ปีนี้ยิ่งใหญ่ OSCARS ครบรอบ 90 ปี! ส่งลิสต์ภาพยนตร์เข้าชิงให้ได้ชมเพียง 90 บาท

OSCARS
OSCARS

สัปดาห์แห่งการประกาศผลรางวัลออสการ์ (OSCARS) ครั้งที่ 90 ใกล้เข้ามาแล้ว โดยบรรยากาศงานจะเริ่มถ่ายทอดสดในวันจันทร์ที่ 5 มีนาคม 2561 เวลา 07.00 น. ตามเวลาเมืองไทย ทั้งนี้เพื่อเตรียมพร้อมงานประกาศผลรางวัลทางภาพยนตร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ทางเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ จึงขอเอาใจคอหนังกันเต็มเม็ดเต็มหน่วย! 

OSCARS

เตรียมรับสีสันงานประกาศผลรางวัลทางภาพยนตร์ครั้งยิ่งใหญ่ ยิ่งปีนี้ฉลองครบรอบ 90 ปี OSCARS ด้วย ทางบริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ร่วมกับบริษัท ออลล์ อินสไปร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน), สายการบิน บางกอก แอร์เวยส์, บริษัท ทรู วิชั่นส์ กรุ๊ป และบริษัทแอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด จึงได้ร่วมฉลองด้วยการเปิดให้แฟนๆ ได้เข้าชมภาพยนตร์ที่เข้าชิงรางวัลออสการ์ในราคาเพียง 90 บาท ตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์-7 มีนาคม 2561 เฉพาะในโรงภาพยนตร์พารากอน ซีนีเพล็กซ์, เมกา ซีนีเพล็กซ์, เอสพลานาด ซีนีเพล็กซ์ และ เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ รัชโยธิน (รายละเอียดภาพยนตร์และรอบที่เข้าฉายดูเพิ่มได้ที่ www.majorcineplex.com)

OSCARS

นอกจากนี้ในวันถ่ายทอดสดวันที่ 5 มีนาคมที่จะถึง ณ โรงภาพยนตร์สยามภาวลัย พารากอน ซีนีเพล็กซ์ ยังเปิดให้ชมการถ่ายทอดสดการประกาศผลรางวัลออสการ์ครั้งที่ 90 แบบเต็มอิ่มฟรีๆ รวมทั้งได้ลุ้นรับของรางวัลสุดเอ็กซ์คลูซีฟ เพียงลงทะเบียนหน้างานลุ้นรับบัตรภาพยนตร์ 6 เดือนฟรี 2 รางวัล โดยในงานนี้ยังมี คุณเอิร์ธ-นิโรธ รื่นเจริญ นักวิจารณ์ภาพยนตร์และแฟนพันธุ์แท้รางวัลออสการ์ คุณกอล์ฟ-ธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ ผู้กำกับคนดัง ฯลฯ มาร่วมชมถ่ายทอดสดงาน OSCARS ครั้งที่ 90 ไปพร้อมๆ กันด้วย

สำหรับภาพยนตร์ที่นำกลับมาฉายให้คอหนังได้ชมกันในราคา 90 บาท มี 15 เรื่อง ดังนี้ The Shape of Water, Dunkirk, Darkest Hour, Blade Runner 2049, Get Out, Baby Driver, I,Tonya, Coco, The Post, Victoria & Abdul, The Square, Loving Vincent, The Greatest Showman, Wonder และ War for Planet of the Apes 

ทั้งนี้ แพรวดอทคอม ก็ขอหยิบ 9 ภาพยนตร์ที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิง OSCARS ครั้งที่ 90 มาออเดิร์ฟให้ได้ทราบกันก่อน 
OSCARS
CALL ME BY YOUR NAME

CALL ME BY YOUR NAME

ผลงานผู้กำกับชาวอิตาเลียน: Luca Guadagnino

ในหน้าร้อน Oliver วัย 24 ปีมาพักที่บ้านของ Elio เด็กหนุ่มวัย 17 ปีเป็นเวลา 6 สัปดาห์ เพื่อให้พ่อของ Elio ช่วยดูงานเขียนวิชาการให้ ตลอดระยะเวลาสั้นๆ ความสัมพันธ์พวกเขาค่อยๆ พัฒนา ความรู้สึกแปลกใหม่ผลิบาน ต่างคนต่างเรียนรู้อะไรบางอย่าง ทิ้งความทรงจำที่จะอยู่กับพวกเขาไปทั้งชีวิต


