SICILY I SHALL RETURN ซิซิลี แล้วฉันจะกลับมา (ตอนที่ 1)

ความสำคัญของซิซิลีไม่ใช่แค่เป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดในทะเลเมดิเตอร์เรเนียนแต่ ซิซิลี เป็นแหล่งรวมวัฒนธรรมในอดีตจากอาหรับกรีก ไบแซนไทน์ สเปน โนแมดโปลินีเซียน และโรมัน ที่ได้หล่อหลอมเข้าด้วยกัน ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อชาวยุโรปและการรวมชาติของอิตาลีในยุคสมัยต่อมา

ด้านในวิหารพาลาทีน
ด้านในวิหารพาลาทีน

พอพวกเรารู้ว่าจะได้ไปเกาะซิซิลีก็พากันหาดีวีดีเดอะก๊อดฟาเธอร์ มาดูกันใหญ่ พร้อมกับหมายมั่นปั้นมือว่าจะได้ไปเยือนถิ่นต้นตระกูลเจ้าพ่อมาเฟีย และเมื่อมาถึงเมืองหลวงปาแลร์โม (Palermo) สถานที่ต้นกำเนิดของตระกูลดอน คอร์เลโอเน่ (ครอบครัวมาเฟียที่มีอิทธิพลเป็นเวลานานในนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกาตามเนื้อหาในภาพยนตร์) เรายังรู้สึกว่ามาเฟียมาร์ลอนแบรนโด หรืออัล ปาชิโน มาเดินวนเวียนอยู่ใกล้ ๆแถมเสียงเพลง Speak softly love and hold me warm against your heart กระซิบเบา ๆ อยู่ข้างหูตลอดทริปเลย

ด้านในพระราชวังหลวง
ด้านในพระราชวังหลวง

ปาแลร์โม (Palermo) เมืองหลวงของเกาะซิซิลี

โรงแรมที่พักของเราอยู่บนถนนวิทโทริโอ เอมานูเอลเล (Vittorio Emanuele) ใกล้กับจัตุรัสพริทอเรีย ใจกลางเมือง ทำให้เราสามารถเดินชมเมืองได้อย่างสะดวก เริ่มจากแยกก๊วดโตร้กันติ (Quattro Canti)ที่ตัดกับถนนเวียมาเกด้า (Via Maqueda) สายหลักของเมือง เดินชมเมืองแล้ว จุดที่ห้ามพลาดในเมืองหลวงแห่งนี้คือ มหาวิหารดูโอโม สุดยอดสถาปัตยกรรมไบแซนไทน์ และวิหารพาลาทีน ภายในพระราชวังหลวงที่ตระการตาด้วยโมเสกสีทอง ดิฉันอยากบอกว่านอกจากงานคลาสสิกแบบโรมันกอทิก แบบคาตาโลเนียที่ได้เห็นตามบ้านเรือน ยังมีโดม ประตูโค้งแบบอาหรับ โมเสกไบแซนไทน์ งานสตั๊คโคแบบบาโรก สอดแทรกอยู่ทั้งเมือง สวยงามมาก เอาเป็นว่าตั้งแต่วันแรกที่มาถึง พวกเราก็ปะทะเสน่ห์ซิซิลีเข้าอย่างจังเสียแล้วสิ

บริเวณภายในคอร์ตยาร์ด
บริเวณภายในคอร์ตยาร์ด

มงเรอัลเล่ (Monreale) งานโมเสกที่สวยที่สุดในอิตาลี

วันรุ่งขึ้นพวกเราเดินทางสู่เมืองมงเรอัลเล่ เป็นเมืองที่น่ารักมากมีมหาวิหารดูโอโมที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นเพชรน้ำเอกของสถาปัตยกรรม อาหรับ – นอร์มัน ตั้งแต่ประตูบรอนซ์ด้านหน้าจนถึงด้านในที่ตกแต่งด้วยโมเสกชิ้นเล็ก ๆ สวยงามมาก ดิฉันตะลึงในความอุตสาหะในการเรียงแผ่นกระเบื้องชิ้นเล็ก ๆ สีสว่างทั้งอาคาร เอาเป็นว่าถ้าไม่มีอายาโซเฟียที่อิสตันบูล ตุรกี ละก็ ดิฉันยกให้ดูโอโมที่มงเรอัลเล่แห่งนี้เป็นวิหารในสถาปัตยกรรมแบบอาหรับที่สวยที่สุด ฟันธงเลยค่ะ

