“พอลีน เกรซ มากี ดูครูเอต์” แห่งโมนาโก เชื้อพระวงศ์รุ่นใหม่ที่มีความฮิปชิคแอนด์คูล

Pauline Grace Maguy Ducruet
Pauline Grace Maguy Ducruet
ช่วงเวลานี้คงเป็นยุคของเชื้อพระวงศ์รุ่นใหม่จริงๆ เพราะสมาชิกราชวงศ์ประเทศต่างๆ ซึ่งอยู่ในรุ่นเดียวกับเจ้าชายวิลเลียม เจ้าชายแฮร์รี่ ฯลฯ ต่างก็ย่างเข้าสู่วัยกลางคนและกำลังสร้างครอบครัวกันแล้ว บรรดาเชื้อพระวงศ์รุ่นเล็กจึงเติบโตขึ้นมาเป็นสาวแซ่บรุ่นใหม่ สวย รวย เริด ชาติตระกูลสูงส่ง ครบเครื่อง It Girl จริงๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเหล่าเชื้อพระวงศ์รุ่นหนุ่มสาวของราชวงศ์โมนาโกเป็นที่เลื่องลือถึงความฮิปชิคแอนด์คูล และหนึ่งในนั้นซึ่งกำลังเป็นที่จับตามองคือ พอลีน ดูครูเอต์ พระธิดาในเจ้าหญิงสเตฟานีแห่งโมนาโก

Who is Pauline Ducruet?

พอลีน เกรซ มากี ดูครูเอต์ (Pauline Grace Maguy Ducruet) อายุ 23 ปี เป็นพระธิดาองค์โตในเจ้าหญิงสเตฟานีแห่งโมนาโกกับดาเนียล ดูครูเอต์ อดีตราชองครักษ์ส่วนพระองค์ มีพี่ชายร่วมบิดามารดาคือ หลุยส์ ดูครูเอต์ และน้องสาวต่างบิดาคือ คามิล ก็อตต์ลีบ หลังจากมีการเปลี่ยนแปลงกฎมณเฑียรบาลในปี 2002 ให้พระโอรสและพระธิดา โดยถูกต้องตามกฎหมายสามารถขึ้นครองราชย์ได้ เธอจึงมีสิทธิในการครองราชย์ แม้ว่าบิดามารดาจะหย่าขาดจากกันแล้ว ปัจจุบันพอลีนจึงอยู่ในลำดับที่ 13 ของลำดับการสืบราชบัลลังก์โมนาโกสาวสวยหลานตาของเจ้าชายเรนิเยร์ที่ 2 แห่งโมนาโกผู้ล่วงลับ

เล่าเรียนชั้นประถมที่โรงเรียนประถมแห่งหนึ่งในเมือง Auron ซึ่งเป็นเมืองสกีรีสอร์ตชื่อดังในฝรั่งเศส ก่อนจะเข้าเรียนมัธยมที่ Lycèe Prince Albert I de Monaco, Collçge Charles III de Monaco และ Lycèe Franæais de Zurich ด้วยความรักและหลงใหลในแฟชั่น พอลีนจึงเบนเข็มมาเรียนต่อด้านแฟชั่น และได้รับประกาศนียบัตรจาก Istituto Marangoni ในกรุงปารีส ซึ่งเป็นสถาบันด้านแฟชั่นและการออกแบบของอิตาลีที่มีชื่อเสียงโด่งดังมาก โรงเรียนสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในมิลาน และมีสาขาที่เมืองฟลอเรนซ์ ลอนดอน ปารีส เซี่ยงไฮ้ เซินเจิ้น และมุมไบ จากนั้น มาเรียนต่อด้านแฟชั่นดีไซน์ที่ Parsons The New School for Design ในนิวยอร์กอันมีชื่อเสียงโด่งดังที่ผลิตดีไซเนอร์ระดับโลกอย่างดอนนา คาราน, มาร์ค จาคอบส์, ทอม ฟอร์ด และแอนนา ซุย ด้วยความ มุ่งมั่นที่จะทำงานในโลกแฟชั่นและทำไลน์เสื้อผ้าของตัวเอง

The Chic Young Royal and Designer

เจ้าหญิงสเตฟานีแห่งโมนาโกทรงเป็น “หญิงเก่ง” ที่มีความเป็นตัวของตัวเองสูง ทรงดำเนินชีวิตในแบบที่ต้องการมาตลอด และดูเหมือนว่า พอลีน พระธิดาของพระองค์ก็กำลังเดินตามรอยพระมารดาเช่นกัน เพราะการที่เธอย้ายจากโมนาโกไปเรียนที่นิวยอร์กทำให้เธอได้เป็นตัวของตัวเองมากขึ้น

