ฟิตอย่างหนัก…อกกลับแฟบ “เมจิ อโณมา” มีความลับของนางแบบฟิตเนสมาบอก

ขุ่นพรี่ขา…ช่วงที่ผ่านมาน้องฟิตจนหุ่นเปรี๊ยะ ผู้ชายเหลียวมองไม่วางตา แต่เดี๋ยวก่อน! คัพ C ของหนูหายไปอะ!! มีทางไหนที่จะทำให้ความอึ๋มของหนูยังคงอยู่ควบคู่กับหุ่นเฟิร์มมั้ยคะ? เมจิ อโณมา มีความลับของนางแบบฟิตเนสมาบอกค่ะ… ฟิตจนแฟบ!! ฟิตหุ่นอย่างหนัก แต่ทำไมหน้าอกกลับแฟบลง ทีก้นยังงอนเด้งเลย ทำไม? เมจิ อโณมา จะมาบอก “หุ่นที่ดูสมส่วน มีหน้าอกหน้าใจที่ดึงดูดใจนั้น เกือบทั้งหมดเป็นเพราะพวกเธอทำศัลยกรรมหน้าอกช่วยค่ะ ฟิตจนหลายคนอาจพูดถึงการออกกำลังกายเพื่อลดเฉพาะส่วน แต่จริงๆ แล้วเราไม่สามารถเผาผลาญไขมันเฉพาะส่วนได้ ร่างกายคนเราจะเผาผลาญไขมันทั่วทั้งร่างกายเวลาออกกำลังกายค่ะ นั่นหมายถึงก้อนไขมันบริเวณหน้าอกจะถูกเผาผลาญออกไปด้วย หน้าอกเลยมีขนาดเล็กลง “บางคนสงสัยต่อว่า อ้าว…ทีก้นฟีบๆ หย่อนๆ ยังออกกำลังกายให้กลายเป็นก้นงอนๆ ได้ แล้วทำไมจะเปลี่ยนไขมันบริเวณหน้าอกให้กลายเป็นกล้ามเนื้อไม่ได้ ทั้งที่เคยเห็นผู้ชายทำกันเยอะแยะ ที่ผู้ชายทำได้ แถมทำได้ใหญ่กว่าผู้หญิงซะอีก นั่นเป็นเพราะโครงสร้างของผู้ชายไม่เหมือนผู้หญิงค่ะ ถ้าผู้หญิงออกกำลังกายเพื่อสร้างกล้ามเนื้อบริเวณหน้าอกแบบผู้ชาย มันจะเกิดกล้ามเนื้อบริเวณ “เหนือหน้าอก” แทน น่ากลัวใช่ไหมล่ะคะ เพราะฉะนั้นมันจึงเป็นเรื่องที่ต้องแลกระหว่างหน้าอกเล็กลงแต่ก็เฟิร์มขึ้นมาก เอาเป็นว่าควรออกกำลังกายให้รูปร่างสวยแบบพอดีๆ เอาที่สบายใจที่สุดแล้วกันนะคะ Tips อาหารช่วยให้อกเต่งตึงได้ – อาหารประเภทโปรตีน ใช้ซ่อมแซมส่วนที่เสียหายจากการออกกำลังกาย โดยเฉพาะไข่ขาวเป็นโปรตีนที่ร่างกายสามารถนำมาใช้ได้เร็วที่สุด – ถั่ว นอกจากอุดมด้วยโปรตีนแล้ว ยังมีกรดไลโนเลอิกที่ชะลอการหย่อนคล้อยของหน้าอก – น้ำมะพร้าว มีฮอร์โมนเอสโทรเจนหรือฮอร์โมนเพศหญิงที่ทำให้หน้าอกใหญ่ขึ้นได้ เรื่อง […]

เทรนเนอร์ซุปตาร์ “นนท์ณัฐดา อำมาตย์” ดีกรีนักกีฬาเพาะกายฟิตเนสทีมชาติ

เชอรี่ – นนท์ณัฐดา อำมาตย์ เทรนเนอร์หญิงดีกรีนักกีฬาเพาะกายฟิตเนสทีมชาติคนนี้อยู่เบื้องหลังหุ่นเป๊ะปังของเหล่าซุป’ตาร์อย่าง กาละแมร์ – พัชรศรี, ชมพู่ – อารยา, แอน ทองประสม และยังทำให้นักแสดงและผู้หญิงอีกหลายคนลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงตัวเองด้วยการออกกำลังกาย มุ่งมั่นเป็นเทรนเนอร์มืออาชีพ “นับจากวันแรกที่กล้าเรียกตัวเองว่า ‘เทรนเนอร์’ อย่างเต็มปาก ถึงวันนี้ 9 ปีแล้ว จากเด็กต่างจังหวัดที่เริ่มเล่นกีฬา ฝึกซ้อม ไปแข่งขัน ได้แชมป์รายการต่างๆ จนสอบติดเป็นนักกีฬาเพาะกายฟิตเนสทีมชาติ ทำให้มีทุนเรียนจนจบปริญญาตรี ทั้งหมดนี้ทำให้เราผูกพันกับการออกกำลังกายและรักอาชีพนี้มาก “ย้อนกลับไป 8 – 9 ปีที่แล้ว กีฬาฟิตเนสยังไม่ค่อยเป็นที่รู้จักและได้รับความนิยมในประเทศไทย แต่เชอรี่คิดว่า…เมื่อเราไม่สวย เรียน หนังสือไม่เก่ง แต่อยากมีที่ยืนของตัวเอง โดยมีกีฬาที่เป็นสิ่งที่ทำได้ดีที่สุด จึงเริ่มหาข้อมูลเกี่ยวกับวงการเพาะกายและฟิตเนส ทำให้รู้ว่าต่างประเทศ มีอาชีพเทรนเนอร์ ยิ่งเป็นดาราฮอลลีวู้ดดังๆ ยิ่งต้องมีเทรนเนอร์ส่วนตัวทั้งนั้น แสดงว่าสิ่งที่เราชอบสามารถทำเป็นอาชีพได้ จึงตั้งใจว่าต้องเป็นเทรนเนอร์ผู้หญิงที่เก่ง มีความสามารถ และมีชื่อเสียงให้ได้ “เชอรี่ไปเรียนหลักสูตรต่างๆ เพิ่ม เพื่อให้ได้ใบรับรองและพูดได้เต็มปากว่าตัวเองเป็นเทรนเนอร์ ทั้งที่ตอนนั้นประเทศไทยมีคนได้ใบรับรอง ด้านนี้ 100 คนเท่านั้น […]

