แตกต่างแต่ไม่แตกแยก 4 ศิลปิน สะบัดพู่กันสไตล์ตัวเอง โชว์ผลงานศิลปะในงาน Plus Four

หากลองมองไปรอบๆ ตัว ถ้าสังเกตให้ดี เชื่อว่าหลายคนคงได้เห็นศิลปะที่ถ่ายทอดออกมาผ่านผลงานต่างๆ อยู่รอบตัวเต็มไปหมดแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นแฟชั่นของเหล่าหนุ่มสาว ดีไซน์อาคารบ้านเรือน ร้านคาเฟ่ต่างๆ และแน่นอนที่เห็นชัดที่สุดก็น่าจะเป็นภาพวาด ภาพจิตรกรรม ที่เห็นได้จากเหล่านิทรรศการศิลปะทั่วไป

วันนี้ แพรวดอทคอม เลยจะพาชม นิทรรศการศิลปะ “Plus Four” ที่ DUKE Contemporary Art Space พื้นที่สร้างสรรค์รวมผลงานศิลปะของเหล่าศิลปินไม่จำกัดรุ่น ตั้งอยู่ใจกลางเมือง ย่านราชประสงค์ ชั้น 1 ศูนย์การค้าเกษรวิลเลจ โดยกิมมิกของนิทรรศการครั้งนี้คือ เป็นการคัดเลือกผลงานจิตรกรรมจาก 4 ศิลปิน ที่มีพื้นเพถิ่นกำเนิด อายุ และเพศที่แตกต่างกัน ให้มาถ่ายทอดผลงานศิลปะตามสไตล์ตัวเอง ซึ่งผลงานของแต่ละคนนั้นก็ได้นำมาจัดแสดงในพื้นที่เดียวกัน หรือนิทรรศการครั้งนี้ด้วยกันนั่นเอง เพื่อสื่อว่า แม้คนจะแตกต่างกัน มีประสบการณ์มากน้อยต่างกันไป แต่ก็สามารถอยู่ร่วมกันได้ และเข้าใจความรู้สึก ความคิดของกันได้โดยมีศิลปะเป็นตัวเชื่อม

ผลงานศิลปะของ 4 ศิลปิน จะมีมุมมองความคิดและหน้าตาเป็นอย่างไร ไปชมด้านล่างนี้เลยจ้า

ประภัสสร บุตรพรหม

เริ่มต้นกันที่ศิลปินรุ่นใหม่ไฟแรง เอิร์ธ – ประภัสสร จบการศึกษาในระดับปริญญาตรี สาขาวิชาภาพพิมพ์ คณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร มีดีกรีเป็นเจ้าของตำแหน่ง Young Thai Artist Awards 2015 ถึงแม้อายุจะยังน้อย เพียง 24 ปี แต่ผลงานด้านศิลปะที่ได้ร่วมแสดงในนิทรรศการต่างๆ ก็มีมาก และครั้งนี้ก็เช่นกัน โดยคอนเซ็ปต์ผลงานที่นำมาจัดแสดง เอิร์ธมองว่า “มนุษย์ขาดความรักไม่ได้ ทุกคนล้วนเคยมีความรัก ไม่ว่าจะเป็นความรักในประเภทไหน อาจจะเป็นความรักแบบหนุ่มสาว รักที่มาจากครอบครัว รักที่มาจากเพื่อนหรือคนรอบข้าง ล้วนแต่สร้างทั้งความสุขเเละความเจ็บปวด ความสุขที่มีอีกคนอยู่ข้างๆ มีกำลังใจ มีเป้าหมาย ความเจ็บปวดที่เกิดจากการสูญเสีย ผิดหวัง ซึ่งผลงานชุดนี้ใช้แรงบันดาลใจจากประสบการณ์ด้านความรักของดิฉันเอง ในช่วงเวลาที่รู้สึกรัก มีความสุข และในช่วงเวลาที่ผิดหวังเสียใจจากความรัก”

Girl Behind the Wall
In My Mind
Look at You
Under the Skin
You Got Me

มนัส เหลาอ่อน

ตามมาที่ศิลปิน ปีป – มนัส เหลาอ่อน วัย 37 ปี จบการศึกษาระดับปริญญาโทจากคณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ซึ่งก็มีรางวัลด้านศิลปะการันตีหลายเวที โดยผลงานที่นำมาจัดแสดงในนิทรรศการครั้งนี้ เขาได้หยิบเรื่องรูปทรงของวัตถุที่อยู่รอบตัวกับสภาพแวดล้อมในชีวิตมาเป็นคอนเซ็ปต์ ซึ่งก็ได้ผสมกับความคิด ทัศนคติ และประสบการณ์ส่วนตัว จนออกมาเป็นผลงานศิลปะในรูปแบบจิตรกรรม ซึ่งก็ได้ใช้เทคนิคการลวงตาด้วยการเล่นน้ำหนัก แสงเงา สี หรือพื้นผิวในผลงานเหล่านี้ด้วย คาดว่าน่าจะสร้างความรู้สึกบางอย่างให้แก่คนดูได้แน่นอน

