สายแชะต้องไม่พลาด! 10 จุดถ่ายรูปไม่ดาดดื่นใน ญี่ปุ่น น่าไปด่วนๆ

ไปเที่ยว ญี่ปุ่น ทั้งที หลายคนคงอยากโพสต์รูปสวยๆ สีสันสดใสระหว่างการเดินทางแสนสนุกลงในเฟซบุ๊คและอินสตาแกรมอวดเพื่อนกันอย่างแน่นอน

แต่จะดีกว่าไหมถ้าจุดที่คุณเลือกเช็คอินโพสต์รูปเป็นจุดที่ไม่ซ้ำกับใครๆ โดยเฉพาะในวันที่ใครๆ ก็ไปเที่ยว ญี่ปุ่น ให้ดกไป

ลิสต์นี้แพรวเลยจัด 10 สถานที่สุดชิคที่มีคุณสมบัติเด่นคือไม่ช้ำ ไม่ดาดดื่น อุดมด้วยจุดถ่ายรูปสุดชิค เพราะฉะนั้นสายแชะไม่ควรพลาดที่จะแวะถ่ายรูปโพสต์อวดเพื่อนด้วยประการทั้งปวง

1. มารีนแอนด์วอล์ค โยโกฮามะ (Marine & Walk Yokohama), คะนะงะวะ (Kanagawa)

ห้างสรรพสินค้าที่อยู่ติดกับโซนโกดังอิฐแดง (Red Brick Warehouse) ของเมืองท่าโยโกฮามะ (Yokohama) เป็นห้างที่สวยขึ้นกล้องทุกมุม โดยเฉพาะมุมถ่ายรูปยอดนิยมที่อยู่ด้านหน้าสตรีทอาร์ทรูปปีกนางฟ้าบนกำแพงอิฐแดง นอกจากนี้ตามกำแพงและพื้นถนนก็ยังมีภาพวาดน่ารักๆ ชวนให้หยุดเดินแวะถ่ายรูปอยู่อีกมากมายทีเดียว

Photo: ©︎ @press / ©︎ MARINE & WALK YOKOHAM
Photo: ©︎ @press / ©︎ MARINE & WALK YOKOHAM

การเดินทาง : จากสถานี Tokyo โดยสารรถไฟสาย JR Keihin-Tohoku Line ไปลงที่สถานี Sakuragicho ใช้เวลาประมาณ 45 นาที จากนั้นเดินอีก 20 นาที

2. สวนอนุสรณ์เทศกาลชมดอกไม้ (Flower Festival Commemorative Park), กิฟุ (Gifu)

ธีมพาร์คในคอนเซ็ปต์ของกุหลาบและดอกไม้อื่นอีกนานาชนิด เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการมีรูปถ่ายสวยๆ ท่ามกลางดอกไม้สีสันสดใส ภายในพื้นที่กว้างใหญ่กว่า 800,000 ตารางเมตรละลานตาไปด้วยดอกไม้ตามฤดูกาลที่ผลัดกันผลิบานอวดความงามตลอดทั้งปี ที่มีชื่อเสียงโดดเด่นเป็นพิเศษก็คือสวนกุหลาบขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ภายในปลูกกุหลาบราว 7,000 สายพันธุ์ รวมกว่า 30,000 ดอก โดยในฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วงจะมีการจัดงาน “เทศกาลชมดอกกุหลาบ (Roses Festival)” ด้วย นับเป็นสถานที่ที่จะได้เพลิดเพลินเดินเล่นไปในสวนกว้าง พลางมองหาดอกไม้สวยๆ ขึ้นกล้องเก็บเป็นภาพแห่งความประทับใจไว้