เช็คด่วน! พฤติกรรมแบบไหนเสี่ยงเป็น “โรคซึมเศร้า” เราอาจไม่รู้ตัว

จากผลสำรวจของกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข พบว่าปัจจุบันมีคนไทยกว่า 1.5 ล้านคน ป่วยด้วย โรคซึมเศร้า ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในช่วงวัยทำงาน โดยผู้หญิงมีโอกาสเสี่ยงมากกว่าผู้ชายถึง 1.7 เท่า แต่ที่น่ากังวลที่สุดก็คือ ผู้ป่วยเกินกว่าครึ่งต่างไม่ทราบว่า ตนเองกำลังป่วยด้วยโรคซึมเศร้า และอาจส่งผลกระทบรุนแรงจนถึงขั้นฆ่าตัวตายได้ในที่สุด แล้วเราจะมีวิธีดูแลตัวเองและคนใกล้ชิดให้ห่างไกลจากโรคซึมเศร้าได้อย่างไร เช็คด่วน! พฤติกรรมแบบไหนเสี่ยงเป็น โรคซึมเศร้า เราอาจไม่รู้ตัว ก่อนอื่นควรเริ่มสังเกตจากพฤติกรรมต่างๆ ที่เปลี่ยนไป อาทิ ชอบเก็บตัวอยู่คนเดียว ไม่อยากพูดคุยกับใคร รู้สึกท้อแท้สิ้นหวัง มีอารมณ์ฉุนเฉียวรุนแรง ก้าวร้าวผู้อื่น ไม่มีสมาธิในการทำงาน หากคุณมีพฤติกรรมข้อใดข้อหนึ่ง นั่นแสดงว่า คุณอาจมีแนวโน้มป่วยเป็นโรคซึมเศร้า! แต่อย่าเพิ่งกังวลไปค่ะ แพรวดอทคอม มีคำแนะนำดีๆ เพื่อเตรียมรับมือกับโรคซึมเศร้ามาฝาก ลองเลือกทำกิจกรรมที่ช่วยเสริมสร้างสมาธิ ผ่อนคลายจิตใจ และสร้างความรู้สึกให้ดีขึ้น อาทิ การฝึกโยคะ การเลือกชมภาพยนตร์ที่ให้ความบันเทิง หรือเลือกทำกิจกรรมสร้างสรรค์สังคมร่วมกับผู้อื่น ปรับเปลี่ยนความคิดแบบเดิมๆ เพิ่มพลังบวกให้กับตนเอง และฝึกให้เป็นคนมองโลกในแง่ดี พยายามแยกแยะปัญหาใหญ่ๆ ให้เป็นส่วนย่อยๆ พร้อมทั้งจัดเรียงลำดับความสำคัญก่อน-หลัง และเริ่มลงมือทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป อย่าบังคับตนเอง หรือตั้งเป้าหมายในชีวิตจนเกินขีดความสามารถ เพราะอาจนำไปสู่ความล้มเหลว ไม่ประสบความสำเร็จ และรู้สึกสิ้นหวังได้ในอนาคต เลือกรับประทานอาหารที่มีสารซึ่งช่วยผ่อนคลายความเครียด […]

หลับยาก! เช็คลิสต์ 5 โรคฮิตต้นเหตุของปัญหาการนอนไม่หลับ

ถึงแม้ว่าการพักผ่อนไม่เพียงพอในบางครั้งอาจจะเป็นเรื่องปกติของใครหลายๆ คน แต่สำหรับบางคน การนอนไม่หลับหรือพักผ่อนไม่เพียงพอ นั้นเกิดขึ้นติดต่อกันเป็นเวลานาน และมีผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน หลายครั้งอาการ นอนไม่หลับ มักจะเป็นผลจากสุขนิสัยการนอนของเราเอง แต่ก็มีบางคนที่อาการนอนไม่หลับนั้นเป็นผลที่มาจากโรคอื่น พญ.วรรณวิพุธ สรรพสิทธิ์วงศ์ แพทย์ทางด้านชะลอวัยของศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์ ร.พ.บำรุงราษฎร์ ได้ยกตัวอย่าง 5 โรคที่พบเห็นทั่วไปและเป็นต้นเหตุของอาการนอนไม่หลับหรือพักผ่อนไม่เพียงพอ ไว้ดังนี้   1. ต่อมไทรอยด์เป็นพิษ เป็นอาการที่ไทรอยด์ทำงานมากกว่าปกติ และไปกระตุ้นระบบประสาท ส่งผลให้นอนไม่หลับและเหงื่อแตกพล่านขณะนอน นอกเหนือจากนี้แล้ว ต่อมไทรอยด์ยังควบคุมอวัยวะต่างๆ ในร่างกาย อาการของต่อมไทรอยด์เป็นพิษนั้นจึงหลากหลายและยากต่อการชี้เฉพาะเจาะจง การตรวจเช็คความปกติของต่อมไทรอยด์นั้นไม่ยากเพียงแค่เจาะเลือด 2. อาการปัสสาวะบ่อยในตอนกลางคืน หรือ Nocturia  การตื่นมาปัสสาวะบ่อยๆ ช่วงกลางดึกพบได้มากในหมู่คนมีอายุ ในกรณีรุนแรงจะพบว่าผู้ป่วยตื่นมาปัสสาวะบ่อยถึง 5 – 6 ครั้งในหนึ่งคืน อาการนี้มักจะแย่ลงเมื่อมีอายุที่เพิ่มขึ้น แต่ก็สามารถเป็นอาการของคนที่มีปัญหาเรื่องเบาหวาน ต่อมลูกหมากโต หรือผลข้างเคียงจากยาบางชนิด เช่น กลุ่มยาขับปัสสาวะ 3. โรคไต  เมื่อไตไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ โดยเฉพาะในเรื่องของการขับถ่ายของเสียจากร่างกาย ผู้ป่วยโรคไตจะพบปัญหาเรื่องการสะสมของของเสียในกระแสเลือด ซึ่งจะส่งผลให้เกิดอาการนอนไม่หลับ หรือ อาการขาอยู่ไม่สุก (restless legs syndrome) 4. โรคไขข้อ  กลุ่มคนที่เป็นโรคไขข้อต้องเผชิญกับความเจ็บปวดในกระดูกซึ่งทำให้นอนไม่หลับ และนอกจากนี้การใช้ยาประเภท สเตียรอยด์ ยังมีผลกระทบต่อการนอนอีกด้วย 5. ปวดหัว  ผู้ป่วยที่มีอาการปวดหัวบ่อยๆ มักจะมีอาการนอนไม่หลับตามมา ยกตัวอย่างเช่น โรคไมเกรน หรือปวดศีรษะคลัสเตอร์ เป็นอาการปวดหัวที่ทำให้เส้นเลือดขยายออก ส่งผลให้รู้สึกปวดตื้อๆ รู้สึกไม่สบายตา คุณหมอฟ้า ยังแนะนำว่า คนที่มีปัญหาเรื่องการ […]

