เรื่องชาน่ารู้กับ 2 เซเลบสาว มิ้นท์-อรรถวดี และ ปุ๊กลุก ทัชชารตี พร้อมจิบชาผสมม็อกเทลปาร์ตี้ได้นะ รู้ยัง!!

เอ็ม บี เค
เอ็ม บี เค

การเบลนด์ชาให้มีรสชาติละมุน และมีลักษณะเฉพาะตัวนั้นต้องอาศัยวัตถุดิบชั้นดีและความชำนาญในเรื่องชาและสมุนไพรต่างๆ ดังนั้น การเบลนด์ชาจึงเป็นศิลปะและวัฒนธรรมตกทอดมายาวนานที่ละเมียดละไม อีกทั้งสามารถสะท้อนอารมณ์และตัวตนของผู้เบลนด์ชาได้อีกด้วย

เอ็ม บี เค เรียล เอสเตท จึงร่วมกับ Tea Specialist คิดค้นชาสูตรพิเศษที่เบลนด์ขึ้นใหม่เพื่อสะท้อนแนวคิด ‘Pride and Pleasure of Your Valued Living’ สร้างประสบการณ์อบอุ่นที่อบอวลด้วยกลิ่นหอมของชานานาพันธุ์ ด้วยกิจกรรมเวิร์คช็อป Blossom and Spice Tea Blending Workshop’ เพื่อแบ่งปันฮาวทูการเบลนด์ชา ที่ต้องเริ่มตั้งแต่การเลือกสรรส่วนผสมจากสมุนไพรและใบชาชั้นยอด เพื่อรังสรรค์เป็นชาสูตรเฉพาะที่มีกลิ่นและรสตามคาแรคเตอร์ของแต่ละคน โดยมีสองเซเลบริตี้สาวสวย มิ้นท์ – อรรถวดี จิรมณีกุล และ ปุ๊กลุก – ทัชชารตี ระนอง ร่วมสร้างสรรค์ชาสูตรคลาสสิกพิเศษเฉพาะตัว และพูดคุยถึงไลฟ์สไตล์ในการเลือกดื่มชา

มิ้นท์ – อรรถวดี จิรมณีกุล

ส่วนตัวเป็นคนที่ปวดท้องบ่อย จึงชอบดื่มชาเปปเปอร์มินต์หลังมื้ออาหาร เพราะช่วยย่อยและขับลม ทำให้รู้สึกสบายท้อง อีกทั้งเป็นคนชอบออกกำลังกายเวลาอยู่บ้าน อาทิ เล่นโยคะ วิ่ง และต่อยมวย จึงต้องเติมความสดชื่นและความกระปรี่กระเปร่าด้วยการดื่มชา รวมถึงยังใช้ชาสร้างความรื่นรมย์ภายในบ้านหลังมื้ออาหารกลางวันด้วยการจัด High Tea Party ซึ่งมิ้นท์จะเลือกเสิร์ฟชาเบลนด์รสชาติดี พร้อมของว่างอร่อยๆ ให้แก่คนในครอบครัว”

ปุ๊กลุก – ทัชชารตี ระนอง

“ชอบดื่มชาที่มีกลิ่นหอม เช่น ชาอิงลิชเบรกฟาสต์ ชาเอิร์ลเกรย์ รวมถึงชากลิ่นผลไม้ต่างๆ โดยส่วนตัวจะดื่มชาในช่วงเวลาบ่าย เพราะการดื่มชาช่วงเวลานั้นทำให้รู้สึกสดชื่นขึ้น ยิ่งถ้าได้จัดเป็น Afternoon Tea Party ด้วยจะยิ่งดี ซึ่งเคล็ดลับการจัดปาร์ตี้ชาง่ายๆ ของปุ๊กลุก คือ เราควรกำหนดรูปแบบงานให้ชัดเจนก่อน ลำดับถัดไปควรจัดเตรียมอุปกรณ์ภาชนะที่มีลวดลายสวยงามและเข้ากันเป็นชุด หรืออาจใช้ลวดลายและสีสันที่ตัดกันอย่างตั้งใจแต่สามารถไปด้วยกันได้ อีกทั้งควรเตรียมขนมหลากหลายเมนูวางเสิร์ฟให้ดูเต็มโต๊ะแต่ไม่รก รวมถึงควรตกแต่งสถานที่ให้ไปในทิศทางเดียวกันกับรูปแบบงาน เช่น หากอยากได้บรรยากาศที่ดูหรูหรา อาจประดับตกแต่งงานด้วยดอกไม้ รวมถึงการเลือกใช้เฉดสี เช่น สีทอง สีเงิน หรือกากเพชร จะสามารถช่วยสร้างบรรยากาศของงานให้ดูหรูหราขึ้นได้”

บุษปา กีรติไกรนนท์ Tea Specialist และเจ้าของแบรนด์ชา Mali Alteli
วิธีการเบลนด์ชาและการคัดเลือกวัตถุดิบจากสมุนไพรนานาชนิด เพื่อสร้างสรรค์ชาสูตรเฉพาะที่มีกลิ่นและรสชาติตามคาแรคเตอร์ของตนเอง

