คอไม่แข็งต้องรู้ไว้! สายปาร์ตี้ดื่มยังไงไม่ให้พัง

สมัยนี้การปาร์ตี้กับเพื่อนฝูงหรือการแฮงค์เอ้าท์เข้าสังคมนับเป็นอีกหนึ่งไลฟ์สไตล์ที่หลายคนนิยม โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับหนุ่มสาวชาวเมืองที่ทำงานหนักกันตลอดเวลา พอถึงโอกาสผ่อนคลายก็พลาดไม่ได้ที่จะต้องดื่มฉลอง ซึ่งแน่นอนว่าที่ดื่มกันไปนั้นไม่ใช่น้ำหวาน แต่เป็นแอลกอฮอล์ เครื่องดื่มคู่ใจของสายปาร์ตี้ทั้งหลาย อีกทั้งการดื่มบ่อยก็ใช่ว่าจะค่อยๆ ชินเสียเมื่อไหร่ ยังไงๆ ก็ต้องเมาต้องแฮงค์ แพรวดอทคอมจึงมีเทคนิคในการดื่มแอลกอฮอล์อย่างรู้เท่าทันมาบอกกัน รับรองว่าถ้าทำได้ก็จะไม่เมาจนพังแน่นอน

คอไม่แข็งต้องรู้ไว้! สายปาร์ตี้ดื่มยังไงไม่ให้พัง

สายปาร์ตี้

กินรองท้องก่อนดื่ม

ถ้าไม่อยากเมาจนหลับหรือกลับบ้านก่อนเพื่อน สิ่งสำคัญที่ควรทำก่อนดื่มแอลกอฮอล์คือกินอาหารรองท้องก่อนสักนิด เพราะถ้าท้องว่างร่างกายจะดูดซึมแอลกอฮอล์ได้เร็วมาก ซึ่งก็จะทำให้เมาเร็วมากขึ้นตามไปด้วยนั่นเอง

ดื่มอย่างรู้ปริมาณ

การดื่มแอลกอฮอล์อย่างฉลาดคือต้องดื่มอย่างรู้ปริมาณ โดยไม่ควรเติมเครื่องดื่มอยู่เรื่อยๆ ทั้งที่ยังดื่มไม่หมด เพราะเราจะไม่รู้เลยว่าดื่มไปกี่แก้วแล้ว แต่ถ้ายากที่จะนับจริงๆ ก็มีตัวช่วยดีๆ อย่างเครื่องคำนวณแอลกอฮอล์ สำหรับผู้ที่ต้องการเช็คแคลอรี่หรือปริมาณแอลกอฮอล์ในเครื่องดื่ม ซึ่งเพียงสแกน QR Code โปรแกรมก็จะคำนวณจำนวนหน่วยที่บริโภค ปริมาณแคลอรี่ และระยะเวลาที่แอลกอฮอล์ขับออกจากร่างกายให้แบบอัตโนมัติ ซึ่งถือเป็นตัวช่วยในการวางแผนก่อนดื่มอย่างชาญฉลาดจริงๆ

สายปาร์ตี้

ดื่มน้ำเปล่าก่อนและหลังช่วยได้

การดื่มน้ำเปล่าก่อนและหลังดื่มแอลกอฮอล์ช่วยป้องกันอาการเมาค้างได้ เพราะแอลกอฮอล์มีฤทธิ์ขับปัสสาวะที่ทำให้ร่างกายขาดน้ำ ซึ่งเป็นต้นเหตุของอาการเมาค้าง ดังนั้นเราจึงควรดื่มน้ำเยอะๆ ทั้งก่อน ระหว่าง และหลังการดื่มเแอลกอฮอล์ เพราะจะช่วยให้ร่างกายไม่ขาดน้ำจนเกิดอาการเมาค้างนั่นเอง

อย่าใช้หลอดดูด

การดื่มเหล้าโดยใช้หลอดดูดอาจทำให้เมาเร็วขึ้นได้ เพราะเมื่อใช้หลอดดูด เราจะรู้สึกว่าดื่มง่ายขึ้น แถมยังช่วยกลบรสขมของแอลกอฮอล์ได้อีก จึงทำให้รู้สึกเพลิน เหมือนดูดน้ำหวานหรือน้ำเปล่า ซึ่งเป็นสาเหตุให้ดื่มแอลกอฮอล์มากขึ้นโดยไม่รู้ตัว

สายปาร์ตี้

 