3 เหตุผลชัดๆ ทำไมการ ออกกำลังกาย ถึงช่วยให้หุ่นดี ไม่ป่วยง่าย

ทุกคนเตรียมรับมือกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงหรือยัง ไม่ใช่แค่ทำใจกับรถติด หรือต้องคอยพกร่มออกจากบ้านนะ แต่ยังหมายถึงสุขภาพร่างกายของเราด้วย ยิ่งหนุ่มสาวออฟฟิศทั้งหลายที่ใช้ชีวิตเร่งรีบในแต่ละวันก็อาจจะละเลยการดูแลตัวเองกันได้ง่ายๆ เผลอนิดเดียวโรคภัยไข้เจ็บถามหา เพราะฉะนั้นมาออกกำลังกายเป็นประจำกันดีกว่า ร่างกายจะได้มีภูมิคุ้มกัน ไม่ป่วยง่าย แถมยังสดชื่น ควบคู่ไปกับรูปร่างที่ดีด้วย วันนี้ พาขวัญ สุพานิชรัตนา ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกกำลังกายจาก ฟิตเนส เฟิรส์ท จะมาให้เหตุผลชัดๆ ว่าทำไมการออกกำลังกายถึงช่วยให้เรามีสุขภาพที่แข็งแรงได้ 3 เหตุผลชัดๆ ทำไมการ ออกกำลังกาย ถึงช่วยให้หุ่นดี ไม่ป่วยง่าย 1. ระบบภูมิคุ้มกันถูกกระตุ้นจากการออกกำลังกาย เมื่อออกกำลังกาย หัวใจของเราก็จะแข็งแรงขึ้น ส่งผลให้การหมุนเวียนโลหิตในร่างกายดีขึ้น ปอดทำหน้าที่ลำเลียงออกซิเจนไปตามส่วนต่างๆ ในร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายก็เช่นกัน ระบบนี้มีหน้าที่ต่อสู้กับเชื้อโรคต่างๆ ที่ดาหน้ากันเข้ามาทุกวัน การออกกำลังกายจะเพิ่มการหมุนเวียนของเลือดโดยรวม ทำให้เซลล์เม็ดเลือดขาว (White Blood Cell) ถูกหมุนเวียนไปยังเซลล์ทั้งร่างกาย และทำให้เซลล์เม็ดเลือดขาวมีความสามารถในการเก็บกินสิ่งแปลกปลอมมากขึ้น ถ้าเราออกกำลังกายเป็นประจำ จะเป็นการไปกระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันให้ตื่นตัว และจะยังทำงานได้ดีต่อไปอีก 2-3 ชั่วโมงหลังการออกกำลังกาย เพราะฉะนั้นการออกกำลังกายเป็นประจำจะเป็นการกระตุ้นให้ระบบทำงานตลอดเวลา นั่นจึงเป็นสาเหตุว่าทำไมต้องออกกำลังกายสม่ำเสมอ และทำไมคนที่ไม่ค่อยออกกำลังกายถึงป่วยได้ง่ายกว่านั่นเอง 2. ออกกำลังกายแค่ไหนถึงจะช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน สำหรับคนทั่วไป ควรออกกำลังกายอย่างเหมาะสม โดยออกกำลังกายหนักปานกลาง 150 นาทีต่อสัปดาห์ หรือ 30 นาที ต่อวัน ทั้งหมด 5 วัน ทั้งนี้สามารถทำครั้งละ 10 นาที แล้วพัก และทำต่อในรอบที่ 2 และ 3 อย่างละ 10 นาที […]

ทริคฟิตหุ่นด้วยโยคะ แนะเคล็ดลับ เบิร์นแคลอรี่ยังไงให้รูปร่างเฟิร์ม

ทริคฟิตหุ่นด้วยโยคะ เบิร์นแคลอรี่ยังไงให้รูปร่างเฟิร์ม..อีกหนึ่งกิจกรรมที่สาว ๆ เริ่มหันมาทำกันหลังเลิกงาน เลิกเรียน หรือในช่วงเสาร์-อาทิตย์ จนกลายเป็นเทรนด์หนึ่งที่กำลังมาแรงอยู่ในตอนนี้ คือ การดูแลสุขภาพร่างกายของตัวเองให้ดี

เสี่ยงทุกวันทุกเวลา! มลภาวะเป็นพิษ สาเหตุร้ายทำลายภูมิคุ้มกัน

สิ่งแวดล้อมรอบตัวเราทุกวันนี้เต็มไปด้วยสารพิษต่างๆ มากมาย ทั้งยาฆ่าแมลงที่ตกค้างในอาหาร สารระเหยจากสีทาบ้านและสารปนเปื้อนในน้ำดื่ม โดยที่ในแต่ละปี มีสารพิษเพิ่มมากขึ้นถึง 300,000 ชนิดเลยทีเดียวนะคะทุกคน วันนี้ แพรวดอทคอม จึงมีวิธีระวังจาก มลภาวะเป็นพิษ มาฝากจาก คุณหมอคณิน ไตรพิพิธสิริวัฒน์ แพทย์ด้านเวชศาสตร์ป้องกันและฟื้นฟูแห่งศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์ รพ.บำรุงราษฎร์ ได้เล่าว่า เสี่ยงทุกวันทุกเวลา! มลภาวะเป็นพิษ สาเหตุร้ายทำลายภูมิคุ้มกัน ระดับสารพิษและประเภทของสารพิษที่ใช้ในชีวิตประจำวันทั่วไปตอนนี้อยู่ในระดับที่น่าเป็นห่วง ผลิตภัณฑ์หลายอย่างที่เราใช้อยู่ทุกวันนี้ปนเปื้อนสารพิษที่ละลายน้ำมัน (lipophilic xenobiotic) ซึ่งทำให้สารพิษทั้งหลายสะสมอยู่ในเนื้อเยื่อร่างกายของเรา ถึงแม้ว่าร่างกายเราจะสามารถกำจัดสารพิษได้เอง แต่ก็ไม่สามารถจะต่อสู้ได้กับปริมาณและความซับซ้อนของสารพิษในทุกวันนี้ได้ซะทีเดียว สารพิษเหล่านี้เป็นสารที่ละลายได้ในไขมัน ทำให้ตกค้างอยู่ในผิวของผักและผลไม้ที่เรารับประทานเข้าไป ซึ่งถือเป็นสิ่งที่น่ากลัวเพราะร่างกายเรากำลังถูกจู่โจมจากสารพิษรอบตัวอย่างมากมายที่สามารถมีผลต่อชีวภาพของเรา ตัวอย่างเช่น ยาฆ่าแมลง หรือโลหะหนักทั้งหลาย เป็นตัวการสำคัญที่ไปรบกวนระบบการทำงานของต่อมไร้ท่อ ซึ่งก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อสตรีที่กำลังตั้งครรภ์ และวิวัฒนาการของทารกทั้งในขณะตั้งครรภ์และหลังคลอด และการที่ร่างกายต้องเผชิญกับสารพิษเป็นเวลานานและต่อเนื่องกันก็สามารถจะส่งผลเสียต่อร่างกายจนเกิดโรคร้ายได้ เช่น โรคมะเร็ง และยังก่อให้เกิดโรคต่างๆ อันเกิดจากระบบภูมิคุ้มกันบกพร่อง เช่น ภูมิแพ้ ผื่นตามผิวหนัง หอบหืด และอาการอักเสบต่างๆ ซึ่งการที่จะหลีกเลี่ยงสารพิษรอบตัวเราอย่างสิ้นเชิงนั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้ แต่เราก็สามารถจะระวังและหลีกเลี่ยงได้อย่างมากที่สุด เช่น ล้างผักและผลไม้อย่างละเอียด พยายามซื้อผักและผลไม้ออร์แกนิค หลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ที่เขียนว่ามีส่วนผสมของน้ำหอม งดสูบบุหรี่ ปลูกต้นไม้ในบ้านเพื่ออากาศบริสุทธิ์  หากกำลังกังวลเรื่องสารพิษตกค้างในร่างกาย แนะว่าให้ตรวจเลือดและปัสสาวะ เพื่อตรวจหาสารพิษตกค้างในร่างกาย โดยที่สารพิษตกค้างเหล่านี้ สามารถกำจัดออกไปได้โดยหลากหลายวิธี […]

