เที่ยวเหนือเพลินๆ เดือนกุมภาฯ ปักหมุดเทศกาล Chiang Mai Blooms กินดอกไม้ ท้าทายความสูง!

อากาศดีๆ แบบนี้ไปแอ่วเจียงใหม่กันเต๊อะเจ้า ^^ ออกเดินทางกันแต่เช้าตรู่ มุ่งหน้าสู่จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดที่เต็มไปด้วยที่เที่ยว อาหารพื้นเมืองประเพณีและวัฒนธรรมอันเก่าแก่ของชาวล้านนา อย่างที่ทราบกันดีว่าหากคิดถึงอากาศเย็นๆ ดอกไม้สวยๆ ต้องนึกถึงจังหวัดทางภาคเหนือเป็นอันดับแรก โดยเฉพาะจังหวัดเชียงใหม่ ที่ทุกปีในช่วงเดือนกุมภาพันธ์นั้น จะมีมหกรรมไม้ดอกไม้ประดับ เทศกาลดอกไม้ระดับตำนานของเมือง โด่งดังไปทั่วประเทศ ขบวนบุปผชาติ กุหลาบเวียงพิงค์ และสาวงามกับร่มลายดอกไม้ กลายเป็นสัญลักษณ์ของเชียงใหม่ ขณะเดียวกันเส้นทางดอกไม้ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ยังมีชื่อเสียง รองรับนักเดินทางนับล้านคนในทุกๆ ปี

จากผลสำเร็จของมหกรรมไม้ดอกไม้ประดับเชียงใหม่ ที่ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวต่างมาสัมผัสความสวยงามของดอกไม้ในหนาวนั้น จึงเกิดแนวคิดที่ต้องการยกระดับ ปักธงเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปีให้เป็นจุดนัดพบแห่งเอเชีย สร้าง Flagship Event ให้เป็นเทศกาลท่องเที่ยวระดับนานาชาติ ภายใต้ชื่อ “เทศกาลเชียงใหม่เบิกบาน” (Chiang Mai Blooms) ในเทศกาลนี้ได้รวบรวมกิจกรรมท่องเที่ยวต่างๆ ตั้งแต่ที่พัก อาหารการกิน และกิจกรรมสันทนาการ ความพิเศษของเทศกาลนี้คือมี “ดอกไม้” เป็นส่วนประกอบและองค์ประกอบสำคัญ โดย “Chiang Mai Blooms” จะถูกปักหมุดในเส้นทางท่องเที่ยวตามอำเภอต่างๆ สร้างเป็นปฎิทินท่องเที่ยวใหม่ในเดือนกุมภาพันธ์นี้อีกด้วย

Day 1

เกริ่นกันมาซะยาว มาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่า ทริปนี้เราจะพาไปชิมอาหารที่ทำจากดอกไม้ ใช่ค่ะฟังไม่ผิด เราจะพาไปชิมอาหารที่ทำจากดอกไม้จริงๆ โดยจะไปตามเส้นทางที่ปักหมุดในแผนที่ แต่จะเป็นที่ไหนบ้างไปดูกันเลย บอกเลยว่าสายกินต้องชอบเป็นพิเศษแน่นอน เพราะทริปนี้เราจัดเต็มจริงๆ

หลังจากลงเครื่องเราก็มุ่งหน้าไป โรงแรมรติล้านนา ริเวอร์ไซด์ สปา รีสอร์ท โรงแรมในตัวเมือง แต่ติดแม่น้ำปิง เดินทางสะดวก ใกล้สนามบินซึ่งทริปนี้เราจะเอนกาย พักผ่อนที่นี่กัน ถึงโรงแรมเราก็เดินเล่นสำรวจกันสักหน่อยที่นี่ตกแต่งด้วยไม้สัก ผ้าทอ ภาพเขียน กูบช้างและเครื่องเงินสไตล์ล้านนา

เช็ออินเก็บสำภาระเรียบร้อย ก็ถึงเวลาที่จะไปชิมอาหารที่ทำจากดอกไม้มื้อแรกของวัน สำหรับเมนูแรกในมื้อนี้คือ ยำหัวปลีกุ้งสดและโรลปอเปี๊ยะกรอบจิ้มซอสหวาน ยำหัวปลีรสชาติเข้มข้น ตัดกับกุ้งสดตัวโตเข้ากันดีมาก ส่วนโรลปอเปี๊ยะกรอบ จิ้มซอสหวานก็ทานได้เพลินๆ

สำหรับเมนูถัดมาอาจจะดูแปลก แต่บอกเลยว่าเข้ากัน แกงข่าไก่ใส่สตอเบอรรี่สด น้ำแกงซดคล่องคอมีสตรอเบอร์รี่สดเพิ่มความเปรี้ยว รสชาติดีไม่น้อย