นอกจากเทคนิคการดื่มแอลกอฮอล์ยังไงให้ไม่พังแล้ว ยังมีเทคนิคผิดๆ ที่หลายคนคิดว่าช่วยบรรเทาอาการเมาแฮงค์ได้ ซึ่งแพรวดอทคอมขอบอกตรงนี้เลยว่าไม่จริ๊งไม่จริง

ดื่มกาแฟดำช่วยทำให้หายแฮงค์

เทคนิคนี้ไม่จริงอย่างแรง เพราะกาแฟดำแค่ช่วยลดอาการง่วงซึมของผู้ดื่มเท่านั้น แต่ไม่ได้ช่วยเร่งการขับแอลกอฮอล์ออกจากร่างกายหรือลดความมึนเมา และจริงๆ แล้วกาแฟดำออกฤทธิ์ขับปัสสาวะเช่นเดียวกับแอลกอฮอล์ ซึ่งจะยิ่งทำให้ร่างกายของคุณขาดน้ำขึ้นไปอีก วิธีแก้อาการเมาที่ถูกต้องคือการนอนพัก และดื่มน้ำเปล่าเยอะๆ จะดีกว่า

การถอนช่วยทำให้อาการเมาค้างดีขึ้น

เทคนิคนี้ก็ไม่จริง เพราะการถอนจะช่วยให้ดีขึ้นแค่ชั่วคราวเท่านั้นเอง โดยร่างกายจะหยุดกลไกขับแอลกอฮอล์ออกจากร่างกายเพื่อเตรียมรับแอลกอฮอล์ใหม่เข้าไป การทำเช่นนี้แค่ช่วยชะลออาการเมาค้าง เพราะถึงอย่างไรแล้วแอลกอฮอล์ที่คุณดื่มเข้าไปก็ต้องผ่านกระบวนการเพื่อขับออกจากร่างกายอยู่ดี

ดื่มไวน์ เบียร์ เมาน้อยกว่าดื่มเหล้า

บอกเลยว่าไม่จริง เพราะผลกระทบของการดื่มไม่ได้ขึ้นอยู่กับประเภทของเครื่องดื่ม แต่ขึ้นอยู่กับปริมาณแอลกอฮอล์ รูปแบบการดื่ม และปัจจัยอื่นๆ เช่น ปริมาณและความเร็วในการดื่ม ภาวะร่างกายของแต่ละคนที่ตอบสนองต่อแอลกอฮอล์ไม่เท่ากัน อายุและเพศ ด้วยเหตุนี้ทำให้คนหนุ่มสาวและผู้หญิงมีโอกาสเมาเร็วกว่านั่นเอง

สายปาร์ตี้

เมื่อเตรียมตัวล่วงหน้าและรู้ข้อเท็จจริงเป็นอย่างดีแล้ว ก็ปิดท้ายด้วยความสนุกอย่างมีสติและรับผิดชอบ เมื่อจะต้องรินแอลกอฮอล์ลงในแก้ว ควรคำนึงถึงปริมาณ “ดื่มมาตรฐาน” (Standard Drink) โดย 1 ดื่มมาตรฐาน เท่ากับ แอลกอฮอล์บริสุทธิ์ประมาณ 10 กรัม ใช้เวลา 1 ชั่วโมงในการขับออก ซึ่งดื่มมาตรฐานของแอลกอฮอล์แต่ละประเภทต่างกัน ขึ้นอยู่กับดีกรีของแอลกอฮอล์ประเภทนั้นๆ เช่น 1 ดื่มมาตรฐาน เทียบเท่ากับการดื่มวิสกี้หรือวอดก้า 3 ฝา (รวม 30 มิลลิลิตร), ไวน์ 1 แก้ว (100 มิลลิลิตร) หรือเบียร์ 1 กระป๋องหรือขวดเล็ก (330 มิลลิลิตร) เป็นต้น ดังนั้นแม้เครื่องดื่มจะถูกเสิร์ฟมาในแก้วหลากหลายรูปแบบ มีลักษณะภายนอก กลิ่น หรือรสชาติที่แตกต่างกัน แต่สิ่งที่พึงระวังคือเครื่องดื่มเหล่านี้ล้วน “ดื่มมาตรฐาน” ไม่เท่ากัน เนื่องมาจากปริมาณแอลกอฮอล์นั่นเอง

 

ข้อมูลและภาพ : ดิอาจิโอ โมเอ็ท เฮนเนสซี่ www.diageo.com

keyboard_arrow_up