รู้ยัง!! มี ฝักบัว บำรุงผิวและเส้นผม Aroma Beauty ที่ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือดแล้วนะ

เดี๋ยวนี้ผิวดีไม่ใช่แค่ครีมบำรุงผิวอย่างเดียวแล้วนะ แต่ยังมีองค์ประกอบอื่นๆ มากมายที่มีส่วนร่วม ล่าสุด หลายคนอาจคิดไม่ถึงว่า ฝักบัวอาบน้ำก็สามารถทำให้ผิวดีได้ เอาเป็นว่าจะพาไปทำความรู้จักกับ ฝักบัว บำรุงผิวและเส้นผม Aroma Beauty (รุ่น AB-111) เป็นฝักบัวที่มีการกระจายตัวของละอองน้ำผ่านช่องรูปสามเหลี่ยมต่างจากฝักบัวทั่วไปที่เป็นรูปวงกลม จึงทำให้รู้สึกนุ่มนวลและผ่อนคลายแบบอโรมา “Spa – Jet Shower” พร้อมกลิ่นหอมจากวิตามินซีของเลมอน ที่สำคัญสามารถขจัดคลอรีนจากน้ำประปาได้ถึง 98% รวมถึงสารตกค้าง (ไตรฮาโลมีเทน) นอกจากนี้ ฝักบัว บำรุงผิวและเส้นผม Aroma Beauty มีความพิเศษอะไรอีก เลื่อนตามมาค่ะ ในระหว่างอาบน้ำ ฝักบัวจะกระจายละอองน้ำซึ่งอุดมไปด้วยวิตามินซี (0.6 – 1.2 มิลลิลิตร/cc) ช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งเรียบเนียน และเส้นผมนุ่มลื่น แถมพิสูจน์แล้วว่าประหยัดน้ำได้มากขึ้น 15 – 30% (36,000 ลิตร) แต่การกระจายตัวของน้ำไหลต่อเนื่องแบบไม่มีสะดุด ช่วยให้ทุกคนมีความสุขกับการทำสปาเองที่บ้านง่ายๆ ด้วยระบบน้ำที่ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือด และ Negative ions ทำให้เกิดไอออนประจุลบถึง 421,000 pcs/cc ช่วยตอต้านอนุมูลอิสระ ปกป้องเส้นผมและผิวพรรณให้ปราศจากความแห้งกร้าน  

ชีวิตมีให้มองบวก! พีรดา พีรศิลป์ ทำตามฝันได้เพราะ มะเร็งเต้านม

มะเร็งเต้านม ผู้หญิงคนไหนได้ยินคำวินิจฉัยนี้ เป็นต้องร้องไห้  ทว่า พีรดา พีรศิลป์ นักเขียนอิสระที่ต้องสูญเสียเต้านมให้กับมะเร็ง กลับมองโรคร้ายนี้อย่างเป็นบวกซะแทน เพราะอะไร? ค้นหาคำตอบได้จากชีวิตก่อนและหลังเป็น  มะเร็งเต้านม ในบรรทัดนับต่อแต่นี้ “หลิงเคยทำงานประจำที่กองบรรณาธิการนิตยสารแฟชั่น ปัจจุบันปิดตัวแล้ว ซึ่งงานหนังสือเป็นงานหนัก แต่เงินเดือนน้อย อย่าว่าแต่เงินเก็บเลย แค่ใช้ให้ชนเดือนก็เก่งแล้ว 4 ปีที่หลิงทำงานไปเช้ากลับดึก อาหารการกินก็ไม่ใส่ใจทานให้ครบ 5 หมู่ ไม่ค่อยดื่มน้ำ ไม่สร้างความสมดุลให้ร่างกาย จากผู้หญิงที่ร่าเริงเปลี่ยนเป็นเครียดตลอดเวลาโดยไม่รู้ตัว จนหลายคนทัก แต่เพราะหลิงไม่ค่อยป่วย แม้กระทั่งเป็นหวัด จึงยิ่งทำให้ประมาท “กระทั่งวันหนึ่งอาบน้ำแล้วฟอกสบู่บริเวณเต้านมด้านซ้ายแล้วรู้สึกสะดุดกับก้อนเนื้อ ตอนแรกคิดว่าน่าจะเป็นซีสต์เหมือนพี่สาวกับน้องสาว แต่สงสัยว่าทำไมเจ็บ หลิงอาศัยช่วงวันหยุด 7 วันกลับบ้านไปตรวจที่โรงพยาบาลในหาดใหญ่ บ้านเกิด แล้วกลับมาทำงานต่อ ยังจำได้ตอนที่หมอโทรมาบอกว่าเป็น เนื้อร้าย หลิงช็อคเลย เพราะมีภาพจำว่า เป็นมะเร็งแล้วผมร่วง ผอมซูบ โทรมเหมือนผี และต้องตาย วางสายเสร็จหลิงบอกเจ้านายว่า หนูเป็นมะเร็ง นายเหวอ แล้วต่างก็ตกอยู่ในภวังค์ พอตั้งสติได้ หลิงจึงขอกลับบ้าน นั่งแท็กซี่ไปดอนเมืองขึ้นเครื่องกลับไปหาดใหญ่อีกครั้ง “หลิงพยายามหาความรู้ว่า มะเร็งเต้านมคืออะไร สิบกว่าปีก่อนอินเทอร์เน็ตยังไม่แพร่หลาย มีแต่หนังสือ กับรายการที่ให้ความรู้บ้าง […]