Photo : ©︎ flickr / ©︎ T.Kiya
Photo : ©︎ flickr / ©︎ T.Kiya

การเดินทาง : จากสถานี Meitetsu Nagoya โดยสารรถไฟสาย Inuyama Line ไปลงที่สถานี Inuyama แล้วต่อรถไฟสาย Hiromi Line ไปลงที่สถานี Shinkani ใช้เวลารวม 50 นาที จากนั้นขึ้นรถ Kani City Community Bus “Satsuki Bus” ไป 10 นาทีแล้วเดินถึงทันที

3. ยะซะกะ โคชินโด (Yasaka Koshindo), เกียวโต (Kyoto)

วัดยะซะกะ โคชินโด (Yasaka Koshindo) หรือ วัดคงโกจิ (Kongo-ji Temple) เป็นสถานที่ขอพรที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่สาวๆ ในขณะนี้ เพราะมีความน่ารักสดใสด้วยสีสันหลากหลาย ท่ามกลางบรรยากาศเก่าแก่ของเมืองเกียวโต (Kyoto) ภายในวัดแห่งนี้เต็มไปด้วย “คุคุริซะรุ (Kukurizaru)” หรือเครื่องรางทำจากผ้าหลากสีสันจำนวนมากผูกห้อยอยู่รอบหอโคชินโด (Koshindo) เชื่อกันว่าหากได้เขียนคำอธิษฐานลงในเครื่องรางสีที่ชอบแล้วนำไปผูกไว้ก็จะสำเร็จได้สมตามปรารถนา แนะนำให้เช่าชุดกิโมโนสีสดๆ แล้วใส่มาถ่ายรูปด้านหน้าหอโคชินโดนี้เพื่อเก็บภาพที่ระลึกสวยๆ ไว้เป็นสุดยอดความทรงจำของการเดินทางมาเยือนเกียวโต รับรองได้ว่าจะเรียกยอดไลค์บนเฟซบุ๊คและอินสตาแกรมได้อย่างล้นหลามอย่างแน่นอน

Photo : ©︎ bangdoll / ©︎ flickr
Photo : ©︎ Yuki_A

การเดินทาง : จากสถานี Shin-Osaka โดยสารรถไฟ JR Tokaido Shinkansen ไปลงที่สถานี Kyoto ใช้เวลา 15 นาที จากนั้นโดยสารรถเกียวโตซิตี้บัส (Kyoto City Bus) ไปลงที่ป้าย Kiyomizu-michi ใช้เวลา 15 นาที จากนั้นเดินต่ออีก 5 นาที

4. พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยเมืองโทะวะดะ (Towada Art Center), อะโอโมริ (Aomori)

พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยเมืองโทะวะดะแห่งนี้ไม่ได้จัดแสดงผลงานศิลปะไว้เพียงในห้อง แต่ยังจัดไว้ในทุกๆ พื้นที่ของพิพิธภัณฑ์ ไม่ว่าจะเป็นลานหญ้ารอบๆ พิพิธภัณฑ์ เพดาน ทางขึ้นบันได ฯลฯ สถาปัตยกรรมและพื้นที่โดยรอบกลมกลืนเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันด้วยฝีมือของศิลปินเลื่องชื่อทั้งในและนอกประเทศญี่ปุ่น นอกจากนี้ สถาปัตยกรรมรูปม้าขนาดใหญ่ที่ตกแต่งด้วยลวดลายดอกไม้หลากสีสันนั้นก็นับเป็นผลงานชิ้นหนึ่งที่เป็นสัญลักษณ์ของพิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยแห่งนี้ด้วย เอกลักษณ์ที่โดดเด่นที่สุดของที่นี่ก็คือการแยกห้องแสดงแต่ละห้องออกจากกัน โดยแต่ละห้องจะเป็นเหมือน “บ้านเพื่องานศิลปะ” พื้นที่อาคารในพิพิธภัณฑ์แยกส่วนออกจากกันโดยมีทางเชื่อมกระจกเชื่อมระหว่างอาคารเหล่านี้เอาไว้ นอกจากนี้แล้วก็ยังมีบริเวณที่เป็นลานศิลปะอยู่อีกฟากถนนด้วย เด็กๆ หรือแม้แต่ผู้ใหญ่ที่อยากลองย้อนไปในวัยเด็กก็สามารถมาถ่ายรูปเล่นรอบลานแห่งนี้ได้โดยไม่ต้องเสียค่าเข้าชม

