ส (Financial Times) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนปริญญาโทด้วย

เส้นทางสู่แคทวอล์ค
อย่างที่รู้กันว่าคิตตี้มีวัยเด็กที่เติบโตโดยอยู่ห่างไกลสายตาของปาปารัซซี่และสื่อต่างๆ เธอเริ่มเป็นที่จับตามองเมื่อมาปรากฏตัวเคียงข้างเจ้าชายวิลเลียมและเจ้าชายแฮร์รี่ในพิธีรำลึกถึงเจ้าหญิงไดอานาครบรอบวันสิ้นพระชนม์ปีที่ 10 ในฐานะพระญาติสนิท ด้วยเรือนร่างสูง ผมบลอนด์สยาย และดวงตากลมโต ทำให้สื่อบางสำนักให้ความเห็นว่าคิตตี้มีความงามที่ละม้ายคล้ายคุณป้าคนดังของเธอพอสมควร โดยเฉพาะดวงตาสีฟ้ากลมโตและเสียงพูดเบาๆ ต่างกันตรง
ที่คิตตี้มีสำเนียงแอฟริกันปนอยู่ด้วย เพราะเธอย้ายไปอยู่ที่นั่นตั้งแต่เด็กๆ

นอกจากเธอจะเป็นพระนัดดาสายตรงของเจ้าหญิงไดอานาแล้ว มารดาของเธอยังเป็นซูเปอร์โมเดลที่ราล์ฟ ลอเรน เคยเอ่ยปากว่าเป็นผู้หญิงสวยที่สุดในโลก และชื่อคิตตี้ของเธอก็ยังสะดุดตา แปลกหูไม่เหมือนใคร เธอขยันออกงานสังคม รวมทั้งอัพเดตชีวิตในโลกโซเชียลยามออกงานต่างๆ ในกรุงลอนดอนอีกด้วย น้องสาวฝาแฝดคือ เลดี้เอลิซาและเลดี้อมีเลีย จะอยู่เคียงข้างพี่สาวเสมอ ส่วนน้องชายคนสุดท้องคือ หลุยส์ ไวส์เคานท์ อัลธอร์ป เป็นข่าวดังในปี ค.ศ. 2015 เมื่อเขาล้อเล่นด้วยการเอ่ยปากขอนักร้องดัง นิกกี้ มินาจ แต่งงานที่หลังเวทีคอนเสิร์ตของเธอ

คิตตี้เริ่มมีความสนใจแฟชั่นเมื่อไปเรียนที่อิตาลี และหลงรักแฟชั่นอย่างมาก เมื่อกลับมาเรียนต่อที่กรุงลอนดอน ปัจจุบันสามารถพบเห็นเธอนั่งอยู่แถวหน้าริมรันเวย์ในงานลอนดอนและปารีสแฟชั่นวีค ไปงานแฟชั่นโชว์อย่างเช่น ท็อปช็อป (Topshop) และดิออร์ (Dior) กับเพื่อนซี้ ล็อตตี้ มอสส์ น้องสาวคนละแม่ของซูเปอร์โมเดล เคท มอสส์

ถึงแม้คิตตี้จะไม่ใช่สาวหุ่นผอมเพรียวบอบบาง แต่ด้วยหุ่นค่อนข้างอวบมีเนื้อมีหนังของเธอนี่แหละ เธอจึงได้เซ็นสัญญาเป็นนางแบบในสังกัดสตอร์ม โมเดล แมเนจเมนต์ (Storm Model Management) โมเดลลิ่งชื่อดังที่ปั้นซูเปอร์โมเดลอย่างซินดี้ ครอว์ฟอร์ด, เคท มอสส์ และคาร่า เดอเลอวีนจ์ รวมทั้งลูกท่านหลานเธอสาวสวยอีกมากมายที่เข้ามาเป็นนางแบบในสังกัดนี้ คิตตี้ได้ลงปกนิตยสารไฮโซฉบับหนึ่งเมื่อเดือนธันวาคม ปี ค.ศ. 2015 เธอเดินแบบให้โดลเช่ แอนด์ กาบบานา (Dolce & Gabbana) เปิดตัวบนรันเวย์ครั้งแรกเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ และล่าสุดคือเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา

คิตตี้ชอบสไตล์การแต่งตัวที่ช่วยให้เธอมั่นใจและมีความสุข หาสไตล์ที่เหมาะกับตัวเองและเล่นกับมัน ลองจับโน่นนี่มาแมตช์กัน ดีกว่าคอยวิ่งไล่ตามเทรนด์ คิตตี้จะแต่งตัวให้รับกับหุ่นที่มีส่วนโค้งส่วนเว้าของตัวเอง เธอจึงเลือกเสื้อผ้าที่เน้นโชว์เอวและต้องคัตติ้งเนี้ยบ คลาสสิกแต่ยังคงความเป็นผู้หญิง และไม่ชอบอะไรที่ฟูฟ่องหรือมีระบายเป็นชั้นๆ

ชีวิตที่สมดุล
ชีวิตวัยเด็กในแอฟริกาใต้ที่ห่างไกลจากแสงสีของคิตตี้เป็นสภาพแวดล้อมที่เธอบอกว่าพ่อแม่ทุกคนคงอยากให้ลูกโตมาในสถานที่แบบนี้ เธอย้ายไปอยู่ที่นั่นตอนอายุ 4 ขวบ เธอไม่คิดว่าจะมีใครมารู้เรื่องภายในครอบครัว เธอรู้สึกดีที่ได้เติบโตในสิ่งแวดล้อมที่ผู้คนเสริมสร้างกันและกัน ถึงแม้จะย้ายมาอยู่กรุงลอนดอนแล้ว เธอรักและเรียกที่นี่ว่าบ้าน แต่แอฟริกายังอยู่ในใจของเธอเสมอ และฝังอยู่ในจิตวิญญาณไปแล้ว