OSCARS
DARKEST HOUR

DARKEST HOUR

ผลงานผู้กำกับชาวอังกฤษ: Joe Wright

ในช่วงก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 ขณะที่ Winston Churchill (รับบทโดย Gary Oldman ผู้เข้าชิงรางวัลออสการ์) มารับหน้าที่นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร และต้องเผชิญกับความวุ่นวายและวิกฤติที่เกิดขึ้น ซึ่งต้องหาทางเจรจาสันติภาพกับนาซี เยอรมนี หรือยืนหยัดต่อสู้เพื่ออุดมคติ เสรีภาพ และอิสรภาพของชาติ ขณะที่กองทัพนาซีเดินทัพมาใกล้ยุโรปตะวันตก และจะเข้ามาบุกและยึดครองพื้นที่ เชอร์ชิลต้องยืนหยัดต่อสู้ท่ามกลางวิกฤติ และพยายามกอบกู้ชาติ และพยายามที่จะเปลี่ยนหน้าประวัติศาสตร์โลก ท่ามกลางประชาชนที่ยังไม่มีการเตรียมตัว กษัตริย์ผู้ช่างสงสัย และพรรคการเมืองของเขาที่วางตัวอยู่ตรงกันข้าม


OSCARS
DUNKIRK

DUNKIRK

ผลงานผู้กำกับชาวอังกฤษ-อเมริกัน: Christopher Nolan

“Dunkirk” เปิดตัวด้วยฉากที่ชาวอังกฤษและเหล่าพันธมิตรนับแสนคนถูกกองกำลังศัตรูรายล้อมอยู่รอบตัว พวกเขาติดกับอยู่บนชายหาด เบื้องหลังคือท้องทะเลและต้องเผชิญหน้ากับสถานการณ์ที่เป็นไปไม่ได้เมื่อศัตรูเข้ามาประชิดตัว


OSCARS
GET OUT

GET OUT

ผลงานผู้กำกับชาวอเมริกัน: Jordan Peele

Chris Washington หนุ่มผิวสีตัดสินใจเดินทางไปเยี่ยมแฟนสาว Rose Armitage ที่เป็นคนผิวขาวที่บ้านย่านชนบท ซึ่งเป็นที่เลื่องลือกันว่าคนผิวสีมักจะ “หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย” จากที่นั่น เมื่อ Chris ไปถึงเขาสัมผัสได้กับบรรยากาศที่ไม่น่าไว้ใจ และคำเตือนจากชายผิวสีที่เขาได้พบที่นั่น สั่งให้เขา “รีบออกไป” จากที่นั่น


OSCARS
LADY BIRD

LADY BIRD

ผลงานผู้กำกับชาวอเมริกัน: Greta Gerwig

‘เลดี้เบิร์ด’ แม็คเพียร์สัน (เซียร์ชา โรแนน) ต่อต้านแม่ของเธออย่างหนัก ในขณะเดียวกันก็ทั้งรักและเป็นห่วงคุณแม่ (ลอรี เม็ตคาล์ฟ) ที่สุดแสนจะเข้มแข็ง ซึ่งเป็นพยาบาลวัยกลางคนผู้ต้องรับภาระดูแลครอบครัวอย่างยากลำบากหลังจากพ่อของเลดี้เบิร์ด (เทรซี เล็ตส์) ตกงาน เหตุการณ์ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นในเมืองซาคราเม็นโต รัฐแคลิฟอร์เนียในปี 2002 ซึ่งเป็นช่วงเวลาสุดพลิกผันของเศรษฐกิจอเมริกัน