สายเฮลตี้ต้องรู้! แชร์ทริควิ่งหน้าร้อน ยังไงให้รอดผ่านพ้นสมรภูมิร้อนไปด้วยกัน

แชร์ทริควิ่งหน้าร้อน สำหรับสายรักสุขภาพ เพราะไม่ว่าจะเป็นนักวิ่งสายแข็งหรือมือใหม่หัดวิ่ง สิ่งที่เป็นอุปสรรคสำหรับการวิ่งในช่วงนี้ก็คงหนีไม่พ้นสภาพอากาศที่ร้อนระอุจนอยากจะหยุดวิ่งกันดื้อๆ แล้วไปหลบแดดแช่แอร์ตั้งแต่ก้าวเท้าแรกที่ออกจากร่มเงา การวิ่งในช่วงหน้าร้อนนั้น นอกจากจะต้องใช้พลังกาย และพลังใจมากกว่าปกติแล้ว ยังต้องใช้ความเอาใจใส่มากเป็นพิเศษด้วย นั่นก็เพราะว่าแสงแดดและอุณหภูมิที่สูงนั้น จะทำให้ร่างกายของเราทำงานหนักจนออกอาการเหนื่อยล้าเร็วกว่าปกติ เช่น จากเดิมที่วิ่งเพซ 6 (Pace) ได้สบายๆ กลับกลายเป็นว่าต้องใช้พลังงานและหยาดเหงื่อที่มากขึ้นกว่าเมื่อก่อน รวมถึงตัวเลข Heart Rate บนหน้าจอที่พุ่งสูงขึ้นจนน่าตกใจ สายเฮลตี้ต้องรู้! แชร์ทริควิ่งหน้าร้อน ยังไงให้รอดผ่านพ้นสมรภูมิร้อนไปด้วยกัน วันนี้ โค้ชเหรียง-ณัฐ ดำรงค์ทวีศักดิ์ โค้ชด้านการวิ่งจากอาดิดาส รันเนอร์ส แบงค็อก (Adidas Runners Bangkok) ได้แชร์ทริคในการวิ่งหน้าร้อนเพื่อให้ทุกคนได้วิ่งผ่านพ้นสมรภูมิร้อนไปด้วยกัน ดังนี้ ดื่มน้ำจิบเกลือแร่ให้มากขึ้น– เริ่มจากการดื่มน้ำหรือเกลือแร่ที่ติดมาในกระเป๋าของเราให้มากขึ้นและบ่อยขึ้น ทั้งในช่วงก่อนวิ่ง ขณะวิ่ง และหลังวิ่ง ยิ่งถ้าเป็นน้ำเย็นๆ ก็จะช่วยระบายความร้อนในร่างกายได้ดีกว่าน้ำอุ่น ส่วนใครที่โปรดปรานเกลือแร่ ก็ขอให้เปลี่ยนมาใช้แบบที่มีความเข้มข้นน้อย เพื่อให้ร่างกายดูดซึมได้ง่ายขึ้น ทั้งนี้ ปริมาณและการดื่มนั้นขึ้นอยู่กับระยะทางการซ้อมในวันนั้นๆ และร่างกายที่มีอัตราการสูญเสียเหงื่อที่ไม่เท่ากัน จึงอาจปรับเพิ่มจากปกติประมาณ 200 – 300 มิลลิลิตร ตามความเหมาะสม ล้างหน้าล้างตัวด้วยน้ำเย็น– เทคนิคนี้เป็นวิธีเติมความสดชื่นแบบง่ายๆ เพียงแค่เอาน้ำเย็นราดเบาๆ ที่บริเวณใบหน้าและตามส่วนต่างๆ ของร่างกายก็จะช่วยลดอุณหภูมิในร่างกายได้ทันที เลือกเสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี– ถ้าปกติใส่เสื้อยืดไปวิ่ง […]

ภาวะ ร่างกายเหนื่อยล้า ในหมู่คนทำงาน บ่อนทำลายสุขภาพที่ไม่ควรละเลย

ความเครียด หรือ ภาวะ ร่างกายเหนื่อยล้า ถือเป็นปัญหาที่พบมากในหมู่คนทำงาน ซึ่งคนส่วนใหญ่นั้นไม่ได้ให้ความสำคัญกับอาการเหล่านี้สักเท่าไหร่ เนื่องจากอาการเหล่านี้ไม่ได้ก่อให้เกิดผลร้ายอย่างเฉียบพลัน หลายคนต้องประสบกับอาการหลงๆ ลืมๆ เมื่อเรามีอายุมากขึ้น การศึกษาวิจัยได้สรุปออกมาว่า เมื่อเราอายุมากขึ้น ประสิทธิภาพการทำงานของสมองจะค่อยๆ ลง โดยทั่วไปจะการทำงานของสมองจะเริ่มลดลงตั้งแต่เมื่ออายุ 30 ปี และจะเห็นได้ชัดขึ้นเมื่ออายุ 50 ขึ้นไป นายแพทย์ เขษม์ชัย เสือวรรณศรี อายุรแพทย์ด้านประสาทวิทยา ศูนย์ประสาทวิทยา โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ได้แนะนำว่า การมีปฏิสัมพันธ์กับคนอื่น และทำให้สมองและจิตใจมีความกระตือรือร้นตลอดเวลาและจะสามารถช่วยลดหรือชะลออาการหลงๆ ลืมๆ ตามวัยได้อีกด้วย  ภ อาการหลงๆ ลืมๆ ถึงแม้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของการแก่ตัว แต่ก็สามารถเป็นผลจากปัญหาสุขภาพอื่นๆ ได้เช่นกัน  อย่างเช่น ความเครียด หรือ ภาวะร่างกายเหนื่อยล้า ซึ่งถือว่าเป็นปัญหาที่พบมากในหมู่คนทำงาน ซึ่งคนส่วนใหญ่นั้นไม่ได้ให้ความสำคัญกับอาการเหล่านี้สักเท่าไหร่ เนื่องจากอาการเหล่านี้ไม่ได้ก่อให้เกิดผลร้ายอย่างเฉียบพลัน “ภาวะร่างกายอ่อนล้านั้น เป็นภาวะที่เรารู้สึกเหนื่อยล้า ไม่มีเรี่ยวแรง เซื่องซึม และซบเซา ภาวะร่างกายเหนื่อยล้าเป็นสาเหตุหลักของอาการหลงๆ ลืมๆ ชั่วคราวในหมู่คนวัยกลางคน และจะดีขึ้นได้เองเมื่อสุขภาพดีขึ้น” “ภาวะ ร่างกายเหนื่อยล้า […]

เช็คลิสต์ 5 เรื่องสุดเพลียประจำวันของ มนุษย์ออฟฟิศ พร้อมวิธีแก้เพลียแสนง่าย

ชีวิตของ มนุษย์ออฟฟิศ นั้นเต็มไปด้วยความท้าทายมากมาย โดยเฉพาะในยุคปัจจุบันที่ผู้คนมีแต่ความเร่งรีบ เริ่มตั้งแต่ ตื่นเช้า เดินทางไปทำงาน เข้าประชุมติดๆ กันทั้งวัน คิดโปรเจ็กต์ ทำรีพอร์ต จนเลิกงาน รถติดกว่าจะถึงบ้าน เป็นวงจรเดิมทุกวัน โดยในระหว่างวันก็มักมีเรื่องต่างๆ เกิดขึ้นให้ ‘เพลีย’ ทั้งกายและใจ ขอยกตัวอย่าง 5 เรื่องที่ทำให้พวกเราเหล่ามนุษย์ผู้ทำงานในออฟฟิศรู้สึก ‘เพลีย’ และวิธีแก้เพลียแบบง่ายๆ 5 เรื่องเพลียๆ ประจำวันของ มนุษย์ออฟฟิศ และวิธีแก้เพลียแบบง่ายๆ เพลียเพราะนอนดึกตื่นเช้า ไม่ว่าจะเป็นด้วยหน้าที่การงานที่ทำให้ต้องนั่งทำงานจนดึกดื่น หรือจะติดละครหลังข่าว เล่นเฟซบุ๊กจนเพลิน เมื่อร่างกายไม่ได้รับการพักผ่อนที่เพียงพอ อย่างน้อย 6 ชั่วโมงต่อวันสำหรับคนวัยทำงาน ก็จะส่งผลต่อร่างกายให้รู้สึกซึมง่วงนอนในเช้าวันถัดมา หากหลีกเลี่ยงการนอนดึกไม่ได้ ก็ต้องบำรุงร่างกายเพิ่มเติม โดยการรับประทานอาหารประเภทโปรตีน จากเนื้อสัตว์ นม ไข่ หรืออาหารที่มีวิตามินซี ก็จะช่วยกระตุ้นให้ร่างกายรู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้นได้ เพลียจากการเดินทาง คนจำนวนมากต้องเสียเวลาในการเดินทางหลายชั่วโมงในแต่ละวัน คนที่ขับรถไปทำงานก็มักจะบ่นเรื่องการจราจรติดขัด ขณะที่บางคนใช้บริการรถสาธารณะ ก็ต้องเจอกับปัญหากวนใจมากมาย เช่น คนเบียดเสียด รถไฟฟ้าเสีย รถเมล์ขาดระยะ ยังไม่นับรวมเวลาฝนตก […]

