คิงจิกมี และควีนแห่งภูฎาน กับฉลองพระองค์หลากสไตล์ที่ล้วนทรงงามสง่าสมกัน

ปกติเรามักเห็น คิงจิกมี และควีนแห่งภูฎาน ในฉลองพระองค์ชุดประจำชาติ ซึ่งก็ต้องบอกว่าทรงได้งามสง่าเหลือเกิน

และที่ปฏิเสธไม่ได่คือการที่ทั้งสองพระองค์ทรงจนเป็นพระคาแร็คเตอร์ประจำ นัยหนี่งจึงเท่ากับเป็นการประชาสัมพันธ์ให้คนทั่วโลกสนใจประเทศขุนเขาแห่งนี้เพิ่มมากขึ้น

และใครก็ตามที่มีโอกาสไปเยือนภูฎานคงได้ประจักษ์แก่สายตาตัวเองว่า ชุดประจำวันของชาวภูฏานที่เขาใส่กันทุกวี่ทุกวันนั้นก็คือชุดประจำชาติภูฏานนั่นเอง ทั้งนี้ก็เพราะรัฐบาลภูฎานรณรงค์ให้ประชาชนใส่ชุดประจำชาติเป็นชุดประจำวัน โดยมีสมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก พระมหากษัตริย์แห่งราชอาณาจักรภูฏาน และสมเด็จพระราชินีเจตซุน เพมา วังชุก ทรงให้เห็นเป็นแบบอย่าง

และภาพพระบรมฉายาลักษณ์ที่คนทั่วโลกจดจำกันได้แม่นยำก็คือวันที่ทั้งสองพระองค์ทรงฉลองพระองค์ชุดประจำชาติภูฏานเข้าพิธีราชาภิเษกสมรส เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2554

สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี และสมเด็จพระราชินีเจตซุน ในวันราชาภิเษกสมรส

หลังจากนั้นไ่ม่ว่าจะเป็นในเวลาส่วนพระองค์

สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี และสมเด็จพระราชินีเจตซุน พร้อมพระราชโอรส เจ้าชายจิกมี นัมเกล วังชุก

หรือเมื่อทั้งสองพระองค์ออกทรงงาน

สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี และสมเด็จพระราชินีเจตซุน ทรงเยี่ยมผู้ป่วยเด็ก

ยิ่งในยามที่ราชวงศ์ต่างประเทศเสด็จเยือนประเทศบนเขาสูงแห่งนี้ ฉลองพระองค์ชุดประจำชาติ ยิ่งเป็นสิ่งสำคัญที่ประกาศถึงอัตลักษณ์แห่งความเป็นชาติได้ดียิ่ง

สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี และสมเด็จพระราชินีเจตซุน ทรงถวายการต้อนรับสมเด็จพระราชาธิบดีคาร์ลที่ 16 กุสตาฟแห่งสวีเดน และสมเด็จพระราชินีซิลเวีย
สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี และสมเด็จพระราชินีเจตซุน ทรงต้อนรับเจ้าหญิงมะโกะ แห่งญี่ปุ่น
สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี และสมเด็จพระราชินีเจตซุน ทรงต้อนรับเข้าชายวิลเลียมและเจ้าหญิงเคท แห่งเคมบริดจ์

ชุดประจำชาติภูฏานที่ดูมีเอกลักษณ์สุดๆ นี้ มีรายละเอียดของฝ่ายชายและฝ่ายหญิงแตกต่างกัน ของฝ่ายชายเรียกว่า โก (Kho) ส่วนฝ่ายหญิงเรียกว่า คีร่า (Kira) โดยชุดประจำชาติของฝ่ายชาย ถ้าเป็นการสวมใส่ไปในงานพระราชพิธีหรือในงานพิธีที่เป็นทางการ ต้องมีผ้าพาดไหล่หรือที่ภาษาภูฏานเรียกว่า แกบเน (Kabney) ด้วย

ผ้าพาดไหล่นี้มีอยู่หลายสี โดยแต่ละสีบอกถึงชั้นยศและฐานันดรศักดิ์ของผู้ใช้ผ้าพาดไหล่นั้นๆ เช่น สีเหลืองอมส้ม (Saffron) เป็นสีที่ใช้สำหรับพระมหากษัตริย์กับสมาชิกในพระราชวงศ์และพระสังฆราช(เจเคนโป) สีส้มสำหรับรัฐมนตรี สีน้ำเงินสำหรับองคมนตรี สีแดงสำหรับผู้มีบรรดาศักดิ์ที่พระราชาธิบดีทรงโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง สีขาวลายเส้นสีน้ำเงิน สำหรับสมาชิกรัฐสภา สีขาวลายเส้นสีแดงสำหรับหัวหน้าหมู่บ้านและข้าราชการทั่วไป ส่วนทหารใช้ผ้าผืนเล็กสีขาวขลิบริมสีแดง ขณะที่ประชาชนทั่วไปใช้สีขาว

แต่ทั้งนี้ก็ไม่ใช่ว่า คิงจิกมี และควีนแห่งภูฎาน ต้องทรงฉลองพระองค์ด้วยชุดประจำชาติภูฎานเท่านั้น ทั้งสองพระองค์สามารถทรงฉลองพระองค์ในแบบหรือสไตล์อื่นๆ ได้เฉกเช่นคนทั่วไป

เพราะการที่ทั้งสองพระองค์ดำรงพระอิสริยยศเป็นกษัตริย์และพระราชินี นอกจากต้องพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้าแล้ว ยังต้องทรงเจริญสัมพันธไมตรีกับนานาอารยประเทศควบคู่กันด้วย แน่นอนว่าฉลองพระองค์ยามที่เสด็จฯออกนอกราชอาณาจักร จึงจำเป็นต้องจัดให้คละๆ กันระหว่างฉลองพระองค์ชุดประจำชาติกับฉลองพระองค์ชุดสากล ซึ่งก็ต้องบอกว่าด้วยออร่าความเป็นคิงและควีนแห่งภูฎาน ทำให้แม้ยามอยู่ในฉลองพระองค์ชุดสากลก็ทรงดูงามสง่า กลมกลืน ไม่ขัดตาเลยสักนิด

ในภาพอาจจะมี 2 คน, คนที่ยิ้ม, ผู้คนกำลังยืน

หรือแม้แต่เมื่อครั้งที่ทั้งสองพระองค์เสด็จฯ เยือนญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนพฤศจิกายน ปี 2554 หลังพิธีราชาภิเษกสมรสหนึ่งเดือน และได้ทรงฉลองพระองค์กิโมโน ชุดประจำชาติญี่ปุ่น ก็ยังทรงได้เหมาะเจาะลงตัวเช่นกัน

อย่างนี้กระมังที่เขาเรียกว่ารัศมีแห่งราชาและราชินี 

 

ที่มาภาพพระบรมฉายาลักษณ์ : www.facebook.com/QueenJetsun

keyboard_arrow_up