Photo : ©︎ Jeong Hwa Choi Flower Horse, Kuniya Oyamada
photo : ©︎ Ron Mueck Standing Woman, Kuniya Oyamada

การเดินทาง : จากสถานี JR Tokyo ขึ้นรถไฟ Tohoku-Hokkaido Shinkansen ขบวน Hayabusa ลงที่สถานี Hachinohe ใช้เวลา 3 ชั่วโมง จากทางออกฝั่งตะวันออก ขึ้นรถบัสท้องถิ่น Towada Kanko Dentetsu ลงที่ป้าย Kanchogai-dori ใช้เวลา 1 ชั่วโมง 15 นาที และเดินต่ออีก 5 นาที

5. สำนักงานเหมืองแร่โคะซะกะ (Kosaka Mine Office), อะคิตะ (Akita)

สถานที่ซึ่งได้รับการกำหนดให้เป็นสมบัติทางวัฒนธรรมของชาติแห่งนี้ เป็นอาคารสำนักงานสไตล์เรอเนสซองซ์ที่สร้างขึ้นในปีค.ศ. 1905 เป็นที่ที่เคยเจริญรุ่งเรืองในอดีต เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ผู้คนนิยมเดินทางมาเพื่อดื่มด่ำกับบรรยากาศหรูหราตามแบบสมัยโบราณ ภายในอาคารมีบริการให้เช่าชุดเดรสหรูหราสวยงามจำนวนกว่า 100 ชุด ทั้งชุดเจ้าสาวและชุดราตรีหลากสีสัน และมีขนาดให้เลือกมากมายตั้งแต่ XS ไปจนถึง LL อีกทั้งยังมีอุปกรณ์ประกอบอย่างเครื่องประดับและช่อดอกไม้เพื่อเพิ่มบรรยากาศให้ผู้มาเยือนได้เดินเที่ยวชมภายในอาคารในชุดหรูหราและถ่ายรูปสวยตามจุดต่างๆ อย่างเช่นตรงบันไดเวียนบริเวณโถงด้านหน้า เป็นต้น

Photo ©︎ Akita Tourism Federation
Photo ©︎ Akita Tourism Federation

การเดินทาง : จากสถานี Tokyo โดยสารรถไฟ JR Akita Shinkansen ไปลงที่สถานี Morioka ใช้เวลา 2 ชั่วโมง 15 นาที จากนั้นโดยสารรถ Highway Bus “Asunaro” สาย Aomori จากบริเวณทางออกฝั่งทิศตะวันตกไปลงที่ป้าย Kosaka Koko-Mae ใช้เวลา 90 นาที แล้วเดิน 25 นาที หรือขึ้นแท็กซี่ไปประมาณ 3 นาที

6. โรงงานและพิพิธภัณฑ์ช็อกโกแลตแห่งโยโกฮามะ (Yokohama Chocolate Factory & Museum), คะนะงะวะ (Kanagawa)

เป็นสถานที่ที่เพิ่งเปิดตัวใหม่ที่โยโกฮามะไดเซะไก (Yokohama Daisekai / DASKA) ศูนย์รวมความบันเทิงแห่งย่านโยโกฮามะไชน่าทาวน์ (Yokohama Chinatown) แหล่งรวมร้านค้าช็อกโกแลตรูปแบบใหม่ ที่มีทั้งคาเฟ่อยู่ภายในโรงงานซึ่งกรุกระจกใส ให้ได้ลิ้มรสขนมและของหวานที่ปรุงจากช็อกโกแลตสด ๆ และมีทั้งโซนพิพิธภัณฑ์ที่สามารถเรียนรู้เรื่องราวประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมเกี่ยวกับช็อกโกแลตได้ นอกจากนี้ยังมีเวิร์คช็อปสอนทำช็อกโกแลตที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก และมีขนมที่ทำจากช็อกโกแลตดีไซน์พิเศษสวยงามเหมาะสำหรับเลือกซื้อกลับไปเป็นของฝากอีกด้วย