ก้นลาย ไม่ต้องอายอีกต่อไป!! 5 คนดังมั่นใจอวดผิวมี รอยแตก

5 คนดัง เผยอย่าเสียเวลาอาย ก้นลาย ไม่เป็นอุปสรรคกับการใส่ชุดว่ายน้ำ เพราะธรรมชาติไม่มีอะไรที่สมบูรณ์แบบ ไม่ใช่แค่คุณแม่เท่านั้นที่เจอกับปัญหา ก้นลาย ผิวแตก เพราะวัยรุ่นสาวๆ หลายคนก็ประสบกับปัญหานี้ ซึ่งสาเหตุก็เกิดจากหลายๆ ปัจจัยไม่ว่าจะเป็นการตั้งครรภ์,การใช้ยาสเตียรอยด์ชนิดแรงๆ นานๆ ทำให้ผิวบางและแตกได้, จากโรคบางชนิด, การยืดกล้ามเนื้อมากๆ รวมถึงผู้ที่มีน้ำหนักขึ้นและลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งเมื่อเกิดแล้วก็ทำให้บางคนสูญเสียความมั่นใจ โดยเฉพาะในช่วงซัมเมอร์ที่สาวๆนิยมอวดภาพถ่ายชุดว่ายน้ำรับร้อนแบบนี้ ก็มักจะมีกระทู้ปรึกษาปัญหาเป็นจำนวนมาก บางครั้งความกังวลทำให้เราจมกับตัวเองโดยที่ลืมว่ามันอาจจะเป็นเรื่องธรรมชาติ ไม่ใช่แค่คนธรรมดาอย่างเราๆ ที่ประสบปัญหา คนดัง ไม่ว่าจะเป็นดารา นางแบบ หรือนางงาม หลายคนก็เจอกับปัญหานี้เหมือนกัน ดังนั้น แพรวดอทคอม จึงรวบรวมภาพของเหล่าคนดังพร้อมทัศนคติ มาเรียกความมั่นใจเพื่อให้ซัมเมอร์นี้ของทุกคนได้มีสีสันและใช้ชีวิตอย่างสนุกไปด้วยกันค่ะ เฌอเบลล์-ลัลณ์ลลิน เตจะสา เวศซ์ เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา นักแสดงสาวชาวไทย เฌอเบลล์-ลัลณ์ลลิน เตจะสา เวศซ์ กลายเป็นประเด็นร้อนเมื่อเธอโพสต์ภาพสวมชุดบิกินี่ต้อนรับซัมเมอร์ ทว่าผิวบริเวณแก้มก้นของเธอเผยให้เห็นว่า ผิวมีรอยไม่เรียบเนียนแต่ก็กล้าที่จะเปิดเผยให้ทุกคนได้เห็น ซึ่งเธอยังได้บอกอีกด้วยว่า อย่าเสียเวลาอายคนเราไม่มีใครสมบูรณ์แบบ Not perfect, is normal แต่จงใช้ชีวิตอย่างมีความสุข เบเบ้-ธันย์ชนก ฤทธินาคา ขณะที่สายเฮลตี้ตัวแม่อย่าง เบเบ้-ธันย์ชนก ฤทธินาคา […]

โรคนี้ก็มีด้วยเหรอ? Work & Smartphone Syndrome ภัยเงียบของชาวดิจิทัล

ขาดอะไรก็ขาดได้ ขาดมือถือ ขาด WiFi อยู่ไม่ได้จริงๆ นะเออ ปัญหาของชาวยุคนี้ ต้องยอมรับว่ามือถือเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเราไปแล้วล่ะสิ แต่ใครจะรู้ไหมว่า เล่นมือถือมากๆก็เกิดโรคได้นะ เคยได้ยินโรคนี้กันไหม โรคนี้ก็มีด้วยเหรอ โรค Work & Smartphone Syndrome หรืออีกชื่อคือ โรคกล้ามเนื้อคอหดเกร็ง นอกจากการเล่นมือถือแล้ว การทำงานก็เกิดอาการได้เหมือนกัน ทำให้กระดูกคอเสื่อม ปวดคอ ปวดบ่า จากการก้มหน้ามาก หน้าจอไม่อยู่ระดับสายตา ทำให้เป็นโรคประจำตัวไปจนแก่เลย โรคนี้ก็มีด้วยเหรอ? Work & Smartphone Syndrome ภัยเงียบของชาวดิจิทัล อาการเป็นอย่างไรน่ะเหรอ?? ก็จะมีอาการ ปวดไล่ คอ  คลำได้เป็นก้อนๆ แข็งๆ กดทีปวดจี๊ดดดดด ร้าวไปทั้งตัวเลยทีเดียว บางทีก็มีอาการคล้ายเหน็บชา ปวดเมื่อย อ้อนล้า ปวดข้อมือ ปวดนิ้วมือ และปวดหลัง  อาการอาจจะเป็นๆ หาย ๆ แต่รู้ไหมว่าหากปล่อยเรื้อรัง อาจเป็นอัมพาตได้เลย! น่ากลัวมากเลยนะเนี่ย เพราะหากเป็นนาน 5-10 ปี อาจพบภาวะของหมอนรองกระดูกคอเสื่อม […]

เดินแค่ 30 นาที!! เบิร์นกระจาย 350 แคลอรี่ กับเพลย์ลิสต์ปลุกพลังความมันส์ ไม่มีเบื่อ