OSCARS
PHANTOM THREAD

PHANTOM THREAD

ผลงานผู้กำกับชาวอเมริกัน: Paul Thomas Anderson

ท่ามกลางความเลิศหรูของกรุงลอนดอนปี 1950 ยุคหลังสงคราม ช่างตัดเสื้อผู้โด่งดัง เรย์โนลด์ส วู้ดค็อก (แดเนียล เดย์-ลูอิส) และน้องสาวของเขา ซิริล (เลสลีย์ แมนวิลล์) เป็นผู้อยู่ศูนย์กลางแฟชั่นอังกฤษ พวกเขาตัดเย็บชุดให้กับเชื้อพระวงศ์ ดาราหนัง ทายาทสาว หนุ่มสาวสังคม เด็กสาวแรกแย้มที่เพิ่งเปิดตัวในแวดวงสังคมและท่านผู้หญิงทั้งหลายด้วยสไตล์ที่โดดเด่นของเฮาส์ ออฟ วู้ดค็อก หญิงสาวมากหน้าหลายตาผ่านมาและผ่านไปในชีวิตของวู้ดค็อก พวกเธอเป็นทั้งแรงบันดาลใจและเพื่อนคู่ใจให้กับชายผู้พึงพอใจกับการเป็นโสดของตัวเอง จนกระทั่งเขาได้เจอกับหญิงสาวผู้เข้มแข็ง อัลมา (วิคกี้ ครีปส์) ผู้อยู่คู่กับชีวิตของเขาในฐานะแรงบันดาลใจและคนรัก เขาพบว่าชีวิตที่ครั้งหนึ่งเคยวางแผนเอาไว้อย่างดีและอยู่ภายใต้การควบคุมของเขาต้องสั่นคลอนด้วยความรัก


OSCARS
THE POST

THE POST

ผลงานผู้กำกับชาวอเมริกัน: Steven Spielberg

เมื่อปี 1971 โดย แดเนียล เอลส์เบิร์ก (Daniel Ellsberg) ผ่านหนังสือพิมพ์ The New York Times เปิดเผยเนื้อหาในเอกสารลับเพนตากอน (Pentagon Papers) ว่าด้วยเรื่องปฏิบัติการ การแทรกแซง และภารกิจต่างๆ ในสงครามเวียดนาม บันทึกโดยกองทัพทหารสหรัฐฯ ถือเป็นความผิดพลาดครั้งยิ่งใหญ่ของรัฐบาลเนื่องจากจุดประสงค์ในการเข้าร่วมรบในสงครามเวียดนามที่แท้จริงคือการปกครองประเทศจีน ไม่ใช่ต้องการให้เวียดนามใต้สงบอย่างที่ได้แจ้งประชาชนเอาไว้ เป็นเหตุให้เกิดความสั่นคลอนในประเทศไปจนถึงการต่อต้านการเข้าร่วมสงครามเวียดนามจากประชาชนในสมัยนั้น


OSCARS
THE SHAPE OF WATER

THE SHAPE OF WATER

ผลงานผู้กำกับชาวเม็กซิกัน: Guillermo del Toro

เรื่องราวของ Eliza (แสดงโดย แซลลี ฮอว์คกินส์) ภารโรงสาวผู้เป็นใบ้ เธอทำงานทำความสะอาดให้กับห้องแล็ปของรัฐบาล สถานที่ที่เธอได้พบรักกับสิ่งที่เรียกว่าเป็น “สมบัติล้ำค่า” ของที่แห่งนี้ มันคืออมนุษย์ใต้น้ำ (แสดงโดย ดั๊ก โจนส์) มันถูกคุมขังและเตรียมถูกทดลองที่โหดร้ายทารุณ ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของเจ้าหน้าที่สตริคแลนด์ (แสดงโดย ไมเคิล แชนนอน) นั่นทำให้อิไลซาที่เริ่มมีความรู้สึกดีๆ ให้กับเจ้าอมนุษย์ตัวนี้เริ่มวางแผนที่จะพามันหลบหนีให้ได้


OSCARS
Three Billboards Outside Ebbing, Missouri

THREE BILLBOARDS OUTSIDE EBBING, MISSOURI

ผลงานผู้กำกับชาวอังกฤษ: Martin McDonagh

หนึ่งเดือนผ่านไปหลังจากลูกสาวของเธอถูกฆาตกรรมโดยไม่สามารถจับคนผิดมาลงโทษได้ Mildred Hayes (รับบทโดยเจ้าของรางวัลออสการ์ ฟราสเซส แม็คดอร์แมน) ได้เริ่มทวงถามอย่างแสบสัน เธอซื้อป้ายบิลบอร์ดสามป้ายริมถนนในเมืองของเธอ เพื่อส่งข้อความทวงหาผู้กระทำผิดจาก William Willoughby (รับบทโดยผู้ถูกเสนอเข้าชิงออสการ์ วู้ดดี้ ฮาร์เรลสัน) หัวหน้าตำรวจประจำเมือง นี่คือการต่อสู้ของผู้เป็นแม่กับกระบวนการยุติธรรมที่เสียดสีสังคมได้อย่างร้ายกาจ

 

แต่ละเรื่องน่าสนุกทั้งนั้น.. แล้วมีเรื่องไหนเป็นเรื่องโปรดของแฟนๆ กันมั่งเอ่ย?

 


ภาพ: เมเจอร์ซีนีเพล็กซ์

keyboard_arrow_up