ออกจากดูโอโม เดินต่อไปยัง Columns of the Courtyard Garden เป็นอาคารอยู่ติดกัน มีพื้นที่ใหญ่มากราว 2 สนามเทนนิส (ใหญ่กว่าหลายเท่าของที่มงต์แซงต์มิเซลในฝรั่งเศส)  มีแนวเสาแกะสลักเป็นเรื่องราวตามคัมภีร์ 228 คู่ล้อมรอบสวนสวย ดิฉันกับเพื่อนสลับกันเกาะเสาถ่ายรูป คล้ายในหนังอินเดียที่นางเอกชอบเกาะต้นไม้ร้องเพลงร่อนไปร่อนมาประมาณนั้น

ภายในมหาวิหารมงเรอัลเล่
ภายในมหาวิหารมงเรอัลเล่

หุบเขาแห่งวิหารเทพที่ Agrigento

สถานที่สำคัญที่ต้องมาเยี่ยมชมเมื่อมาถึงเกาะซิซิลีคือ หุบเขาแห่งวิหารเทพ (Valley of Temples) ที่อากรีเจนโต (Agrigento) ซึ่งอยู่เลียบทะเลเมดิเตอร์เรเนียนทางตะวันตกเฉียงใต้ของเกาะ

เมื่อเยื้องย่างเข้ามาที่เขตเมือง ดิฉันไม่เคยคิดว่าจะมีเมืองกรีกที่สวยงามและยิ่งใหญ่อยู่ในดินแดนโรมันแห่งนี้ ว่ากันว่าเป็นสถาปัตยกรรมที่รุ่งเรืองมากที่สุดของเมืองกรีกที่อยู่นอกประเทศกรีซ อาครากัส (Akragas) เป็นเมืองที่ประชาชนอาศัยอยู่ มีความเจริญและหรูหรามากที่สุดในศตวรรษที่ 5 กล่าวกันว่าความรุ่งเรืองของเมืองนี้เทียบเท่ากับกรุงเอเธนส์เมืองหลวงเลยค่ะ (ในช่วงแรกที่เดินเข้าชม ดิฉันยังอดเผลอนึกไปว่านี่เราอยู่ประเทศกรีซหรือเปล่านะ)

กลางเมืองมงเรอัลเล่
กลางเมืองมงเรอัลเล่

ในบริเวณนี้มีกลุ่มวิหาร 8 แห่งด้วยกัน รายล้อมด้วยต้นมะกอกที่เชื่อว่ามีอายุหลายร้อยปี วิหารหลัก ๆ ที่ยังมีสภาพสมบูรณ์มี 3 แห่งคือ วิหารแห่งเทพเฮรา ทางทิศตะวันออก สร้างเสร็จตั้งแต่ 400 ปีก่อนคริสตกาล ในอดีตเชื่อว่าใช้เป็นที่ฉลองงานมงคลสมรส เพราะเทพเฮราหรือจูโนในชื่อโรมันเป็นเทพกัญญาแห่งมารดา พวกเราหามุมถ่ายรูปกันเพลินไปเลยค่ะ เพราะวิหารตั้งอยู่บนเนินสูง มองไปตัดกับสีฟ้าของทะเลเมดิเตอร์เรเนียนสวยงาม น่าประทับใจมาก

วิหารเทพจูโน
วิหารเทพจูโน

 

ที่มา : นิตยสารแพรว ฉบับที่ 870 ปักษ์วันที่ 25 พฤศจิกายน 2558

 

 

 

 

 

keyboard_arrow_up