ไม่เชื่อ…ก็ต้องเชื่อ ว่าจะมีวิธีที่ทำให้การเดินแค่ 30 นาที สามารถช่วยให้ร่างกายเผาผลาญพลังงานไปได้ถึง 350 แคลอรี่ ซึ่งวิธีนี้เป็นการ ออกกำลังกาย ในแบบที่เรียกว่า FITT WALK หรือ FIT Intensity Trendy Training Walk ที่ วัตสัน ประเทศไทย ผู้นำร้านเพื่อสุขภาพและความงามอันดับหนึ่งของประเทศไทย นำเอามาใช้เป็นกิจกรรมเพื่อเชิญชวนให้ผู้คนหันมา Get Active กันมากขึ้น เพราะทำได้ง่าย แต่เบิร์นได้เลิศ ในระดับที่สายเบิร์นตัวจริงต้องศิโรราบกันเลยทีเดียว FITT WALK 30 นาที เพื่อเบิร์น 350 แคลอรี FITT WALK คือ การเดินเร็วสลับช้าด้วยจังหวะที่ต่อเนื่อง ตามหลักการ High-Intensity Interval Training ซึ่งเป็นวิธีการออกกำลังกายสไตล์คาร์ดิโอ ที่ผสมผสานกันระหว่างการเดินเร็วและช้าสลับกันไป ทำให้อัตราการเต้นของหัวใจเพิ่มขึ้น เบิร์นไขมันออกจากร่างกายอย่างรวดเร็ว และช่วยทำให้ออกซิเจนเข้าไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ในร่างกายเพิ่มขึ้น ร่างกายจึงทำงานอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น อย่างไม่ต้องหักโหม คุณสามารถฟิตกับ FITT WALK เองได้ง่ายๆ ด้วยการเดินสลับความเร็ว แบบปกติ แบบเร็ว และแบบเร็วที่สุด สลับไปมา โดยมีการเดินแบบปกติ 1 นาที สลับเดินเร็ว 2 นาที สลับเดินเร็วที่สุด 1 นาที ต่อเนื่องกันเป็นระยะเวลาทั้งหมด 30 นาที เพียงเท่านี้ ก็ได้เบิร์นไปถึง 350 แคลอรี ดนตรีปลุกพลัง (Music Energy) FITT WALK ไปกันได้ดีกับเสียงเพลง โดยหลักการที่เรียกว่า ดนตรีปลุกพลัง (Music Energy) ซึ่งเป็นเสียงเพลงที่คอยกำหนดจังหวะและอัตราเร็วของการเดิน จังหวะเพลง […]

อยู่รอบตัวเราเยอะมาก.. ภาวะสารพิษ ในร่างกาย ภัยร้ายที่ทุกคนควรทำความเข้าใจ!!

ทุกวันนี้เราต้องเจอกับสารพิษและมลภาวะมากมายตลอดเวลา เช่นจาก ยาฆ่าแมลง อาหารขาดคุณภาพที่ดี และแม้กระทั่งน้ำหรืออากาศ โดยที่ทุกวันนี้ผลิตภัณฑ์ที่เราใช้กันอยู่เป็นประจำมีสารพิษมากถึง 8 หมื่นชนิด นอกจากนั้นแล้วร่างกายยังผลิตสารพิษอันเป็นผลของปฏิกิริยาต่างๆ ในร่ายกายเรา หรือที่เรียกว่าอนุมูลอิสระอีกด้วย โดย ภาวะสารพิษ ในร่างกายจะมีความรุนแรงมากขึ้นก็เมื่อร่างกายต้องเจอกับปัญหาอื่นๆ เช่น ปัญหาจากระบบทางเดินอาหาร หรือทางเดินหายใจทำงานไม่ปกติ ความเครียด หรือพักผ่อนไม่เพียงพอ โดยในทางการแพทย์นั้นได้ให้คำนิยามของ “ภาวะสารพิษในร่างกาย” ว่าเป็นภาวะเมื่อร่างกายต้องประสบกับสะสารที่เป็นพิษเป็นภัยแก่ร่างกาย โดยที่ผลกระทบจะขึ้นอยู่กับว่าได้รับไปปริมาณมากน้อยแค่ไหนและนานติดต่อกันแค่ไหน อาการที่เกิดขึ้นเป็นไปได้กว้างตั้งแต่อาการปวดหัวโดยไม่มีสาเหตุ คลื่นไส้อาเจียน และสามารถจะเป็นอาการที่หนักหนาสาหัสจนถึงแก่ชีวิตได้เช่นกัน ดร.นาวิน จิตเทศ แพทย์ด้านเวชศาสตร์ชะลอวัย ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์ ในเครือโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ได้ให้ความรู้เรื่องภาวะสารพิษในร่างกายไว้ดังนี้ อยู่รอบตัวเราเยอะมาก.. ภาวะสารพิษ ในร่างกาย ภัยร้ายที่ทุกคนควรทำความเข้าใจ!! โดยทั่วไปแล้วภาวะสารพิษในร่างกายแบ่งเป็น 3 ประเภทจากระยะเวลาที่ได้รับสารพิษเข้าไปและ ระยะเวลาที่ร่างกายจะเกิดอาการ คือ acute toxicity, sub-chronic toxicity and chronic toxicity Acute toxicity นั้นใช้กล่าวถึงภาวะที่ร่างกายได้รับสารพิษในระยะสั้น ในทางกลับกัน chronic toxicity ใช้กล่าวถึงภาวะที่ร่างกายได้รับสารพิษเป็นเวลานานติดต่อกันหรือหลายครั้ง โดยที่มีผลกระทบกับร่างกายในระยะยาวตลอดชีวิต ในขณะที่ sub-chronic toxicity ใช้กล่าวถึงภาวะที่ร่างกายได้รับสารพิษเป็นเวลามากกว่าหนึ่งปี และมีผลกระทบต่อร่างกายไม่ตลอดชีวิต โดยส่วนใหญ่แล้วผลกระทบจากสารพิษนั้นไม่ถาวรและรักษาได้ แต่จะใช้เวลานาน อย่างไรก็ตาม มีสารพิษบางประเภทที่เมื่อได้รับแล้วมีผลกระทบต่อร่างกายอย่างถาวร และผลกระทบของสารพิษต่อร่างกายนั้นสามารถเกิดขึ้นในอวัยวะหรือระบบร่างกายเดียว หรือหลายอย่างรวมกันก็ได้ ภาวะสารพิษในร่างกายไม่มีอาการบ่งชี้ได้อย่างแน่นอน โดยทั่วไปแล้วผู้ป่วยที่มีอาการเช่น ปวดหัวตลอดเวลาหาสาเหตุไม่ได้ […]

แค่เสียเหงื่อแต่ไม่เสียน้ำตา! วิธีดูแลหัวใจคนโสดอย่างไรให้ Strong สุดๆ ในเดือนแห่งความรัก