พอลีนได้ทำงานในอุตสาหกรรมแฟชั่นเหมือนมารดา คือเธอไปฝึกงานที่โว้ค และทำงานให้หลุยส์ วิตตอง เป็นเวลา 6 เดือน สมัยสาวๆ เจ้าหญิงสเตฟานีทรงเคยรับงานเป็นนางแบบให้กับคริสเตียน ดิออร์ ตอนนี้พอลีนกำลังเรียนแฟชั่นดีไซน์และฝันจะมีธุรกิจเสื้อผ้าของตัวเอง ซึ่งเจ้าหญิงสเตฟานีทรงสนับสนุนพระธิดามาตลอด ทรงเป็นแม่ที่อยู่เคียงข้างลูกเสมอแทบทุกเรื่อง แม้แต่ตอนที่พอลีนไปสักลายแรกเมื่ออายุ 17 ปี เจ้าหญิงสเตฟานียังเสด็จไปเป็นเพื่อนลูกด้วยแนวการออกแบบของพอลีนได้แรงบันดาลใจมาจากทุกสิ่งรอบตัว เสื้อผ้าส่วนใหญ่ในตู้เสื้อผ้าของเธอจะเป็นแนวสตรีทสไตล์ เธอชอบลายเส้นเรียบง่ายที่คมแต่ดูสบาย เธอเติบโตทางตอนใต้ของฝรั่งเศส ดังนั้นสไตล์ฝรั่งเศสแบบที่ไม่ต้องพยายามมากจึงเป็นหนึ่งในสไตล์ที่ใช่ของเธอ เสื้อผ้าที่พอลีนใส่ทุกวันมักจะเป็นกางเกงยีนส์ เสื้อเชิ้ตหรือทีเชิ้ต สีขาวตัวหลวม รองเท้าเปิดส้นหรือบู๊ต และแจ็กเก็ตยีนหรือแจ็กเก็ต มอเตอร์ไซค์เท่ๆ พอลีนกำลังเริ่มทำงานของตัวเองไปทีละนิด เธอทำด้วยตัวเอง เพื่อให้งานแต่ละชิ้นมีคุณภาพ และจะทำออกมาในจำนวนที่จำกัด โปรเจ็คท์นี้ยังอยู่ในขั้นเตรียมการและจะเปิดตัวเมื่อทุกอย่างสำเร็จเรียบร้อย เพราะเธอเป็นพวกที่เสพติดความสมบูรณ์แบบ

ความที่พอลีนออกแบบทุกสิ่งอย่างและติดตามดูกระบวนการทั้งหมด ทำให้เธอรู้สึกเต็มที่กับการทำงานมาก เพราะเธอได้เห็นกระบวนการตั้งแต่เป็นแบบสเก็ตช์จนถึงตอนออกมาเป็นชิ้นงานจริง เธอพอใจมากที่ได้เห็นขั้นตอนสุดท้าย สามารถนำมาสวมใส่ได้และได้เห็นเพื่อนๆ สวมใส่ ส่วนที่ยากที่สุดคือการทำต้นแบบ เพราะถ้ายังไม่สมบูรณ์แบบ ก็นำมาผลิตให้ออกมาดีไม่ได้ ตอนนี้พอลีนกำลังทำตัวต้นแบบทั้งหมด และต้องการผลิตชิ้นงานในฝรั่งเศสหรืออิตาลี เพราะต้องการให้ออกมาอย่างมีคุณภาพยอดเยี่ยมที่สุด

Independent Life in NYC

พอลีนบอกว่าพ่อกับแม่คือผู้ที่ทำให้เธอเป็นเธอในทุกวันนี้ โดยเฉพาะเจ้าหญิงสเตฟานีทรงมีอิทธิพลอย่างมากต่อมุมมองของพอลีนในทุกสิ่ง เรียกว่าเธอกับพระมารดานั้นเหมือนกันมากเลยทีเดียว แต่ถึงจะเหมือนกันเธอก็มักถูกปล่อยให้คิดเองทำเอง พ่อกับแม่ไม่เคยมาบอกให้ทำอย่างนั้น แต่งตัวอย่างนี้ ทั้งสองจะปล่อยให้พอลีนทำตามสไตล์ของตัวเอง

ถึงแม้พอลีนมีวัยเด็กที่อบอุ่น แต่เธอยังรู้สึกลึกๆ ถึงความโดดเดี่ยว เธอรู้อยู่ในใจเสมอว่าสักวันเธอต้องออกจากบ้าน (พระตำหนัก Villa Clos Saint-Martin ในโมนาโก) ไป ตอนยังเด็กพอลีนมักบอกเจ้าหญิงสเตฟานีว่าอายุ 18 ปีเมื่อไรเธอจะออกจากบ้าน เธออยากเห็นโลกกว้าง อยากพบปะ ผู้คน และอยากใช้ชีวิตของตัวเอง เธอเติบโตโดยล้อมรอบด้วยความรักเปี่ยมล้น แต่บางครั้งเธอรู้สึกเหมือนตัวเองอยู่ในฟองสบู่

