ตุลามหาโศก ประวัติศาสตร์ไทยต้องจารึก พสกนิกรร่ำไห้ทั้งแผ่นดินหลายคราครั้งนัก

ตุลามหาโศก คือความจริงแท้ที่พสกนิกรไทยจำต้องจารึกไว้ เพราะนี่ไม่ใช่เดือนที่ไทยสูญเสียองค์ราชันผู้เป็นที่รัก ในหลวงรัชกาลที่ ๙ ไปเพียงพระองค์เดียวเท่านั้น 

เพราะหากนับย้อนประวัติศาสตร์ราชวงศ์ไทยที่ผ่านมา เดือนตุลาคมคล้ายเป็นเดือนถูกสาป ด้วยไทยต้องร่ำไห้อาดูรต่อการจากไปของพระมหากษัตริย์และเจ้านายฝ่ายในแห่งราชวงศ์จักรีถึงอีก ๔ พระองค์

และนี่คือรายพระนาม ๓ พระมหากษัตริย์ และ ๒ เจ้านายฝ่ายใน ที่สวรรคตแลสิ้นพระชนม์ในเดือน ตุลามหาโศก เหมือนกัน

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร

The King Rama IX

ย้อนกลับไป ณ เวลา ๑๙.๐๐ น. ของวันที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๕๙ หลังเสียงประกาศข่าวการเสด็จสวรรคตของในหลวง รัชกาลที่ ๙ หัวใจไทยทุกดวงที่เคยมีพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เป็นศูนย์รวมจิตใจก็ปริแตก แหลกสลาย

รัก อาดูร สูญสิ้น คือความรู้สึกร่วมของคนไทยที่เกิดในแผ่นดินไทยทุกคนนับตั้งแต่ห้วงเวลานั้นเรื่อยยาวมาจนถึงบัดนี้

The King Rama IX

๗๐ ปีแห่งการครองราษฎร์ ด้วยพระปณิธานแน่วแน่ที่จะขจัดทุกข์ให้กับประชาชนทุกภาคส่วน เป็นสาเหตุให้พระวรกายและพระทหัยอ่อนล้ากระทั่งทรงประชวรด้วยโรคพระปัปผาสะ(ปอด)อักเสบ จนต้องเสด็จฯเข้าประทับ ณ โรงพยาบาลศิริราชเป็นหลักในช่วงปลายพระชนม์ชีพ กระทั่งวันที่ ๒๘ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๙ ทรงมีพระปรอทต่ำ หายพระทัยเร็ว มีพระเสมหะ พระปับผาสะซ้ายอักเสบ มีพระโลหิตเป็นกรด และพบว่ามีน้ำคั่งในช่องเยื่อหุ้มพระปัปผาสะเล็กน้อย คณะแพทย์จึงทำการรักษาด้วยพระโอสถปฏิชีวนะ และใช้สายสวนเข้าหลอดพระโลหิตดำเพื่อฟอกพระโลหิต แต่มีพระความดันพระโลหิตต่ำจึงใช้เครื่องช่วยหายพระทัย กระนั้นพระอาการก็ยังไม่คงที่ ก่อนที่จะทรุดลงไปอีก เพราะทรงติดเชื้อในกระแสพระโลหิต

วันที่ ๑๓ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๙ พระอาการประชวรได้ทรุดหนักลงตามลำดับ ก่อนเสด็จสวรรคตเมื่อเวลา ๑๕.๕๒ น. ที่โรงพยาบาลศิริราช ด้วยพระชนมายุ ๘๙ พรรษา

รวมเวลาที่ทรงครองราชสมบัติทั้งหมด ๗๐ ปี ๔ เดือน ๔ วัน นับเป็นพระมหากษัตริย์ที่ทรงครองราชย์นานที่สุดในโลก

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

 The King Rama V

ไม่ว่าจะเป็นพระสมัญญานาม “พระปิยมหาราช” ที่แปลว่า มหาราชผู้ทรงเป็นที่รัก หรือ “พระพุทธเจ้าหลวง” ก็ล้วนสะท้อนถึงความรัก ความศรัทธาที่พสกนิกรไทยมีต่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ทั้งสิ้น

งานที่พระองค์ท่านทรงเพื่อประโยชน์สุขของอาณาประชาราษฎร์นั้นมีเอนกอนันต์ ทรงเป็นราชาผู้เป็นต้นแบบแห่งการปกครองในระบอบประชาธิปไตยโดยแท้ ด้วยการทรงยกเลิกระบบทาส  โดยออกพระราชบัญญัติเลิกทาส ร.ศ. ๑๒๔ (พ.ศ.๒๔๔๘) ให้ปล่อยทาสทุกคนเป็นอิสระ และห้ามมีการซื้อขายทาสตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

 The King Rama V

 The King Rama Vในด้านการต่างประเทศ แม้จะเป็นยุคสมัยที่ไทยต้องเสียดินแดนหลายครั้ง แต่ก็เป็นเพียงส่วนน้อยเพื่อรักษาส่วนมาก ทำให้ชาติเราไม่ต้องตกอยู่ใต้อาณานิคมของใคร ทั้งนี้ก็เพราะพระปรีชาญาณหลักแหลมในการดำเนินนโยบายต่างประเทศของพระองค์ ทว่าความโทมนัสที่ทรงแบกรับใครเล่าจะรับรู้หรือเข้าใจได้ทั้งหมด ทำให้หลังจากการเสียดินแดนครั้งสุดท้ายคือ  รัฐไทรบุรี รัฐกลันตัน รัฐตรังกานู และรัฐปะลิส ให้อังกฤษ เมื่อปี พ.ศ.๒๔๕๒ พระองค์ก็ทรงประชวรด้วยโรคพระวักกะ (ไต) เรื่อยมา กระทั่งเสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ ๒๓ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๕๓ เวลา ๒.๔๕ น. ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต สิริพระชนมายุได้ ๕๗ พรรษา

รวมเวลาที่ทรงครองราชสมบัติทั้งหมด ๔๒ ปี ๒๒ วัน

อ่านต่อหน้า ๒

keyboard_arrow_up