 

Eye, Acrylic on canvas
Eye, Acrylic on canvas
Fairy wing, Acrylic on canvas
Fairy wing, Acrylic on canvas
klay, Acrylic on canvas
คลาย, Acrylic on canvas

สมพงษ์ ผลรัศมี

เป็นอีกหนึ่งศิลปินที่มีความสามารถ สำหรับสมพงษ์ ผลรัศมี ที่จบการศึกษาระดับปริญญาโท คณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากรเช่นกัน โดยก่อนหน้านี้เขาเพิ่งคว้ารางวัลยอดเยี่ยมอันดับที่ 1 ของการส่งผลงานศิลปะเข้าประกวดในจิตรกรรมร่วมสมัยพานาโซนิค ครั้งที่ 16 “เพื่อความสุขแห่งมวลมนุษยชาติ” สำหรับผลงานในนิทรรศการครั้งนี้ แรงบันดาลใจได้มาจากชีวิตของเขาที่เป็นลูกชาวนา รายล้อมด้วยผู้คนที่ทำอาชีพเกษตรกรรม ที่ถึงแม้อาชีพนี้อาจจะดูเหน็ดเหนื่อย แต่ผู้คนที่ทำอาชีพดังกล่าวรวมถึงญาติๆ ของเขาก็มีหัวใจซื่อสัตย์และซื่อตรงต่ออาชีพจนถึงวันลาจากโลกนี้ โดยเขาก็ได้บรรจงสร้างผลงานในนิทรรศการครั้งนี้เพื่อระลึกถึงเหล่าชาวนา ชาวเกษตรกรรม ซึ่งก็ถือว่าเป็นผู้มีพระคุณสำหรับเขาด้วย

 

My Aunt Pon_oil on canvas
My Uncle Oh_oil on canvas
My Uncle Yordt_crayon & oil on canvas
Self-Portrait 03_oil on canvas

อัชลินี เกษรศุกร์

ส่งท้ายกันที่ศิลปินคนสุดท้าย อัชลินี เกษรศุกร์ วัย 38 ปี ที่เห็นผลงานแล้วสาวๆ หลายคนชื่นชอบ โดยเธอจบเกียรตินิยมอันดับที่ 1 สาขากราฟิกดีไซน์ ที่ Corcoran College of Art and Design วอชิงตัน ดี.ซี. ซึ่งเธอก็ได้รับการกล่าวขวัญด้านผลงานศิลปะที่สหรัฐอเมริกาหลายรางวัลทีเดียว โดยผลงานที่นำมาจัดแสดงในนิทรรศการครั้งนี้ เธอมีคอนเซ็ปต์ว่า “ความเจ็บปวดและความสุขเป็นยิ่งกว่าเงาของกันและกัน ในความสุขมักจะแทรกด้วยความเจ็บปวด และบ่อยครั้งที่ในความเจ็บปวดก็ระคนด้วยความสุขบางๆ ไม่ว่าความเจ็บปวดนั้นจะเกิดจากโรคภัยหรือโรคใจ เราก็ต้องใช้ชีวิตให้ดีที่สุดด้วยการมองสิ่งงดงามรอบตัวมาเติมเต็ม เมื่อเราอยู่กับความเจ็บปวดด้วยรอยยิ้ม มันไม่เพียงมอบกำลังใจให้ตัวเอง หากแต่ยังไปจุดความสุขแก่คนรอบข้าง ซึ่งจุดนี้ก็ทำให้อยากแบ่งปันผ่านภาพวาดนามธรรมที่ทั้งสดใสและมืดมัว ที่มีทั้งสุขและทุกข์ปะปนกันนั่นเอง”

Alice, Oil on wood panel
Amelia&Louisa, Oil on wood panel
Chloe, Oil on wood panel
Mina, Oil on wood panel
Pearl, Oil on wood panel

เรื่อง: Gingyawee_แพรวดอทคอม
สถานที่: DUKE Contemporary Art Space ชั้น 1 ศูนย์การค้าเกษรวิลเลจ
ภาพ: นิทรรศการ Plus Four

keyboard_arrow_up