ตอนนี้พอลีนพักอยู่ในย่านกรีนิชวิลเลจที่นิวยอร์ก ชีวิตของเธอคือการไปโรงเรียน เที่ยวชมสถานที่ต่างๆ ในนิวยอร์ก เดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศ และใช้เวลาอยู่กับเพื่อนๆ พอลีนติดต่อกับครอบครัวเป็นประจำ เธอคุยโทรศัพท์กับเจ้าหญิงสเตฟานีทุกวัน และเล่นสแนปแชตกับพี่ชายและน้องสาว

พอลีนมีเส้นทางประจำในละแวกบ้านที่เธอต้องแวะจนติดนิสัย เช่น ร้านอาหาร ร้านเสื้อผ้า เธอเล่นกีฬาและชกมวยที่ยิมเล็กๆ ใกล้ที่พัก นอกจากนั้นยังมีพิพิธภัณฑ์อยู่ทุกหนแห่ง มีการจัดแสดงนิทรรศการใหม่ๆ เป็นประจำ และมีสถานที่ใหม่ให้ไปเปิดหูเปิดตาอยู่เรื่อยๆ พลังงานของเมืองนี้เหลือเชื่อมาก พอลีนรู้สึกเป็นอิสระและมีชีวิตชีวา จนเธอนึกภาพไม่ออกเลยว่าตัวเองจะไปอยู่ที่ไหนได้อีก

แน่นอนว่าพอลีนมีความรักอเมริกาวิ่งวนอยู่ในสายเลือด เพราะคุณยายของเธอคือ เกรซ เคลลี่ เป็นดาราอเมริกันที่กลายมาเป็นเจ้าหญิงแห่งโมนาโก แม้ว่าพอลีนจะไม่เคยพบหน้าคุณยายคนดังของเธอ ซึ่งสิ้นพระชนม์จากอุบัติเหตุทางรถยนต์ก่อนเธอเกิด แต่เจ้าหญิงสเตฟานี ก็มักจะทรงเล่าเรื่องราวของคุณยายผู้ล่วงลับให้เธอฟังเสมอ

พอลีนบอกว่าเจ้าหญิงสเตฟานีจะบอกเล่าความทรงจำเกี่ยวกับเจ้าหญิงเกรซในฐานะแม่คนหนึ่ง ไม่ใช่ในฐานะดาราหรือไอคอน เป็นแม่ที่ปลูกฝังความมีคุณค่า การเคารพผู้อื่น และความอดทนให้ลูกๆ ซึ่งตกทอดมายังเธออีกด้วย

ในขณะที่ชีวิตของสาวเปรี้ยวอย่างพอลีนกำลังดำเนินไปอย่างน่าตื่นตาตื่นใจในนิวยอร์ก โมนาโกก็ยังคงแนบแน่นอยู่ในหัวใจของเธอ พอลีนบอกว่าการย้ายไปอยู่ที่อื่นทำให้เธอเข้าใจว่าโมนาโกยังคงเป็นบ้านของเธอ เป็นสิ่งที่เธอผูกพัน ประเทศบ้านเกิดคือบ้านอันปลอดภัยที่ฟูมฟักเธอมาตั้งแต่เกิดและเป็นสถานที่ซึ่งให้เธอกลับไปชาร์จพลังได้เสมอ

More About

  • Pauline Ducruet ดีไซเนอร์คนโปรด : Raf Simons และ Demna Gvasalia
  • สถานที่โปรดในนิวยอร์ก : คาเฟ่สไตล์ฝรั่งเศสอย่างร้าน Buvette และ Cafe Select
  • สไตล์การแต่งตัวทุกวัน : สีขาว – ดำ
  • สไตล์ไอคอน : The Women of My Family
  • สิ่งที่ขาดไม่ได้เวลาเดินทาง : แว่นตากันแดดดีๆ สักอันและยีนส์ลีวายส์ขาสั้นตัวโปรด
  • ของล้ำค่าที่สุดในตู้เสื้อผ้า : เสื้อโค้ตยุค 60 ของคุณยายเจ้าหญิงเกรซ

ข้อมูลและภาพ : นิตยสารแพรว ฉบับ 918 คอลัมน์ HOT FAB ROYAL
ภาพจาก IG : paulinedcrt

keyboard_arrow_up