สรวงสวรรค์กลางพระนคร สมพระเกียรติ พระผู้เสด็จสู่สวรรคาลัย

ปวงชนชาวไทยทุกหมู่เหล่าเดินทางมามืดฟ้ามัวดิน น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร พระผู้เสด็จสู่สวรรคาลัย

นับตั้งแต่เมื่อเช้ามืดที่ผ่านมาประชาชนยังหลั่งไหลเข้าไปที่จุดคัดกรองเพื่อที่จะเข้าไปร่วมชมขบวนพระบรมราชอิสริยยศ ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร พระมหากษัตริย์ รัชกาลที่ ๙ แห่งราชวงศ์จักรี

โดยเช้าตรู่วันที่ 26 ต.ค. 2560 บริเวณรอบทุ่งพระเมรุมาศ (ท้องสนามหลวง) เต็มไปด้วยประชาชนทุกหมู่เหล่าที่พร้อมใจมาน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระผู้เสด็จสู่สวรรคาลัย แบบมืดฟ้ามัวดิน

หลายคนเดินทางมาตั้งแต่ต้นสัปดาห์ และแม้ว่าทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทย สภาพอากาศในวันก่อนๆ จะร้อนและมีฝนตกกระหน่ำ แต่ทุกคนไม่ไปไหนเพราะอยากส่งเสด็จให้ได้ใกล้ที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้ว่าพื้นที่จะเต็มไปแล้วตั้งแต่เมื่อวานนี้แต่ก็ไม่สามารถหยุดความตั้งใจของพสกนิกรไทยได้ ทุกคนยังเดินทางมาไม่ขาดสาย มุ่งหน้าสู่บริเวณถนนตั้งแต่สนามหลวงยาวไปจนถึงถนนราชดำเนิน มีประชาชนเข้าพื้นที่ ประมาณ 110,000 คน ไม่รวมประชาชนที่อยู่ด้านนอก

ขณะที่มีรายงานว่าสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูรได้ปรดเกล้าฯ ให้เจ้าหน้าที่เพิ่มพื้นที่เข้าร่วมพระราชพิธีจำนวน 5 จุด รองรับประชาชนได้ราว 2 หมื่นคน สร้างความปลาบปลื้มแก่ประชาชนเป็นอย่างยิ่ง

สำหรับพระเมรุมาศประวัติศาสตร์ครั้งนี้ ผ่านการดำเนินการสร้างมากว่า 9 เดือน เป็นสิ่งปลูกสร้างที่ยิ่งใหญ่สมพระเกียติราวสรวงสรรค์กลางพระนครด้วยตามโบราณราชประเพณีสมมติฐานว่ากษัตริย์เป็นสมมติเทพ เมื่อสวรรคตก็จะเสด็จกลับขึ้นไปประทับอยู่บนสรวงสวรรค์

ดังนั้นจึงต้องทำอย่างยิ่งใหญ่สมพระเกียรติพระผู้เสด็จสู่สวรรคาลัย


ภาพจาก : โทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย

keyboard_arrow_up