เดือนกุมภาพันธ์ทีไร บรรยากาศก็อบอวลไปด้วยความรักทุกที หนุ่มสาวที่มีคู่ทั้งหลายก็เตรียมพร้อมกับการต้อนรับเทศกาลนี้กันอย่างมีความสุข แล้วเหล่าคนโสดอย่างเรา… จะทำอย่างไรให้หัวใจ Strong แบบไม่ต้องง้อใครมาดูแล “มนุษย์สามารถอยู่ได้โดยไม่ต้องรักใคร…แต่อยู่ไม่ได้โดยไม่มีใครรัก” ที่แน่ๆ เราต้องเริ่มจากการรักตัวเองให้เป็นก่อนนะคะ วันนี้ พาขวัญ สุพานิชรัตนา ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกกำลังกายจากฟิตเนส เฟิรส์ท จะมาบอกถึงการออกกำลังกายที่สร้างความแข็งแรงให้กับหัวใจคนโสด… ที่ได้ผลเร็วและใช้เวลาน้อย เรียกว่าการออกกำลังกายนี้ จะทำให้คุณเสียเหงื่อแบบไม่เสียน้ำตาและเวลาอย่างแน่นอน แถมหัวใจแข็งแรงสุดๆ สำหรับคนโสดที่ออกกำลังกายเป็นประจำและมีพื้นฐานสุขภาพที่แข็งแรง ขอแนะนำการออกกำลังกายแบบ HIIT หรือ (High Intensity Interval training ) ซึ่งเป็นการผสมผลาสกันระหว่างการฝึกระดับหนัก สลับกับระดับเบา โดยเน้นความหนักอยู่ที่ 85-100% ของอัตราการเต้นหัวใจสูงสุด ทำตั้งแต่ 30 วินาที ถึง 4 นาทีหรือ นานจนถึง 30 นาที โดยเริ่มจากการอบอุ่นร่างกาย และยืดเหยียดกล้ามเนื้อมัดหลักอย่าง ต้นขา ก้น อกหลัง ลำตัว และข้อต่อต่างๆ ประมาณ 3- 5 นาที หลังจากนั้น ทำการออกกำลังกายแบบเป็นฐาน โดยแบ่งเป็น 4 ฐานง่ายๆ โดยทำแต่ละท่าอย่างต่อเนื่อง 1 นาที และพักอย่างน้อย 20-30 วินาที แล้วต่อโดยการทำในฐานที่ 2, 3, 4 เป็นเวลาเท่าๆ กัน และพัก 30 วินาทีทุกฐานเหมือนกัน ยกเว้นฐานสุดท้ายให้เพิ่มเป็น 2 นาที โดยเมื่อครบทั้ง 4 ฐาน จะนับเป็น 1 รอบ สามารถทำได้ 2-3 รอบ แล้วทำการคูลดาวน์ เพื่อลดอัตราการเต้นหัวใจลงกลับสู่สภาวะปกติและยืดเหยียดกล้ามเนื้อ ตัวอย่างการออกกำลังกายแบบ 4 ฐานนี้ เน้นกล้ามเนื้อมัดใหญ่ มีตัวอย่างตั้งแต่ต้นจนจบดังนี้ วิธีดูแลหัวใจคนโสดอย่างไรให้ Strong สุดๆ […]

ขยันฟิตหุ่น คุมอาหาร แต่ยังหุ่นเผละ ลองกำจัดความอ้วนให้อยู่หมัดด้วยความเย็นบ้างดีกว่า

สาวๆ เคยไหม ที่ต้องออกกำลังกายอย่างหนักควบคู่ไปกับการควบคุมการกินอาหาร แต่น้ำหนักไม่ได้ลดลงตามที่คาดหวังไว้ การลดน้ำหนักนั้นอาจดูเป็นเรื่องง่าย คิดง่าย แต่ทำได้ยาก และน้อยคนนักที่จะทำสำเร็จ…คำถามก็คือ เราจะมีวิธีการอย่างไรให้ลดน้ำหนักส่วนเกินได้อย่างมีประสิทธิภาพ ที่ได้ผลรวดเร็ว และไม่กระทบต่อสุขภาพ “ปัจจุบันนี้เทคโนโลยีทางการแพทย์ได้พัฒนาไปอย่างมากมายที่ช่วยให้จัดการกับเจ้าไขมันส่วนเกินได้อย่างง่ายดายกว่าแต่ก่อน และเห็นผลทันใจในเวลาเพียงไม่นาน การกำจัดไขมันด้วยความเย็นนั้นเป็นอีกวิธีหนึ่ง ซึ่งเป็นเทคนิคที่กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในปัจจุบันที่ได้รับการยอมรับว่าสามารถกำจัดเซลล์ไขมันได้อย่างถาวรในเวลาอันรวดเร็ว โดยไม่ทำลายเซลล์และเนื้อเยื่อส่วนอื่น นับเป็นวิธีกำจัดไขมันส่วนเกินที่มีประสิทธิภาพอีกวิธีหนึ่ง”  แพทย์หญิงทิวบุญ ศรีพจนารถ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านโรคผิวหนังและความงามของผิวพรรณ ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์ รพ.บำรุงราษฎร์อินเตอร์เนชั่นแนล ได้ให้ความรู้ถึงวิธีการลดน้ำหนักอย่างมีประสิทธิภาพ และการสลายไขมันด้วยความเย็นเทคนิคใหม่ที่กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในปัจจุบัน ทำความรู้จักกับไขมันสะสมใต้ผิวหนัง  ไขมันสะสมใต้ผิวหนังเป็นไขมันที่พบได้ใต้ผิวของเรา เกิดจากการขยายขนาดตัวของเซลล์ไขมันโดยจะกระจายตัวสะสมตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย มักสะสมมากบริเวณพุง สะโพก ต้นขา และก้น ซึ่งเมื่อเกิดการสะสมมากๆ ก็สามารถเป็นอันตรายต่อสุขภาพและเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง หลอดเลือดหัวใจ และคอเลสเตอรอลในเลือดสูงได้ อีกทั้งยังส่งผลเสียต่อบุคลิกภาพอีกด้วย และดูเหมือนว่าบางทีการออกกำลังกาย หรือการควบคุมอาหารโดยทั่วไปนั้นอาจไม่สามารถกำจัดเจ้าไขมันส่วนเกินรอบพุงและรอบเอวเหล่านี้ได้สักเท่าไหร่ การมีรูปร่างที่ดี สัดส่วนกระชับนั้นเป็นสิ่งที่หลายคนปรารถนา แต่ก็ถือเป็นเรื่องยากเพราะต้องมีการควบคุมเรื่องอาหารการกินที่ดี ตลอดจนต้องมีการออกกำลังกายอย่างเหมาะสม ทำให้หลายคนมองหาทางลัดหลากหลายวิธีเพื่อที่จะคงหุ่นสวยเอาไว้ ซึ่งก็มีทั้งวิธีที่เจ็บตัวและไม่เจ็บตัว ปลอดภัยและไม่ปลอดภัย โดยในปัจจุบันมีนวัตกรรมทางการแพทย์ที่สะดวกและรวดเร็วในการกำจัดไขมันใต้ผิวหนังแบบไม่ต้องผ่าตัดที่ได้นำเอาความเย็นมาช่วยในการสลายไขมันส่วนเกินหรือที่เรียกว่า Coolsculpting ซึ่งเป็นวิธีที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากวิธีหนึ่ง ที่สามารถกำจัดเจ้าไขมันส่วนเกินต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว การสลายไขมันด้วยความเย็น (Coolsculpting) การสลายไขมันด้วยความเย็น (Coolsculpting) เป็นวิธีการสลายไขมันสะสมที่มีประสิทธิภาพสูง ที่นำมาใช้เพื่อกำจัดไขมันใต้ผิวหนัง โดยอาศัยหลักการของการนำความเย็นระดับจุดเยือกแข็งส่งผ่านไปยังเซลล์ทำให้เซลล์ไขมันแข็งตัวและฝ่อตัวลงไป […]

keyboard_arrow_up