Photo © press
Photo © press

การเดินทาง : จากสถานี Tokyo โดยสารรถไฟสาย JR Keihin Tohoku Line ไปลงที่สถานี Ishikawacho ใช้เวลา 45 นาที จากนั้นเดิน 10 นาที

7. พิพิธภัณฑ์ศิลปะป่าแห่งประติมากรรม (THE HAKONE OPEN-AIR MUSEUM) จังหวัดคะนะงะวะ

เอกลักษณ์ที่โดดเด่นที่สุดของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้คือการอยู่กลางแจ้ง สร้างขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้มาเยี่ยมชมได้สัมผัสกับผลงานประติมากรรมขนาดเล็กและใหญ่กว่า 120 ชิ้น ท่ามกลางธรรมชาติ งานประติมากรรมที่แสดงถึงการเคลื่อนไหวที่ทรงพลัง ทำให้ผู้คนต้องหยุดอยู่กับที่เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับผลงานนั้น ผู้เยี่ยมชมจะได้ถ่ายรูปผลงานที่มีเสน่ห์อย่างใกล้ชิดพร้อมๆ กับได้สัมผัสการเปลี่ยนแปลงของฤดูกาลทั้งสี่

Photo : jnto
Photo : jnto

การเดินทาง : จากสถานี Tokyo ขึ้นรถไฟ Tokaido Shinkansen ขบวน Kodama ลงที่สถานี Odawara ใช้เวลา 35 นาที จากนั้น ขึ้นรถไฟ Hakone Tozan ลงที่สถานี Hakone-Yumoto ใช้เวลา 15 นาที จากนั้นต่อรถไฟ Hakone Tozan สายวิ่งไปสถานี Gora ลงที่สถานี Chokokunomori ใช้เวลา 35 นาที จากนั้นเดินต่ออีก 2 นาที

8. พิพิธภัณฑ์คังคะคุ (Kankaku Museum), มิยะงิ (Miyagi)

ตั้งอยู่บนภูเขาอิวะเดะ (Mt. Iwade) ทางตะวันตกเฉียงเหนือในจังหวัดมิยะงิ (Miygai) เป็นพิพิธภัณฑ์สุดแปลกที่ให้เราได้ชื่นชมและสัมผัสกับผลงานต่างๆ ภายใต้คอนเซ็ปต์ของประสาทสัมผัส ที่หลากหลายซึ่งเกี่ยวข้องกับพวกเราทุกคน ผู้มาเยือนพิพิธภัณฑ์แห่งนี้จะได้รับการกระตุ้นประสาทการรับรู้ผ่านประสาทสัมผัสทั้งห้า อันได้แก่ การมองเห็น การได้ยิน การได้กลิ่น การสัมผัส และการรับรู้รสชาติ  เป็นการกระตุ้นพลังแห่งจินตนาการ และสร้างเสริมจิตใจได้เป็นอย่างดี และเนื่องจากเป็นพิพิธภัณฑ์ที่เน้นการรับรู้ผ่านสัมผัสต่าง ๆ ไม่ใช่การเดินชมไปเฉย ๆ จึงสามารถเดินเที่ยวภายในได้โดยไม่มีเบื่อแม้แต่เด็กเล็กก็ตาม