“โดยเริ่มจากการเลือกชาและสมุนไพรหรือกลิ่นดอกไม้ที่ชอบก่อน แนะนำให้ใช้ชาอู่หลงหรือชาแดง เนื่องจากชาทั้งสองชนิดนี้มีรสชาติที่ไม่ขัดแย้งกับวัตถุดิบอื่น และควรเบลนด์ส่วนผสมต่างๆ ทีละน้อย แล้วลองลิ้มชิมรสจนกว่าเราจะรู้สึกพอใจ เพราะการเบลนด์ชาไม่มีสูตรตายตัวขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละบุคคล ซึ่งชาแต่ละชนิดมีประโยชน์ในตัวเองอยู่แล้ว อาทิ ช่วยป้องกันมะเร็ง บำรุงหัวใจ ช่วยเผาผลาญพลังงาน ลดคลอเลสเตอรอล ฯลฯ”

“หากเราเลือกใบชาที่ชอบมาเบลนด์เข้ากับสมุนไพรก็สามารถเสกชาที่มีสรรพคุณได้ดังใจ เช่น ผสมดอกลาเวนเดอร์หรือกุหลาบ ช่วยบำรุงระบบหมุนเวียนโลหิต พร้อมทั้งคลายเครียด หากใครหลับยาก เบลนด์ชากับดอกคาโมมายล์หรือดอกหอมหมื่นลี้ ช่วยให้ผ่อนคลายและหลับสบาย หรือเลือกผสมอัญชัญก็จะช่วยบำรุงสายตาและเพิ่มภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย ชาผสมใบเตย ช่วยลดไข้ บำรุงผิวและแก้ท้องผูก ส่วนชาผสมตะไคร้ ช่วยขับลมและแก้คลื่นไส้ เคล็ดลับอีกหนึ่งอย่าง คือ ควรสกัดชาที่เบลนด์แล้วในอุณหภูมิน้ำร้อนประมาณ 95 องศาเซลเซียส เพราะจะได้ชาที่มีรสชาติดี สำหรับมือใหม่หัดเบลนด์ สัดส่วนใบชาและสมุนไพรที่แนะนำคือ ใบชา 3 ส่วน ต่อสมุนไพร 1 ส่วน

Did You Know : เรื่องชาน่ารู้โดย Tea Specialist

  • การปรับระดับคาเฟอีนในชาด้วยวิธีชงที่ถูกต้อง

การดื่มชาในยามเช้า ช่วยให้ร่างกายกระปรี้กระเปร่า ตื่นตัว พร้อมรับวันใหม่ แต่สำหรับใครที่เซนซิทีฟกับคาเฟอีน ต้องระวังการดื่มชาในตอนเช้าเป็นพิเศษ เพราะอาจเกิดอาการใจสั่น วิงเวียน จนอยากอาเจียนได้ ถ้าต้องดื่มจริงๆ แนะนำให้ดื่มพร้อมกับการรับประทานอาหาร หรือเลือกดื่มหลังมื้ออาหาร จะปลอดภัยจากอาการมึนงง นอกจากนี้อุณหภูมิและระยะเวลาในการชงก็มีผลต่อปริมาณคาเฟอีนได้ หากไม่ต้องการคาเฟอีนปริมาณสูง ให้เลือกเป็นชาเขียวหรือชาขาว แล้วชงในน้ำอุณหภูมิไม่เกิน 95 องศา และแช่ใบชาไว้ไม่เกิน 4 นาที

  • ประชุมยาวไป ดื่มชาสมุนไพรให้สดชื่นกันดีกว่า

สำหรับหนุ่มสาวออฟฟิศ เวลาต้องประชุมยาวๆ ต้องมีบ้างที่เหนื่อยล้า ตึงไหล่ ลามไปปวดหัว จะกระตุ้นด้วยกาแฟก็อาจจะหนักไปหน่อย Tea Specialist ของเราขอแนะนำชาที่เบลนด์กับสมุนไพร เช่น ตะไคร้ ขิง หรือมะนาว จิบแล้วรับรองว่าสมองจะปลอดโปร่ง อารมณ์แจ่มใส ดึงพลังสร้างสรรค์กลับมาทันที

  • ผสมชาเป็นเครื่องดื่มเก๋ๆ สำหรับคอปาร์ตี้

ลืมภาพจิบชายามบ่ายกับสโคนไปก่อน แล้วนำชามาผสมเป็นม็อกเทลหรือค็อกเทลสำหรับปาร์ตี้ยามค่ำคืนก็เก๋ไก๋ไม่น้อย ทั้งง่ายและดูมีสไตล์ด้วยนะ วิธีทำเริ่มจากเลือกใบชามาสักหนึ่งชนิด ชงให้แก่หน่อยเพราะเราจะทำเป็นเครื่องดื่มเย็น จากนั้นผสมด้วยผลไม้รสเปรี้ยว ตระกูลเบอร์รี่ หรือผลไม้ที่หาง่ายๆ ตามฤดูกาล เตรียมแก้วใส่น้ำแข็ง ตกแต่งด้วยสมุนไพรทรงสวย เช่น ใบมินต์ หรือโรสแมรี่ ใครทานแอลกอฮอล์ได้ ก็เติมชนิดที่ชอบลงหน่อย แนะนำเป็นจิน วอดก้าหรือรัม รับลองว่าถูกใจทั้งคนชิมและคนชงแน่นอน

 

เรื่อง : PP_แพรวดอทคอม
ภาพ : MBK

keyboard_arrow_up