พ่อและแม่ของคิตตี้แต่งงานใหม่ทั้งคู่ ตอนนี้คิตตี้จึงมีพี่น้องถึง 7 คน แต่เธอยังสนิทสนมใกล้ชิดกับพ่อและแม่ คิตตี้มักจะเล่นเกมแบ็กแกมมอนกับพ่ออยู่บ่อยครั้ง และโทรศัพท์หาแม่เป็นประจำทุกวัน วันละกี่ครั้งก็นับไม่ถ้วน เพราะโทร.คุยกันบ่อยมาก เธอไม่เคยเซย์กู๊ดบายกับแม่ก่อนวางหูเลย มีแต่พูดว่าเดี๋ยวค่อยคุยกันใหม่ ถ้าว่างจะบินไปเยี่ยม ถึงแม้ที่นี่คิตตี้จะมีเพื่อนมากมาย แต่แม่คือคนที่เธอสนิทสนมที่สุด แม้แต่ตอนไปถ่ายแบบลงหนังสือหรือเดินรันเวย์ เธอจะถ่ายเซลฟี่เสื้อผ้าหน้าผมของตัวเองส่งให้แม่ดูตลอด ถ้าแม่ตอบกลับมาว่าชอบ คิตตี้ก็จะมาบอกช่างแต่งหน้าทำผมทุกครั้ง

คิตตี้วางแผนไว้ว่าเธอจะทำงานที่สร้างสรรค์และเกี่ยวข้องกับแฟชั่นตอนนี้เริ่มชิมลางด้วยการเซ็นสัญญาเป็นนางแบบก่อน ควบคู่ไปกับงานด้านการกุศล เธอเป็นแอมบาสเดอร์ให้เซ็นเตอร์พอยท์ (Centrepoint) องค์กรการกุศลช่วยเหลือคนเร่ร่อน ซึ่งเจ้าชายวิลเลียมทรงเป็นองค์อุถัมภ์ล่าสุดเธอเป็นทรัสตี (Trustee) ให้กิฟ อัส ไทม์ (Give Us Time) องค์กรการกุศลช่วยเหลือทหารและครอบครัว

สาวสวยวัย 26 ปีทุ่มเทให้งานการกุศลมากถึงขนาดยอมร่วมโครงการสลีปเอ๊าต์ (Sleep Out) ให้คนดังใช้ชีวิตเป็นคนเร่ร่อนหนึ่งคืน โดยทุกคนนอนในถุงนอนที่ทำจากกระดาษเคลือบฟิล์มเป็นชั้นๆ เรียงอยู่บนพื้นถนน ซึ่งอยู่ในเต็นท์ใหญ่อีกที ท่ามกลางอากาศเหน็บหนาวของกรุงลอนดอน ให้เหมือนที่คนเร่ร่อนทำกัน เพื่อระดมเงินบริจาคเข้าองค์กรการกุศลเซ็นเตอร์พอยท์ ซึ่งงานนี้มีผู้เข้าร่วมกว่า 1,000 คน

ชีวิตด้านหนึ่งของคิตตี้คือความหรูหราฟู่ฟ่าเลิศลอยอยู่ในโลกแฟชั่น แวดวงสังคมชั้นสูง และเครือข่ายสังคมระดับเอลิสต์ รวมทั้งการเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศที่ใครๆ ต้องอิจฉา การทำงานการกุศลจึงเป็นอีกด้านที่ช่วยให้เธอเป็นคนติดดิน สอนบทเรียนในเรื่องของทัศนคติและการตื่นรู้ ซึ่งเธอไม่รู้ว่าทุกวันนี้ผู้คนตัดสินเธอจากชาติตระกูลหรือเปล่า งานการกุศลทำให้เธอมีพื้นที่ในการยืนหยัดเพื่อสิ่งที่เธอเชื่อ หากเธอไม่ใช้มันเพื่อทำประโยชน์ให้คนที่ไม่มีสิทธิมีเสียง ก็เป็นเรื่องที่เธอพลาดในการสร้างคุณค่าให้ตัวเอง

คิตตี้เตรียมวางอนาคตไว้แล้ว เธอขอลงหลักปักฐานอยู่ที่อังกฤษ เธอภูมิใจที่เป็นอังกฤษ แอฟริกาใต้เป็นอีกบทหนึ่งในชีวิตที่มีความสุข เธอรู้สึกถึงความเป็นอังกฤษ และครอบครัวของเธอก็อยู่ที่นี่ คงไม่คิดไปอยู่ที่ไหนอีกแล้ว

แบรนด์สุดโปรด : McQueen, Temperley, Erdem, Vivienne Westwood และ Burberry
คนสนิท : พิซี่ ลอตต์, ไวส์เคาเตสส์ เวย์เมาท์, เรเน สจ๊วร์ต และเอลลา ริชาร์ดส์
สไตล์ที่ใช่ : The Classic Feminine 50s
นักเขียนในดวงใจ : ลีนา ดันแฮม


ที่มา : นิตยสารแพรว ฉบับ 919 คอลัมน์ HOT FAB ROYAL
ภาพ IG : kitty.spencer

keyboard_arrow_up