Photo ©︎ MIYAGI PREFECTURE
Photo ©︎ MIYAGI PREFECTURE

การเดินทาง : จากสถานี Tokyo โดยสารรถไฟ Tohoku Shinkansen ไปลงที่สถานี Furukawa ใช้เวลา 2 ชั่วโมง 10 นาที จากนั้นโดยสารรถไฟสาย Rikuuto Line ไปลงที่สถานี Iwadeyama ใช้เวลา 18 นาที แล้วเดินอีก 7 นาที

9. โตเกียวมิดทาวน์ฮิบิยะ (Tokyo Midtown Hibiya), โตเกียว (Tokyo)

เพิ่งเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ไปเมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2018 ด้วยทำเลที่ใกล้กับทั้งสถานีรถไฟโตเกียว (Tokyo Station) และพระราชวังอิมพีเรียล (Imperial Palace) จึงสามารถแวะไปได้สะดวกระหว่างกำลังท่องเที่ยว ตัวอาคารสูง 34 ชั้น ประกอบด้วยชั้นสำนักงานและพื้นที่ห้างสรรพสินค้าซึ่งเต็มไปด้วยร้านค้าที่ให้เราได้เห็นเทรนด์ใหม่ ๆ ในโตเกียวมากมาย ที่ชั้นพาร์ควิวการ์เด้น (Parkview Garden) มีร้านอาหารที่สามารถเพลิดเพลินกับวิวสวย ๆ สีเขียวขจีของสวนสาธารณะฮิบิยะ (Hibiya Park) ให้สัมผัสถึงความหรูหรา นอกจากนี้ก็ยังมีซีนีมาคอมเพล็กซ์ให้ได้ชมภาพยนตร์สุดฮิตกันอีกด้วย

Image result for Tokyo Midtown Hibiya

การเดินทาง : จากสถานี Tokyo โดยสารรถไฟสาย JR Yamanote Line ไปลงที่สถานี Yurakucho ใช้เวลา 2 นาที จากนั้นเดินอีก 6 นาที

10. ซีไลฟ์ นาโกย่า (SEA LIFE Nagoya)  

ซีไลฟ์ (SEA LIFE) มีพิพิธภัณฑ์อยู่ภายในเครือมากถึงกว่า 50 แห่งทั่วโลก และนี่เป็นครั้งแรกที่ได้มาเปิดในญี่ปุ่น โดยสร้างอยู่ภายในโรงแรมเลโก้แลนด์ เจแปน โฮเต็ล (LEGOLAND® Japan Hotel) ภายในอาคารและแทงก์น้ำตกแต่งในสไตล์ญี่ปุ่น ประดับประดาด้วยตัวต่อเลโก้ที่ทำเป็นรูปร่างต่างๆ มีจุดเด่นอยู่ที่ผู้เข้าชมจะได้ เห็น สัมผัส และเรียนรู้” เกี่ยวกับปลาและสิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเลอื่นๆ ท่ามกลางตู้ปลาที่ตกแต่งด้วยเลโก้บล็อค (LEGO® Block) สีสันสดใสละลานตา ที่สำคัญคือเพิ่งเปิดให้บริการเมื่อวันที่ 15 เมษายน 2018 ที่ผ่านมา ฉะนั้นจะมีที่ใดแชะรูปได้ใหม่กว่านี้อีกเป็นไม่มีแล้วละ

Photo ©︎ LEGOLAND® Japan
Photo ©︎ LEGOLAND® Japan

การเดินทาง : จากสถานี Nagoya โดยสารรถไฟ Nagoya RinkaiKosoku Railway “Aonami” Line ไปลงที่สถานี Kinjofuto ใช้เวลา 24 นาที จากนั้นเดินอีก 5 นาที

ว่าแล้วมีเพื่อนก็ชวนเพื่อน มีแฟนก็ชวนแฟน จัดกระเป๋าไป ญี่ปุ่น ด่วนๆ เลย

 

 

ที่มาข้อมูล : https://www.jnto.or.th/newsletter/photogenic-spot/

 

keyboard_arrow_up