ต่อกันที่ ฉู่ฉี่กุ้ง ดอกไม้ทอดกรอบ ทานกับข้าวสวยร้อนๆ ฟินเลยแหละจานนี้

ปิดท้ายมื้อนี้กับข้าวเหนียวมะม่วง ไอศกรีมกะทิ ไม่บอกก็รู้ว่าอร่อยขนาดไหน

หลังจากจัดเต็มมื้อนี้จนอิ่มแล้ว เราก็มุ่งหน้าไปยัง “สวนกุหลาบผักไผ่ โครงการหลวงทุ่งเริง” เพื่อไปร่วมกิจกรรม  Blooming Tea by อองเต X DED Flower studio จิบชากุหลาบพร้อมเรียนจัดดอกไม้ในสวนที่รายล้อมไปด้วยกุหลาบนานาชนิดส่งกลิ่นหอมอบอวลจนเคลิ้มเลยทีเดียว

“ผู้หญิงกับดอกไม้เป็นของคู่กัน” กิจกรรมนี้เราสวบบทเป็นแม่ศรีเรือน จัดดอกไม้แบบช่อบูเก้ มองเผินๆ หลายคนอาจจะคิดว่าง่าย แต่ความจริงมันไม่ง่ายเลยจ๊ะ ต้องใช้ความอดทนมากเลยทีเดียวเพราะฉะนั้น หนุ่มๆ หรือ สาวๆ คนไหน ไปซื้อดอกไม้ห้ามต่อราคาเป็นอันขาดนะ !

น้ำกุหลาบมะนาว Welcome Drink ดื่มแล้วชื่่นใจมาก

อย่างที่บอกนอกจากจะได้ลองจัดดอกไม้แล้ว หากใครชอบจิบชาที่นี่ก็ยังมีเซต Afternoon Tea “รัศมีดารา” ใบชาที่ทำจากกลีบกุหลาบอังกฤษผสมกุหลาบพันธุ์จุฬาลงกรณ์ ปลูกในสวนบนดอยที่สะเมิง มีกลิ่นหอมละมุนและให้ความหวานจากน้ำผึ้งเกสรดอกคามิเลีย หรือจะเป็น “นิราศเวียงพิงค์” ชาแสนละมุนตลบอบอวลด้วยกลิ่นหอมของมาลาล้านนาวิลาศรส เป็นน้ำชาสีพิ้งค์โกลด์ที่หอมและหวานซ่อนเปรี้ยว นอกจากนี้ยังมีเค้กและของหวานชนิดต่างๆ ที่ทานคู่กับชาได้เพลินๆ

หลังจากสวมบทเป็นแม่ศรีเรือนชั่วคราว ภารกิจต่อไปที่เราจะไปต่อคือ กิน กินอีกแล้วจ้า ทริปนี้ไม่อ้วนให้มันรู้ไป จุดหมายต่อไปที่เราจะพาทุกคนไปหาของอร่อยทานกันต่อที่ โรงแรมศิริปันนา วิลลา รีสอร์ท แอนด์ สปา เชียงใหม่

ภายในโรงแรมร่มรื่นมากเต็มไปด้วยต้นไม้และดอกไม้นานาชนิด ส่วนไฮไลท์ที่นี่ก็คือมีแปลงปลูกต้นทานตะวันที่กำลังเบ่งบานต้อนรับนักท่องเที่ยว และยังมีแปลงปลูกข้าว สำหรับนำมาประกอบอาหารในโรงแรมอีกด้วย นอกจากจะเป็นโรงแรมที่นักท่องเที่ยวให้ความนิยมแล้ว ที่นี่ยังร่วมกับชุมชน ช่วยกันรักษาวัฒนธรรมล้านนาให้ยังคงอยู่เช่นเดิม

Day 2

วันนี้กิจกรรมแน่นมาก เริ่มวันใหม่ก็หาอะไรอร่อยๆ ทานอีกแล้วจ้า แต่ที่พิเศษกว่านั้นคือ เราจะไปลงมือทำด้วยตนเอง ทำเอง ทานเองค่ะ จุดหมายปลายทางที่เราจะไปอวดฝีมือว่าเรามีพรสวรรค์ด้านการทำอาหารคือ ที่ “นาซิจำปู๋” ร้านอาหารฟิวชั่น หลายคนอาจจะงงว่าเอ๊ะ ชื่อร้านนี้แปลกจังแปลว่าอะไร เราก็ไม่รอช้าหาคำตอบมาให้จ้า “นาซิ” แปลว่า ข้าว ส่วน “จำปู๋” แปลว่า กับข้าว ซึ่งมาจากภาษามาลายูนั่นเอง

สำหรับบรรยากาศโดยรอบภายในร้านตกแต่งออกแนวทันสมัย ผสมผสานความโปร่ง โล่งสบาย บรรยากาศนอกร้านนั้นไม่ต้องพูดถึง คุณจะเห็นทุ่งนาสีเขียว ที่ดูแล้วสบายตา มีลมเย็นๆ พัดมาให้รู้สึกสบาย

ก่อนที่จะเข้าครัวแสดงฝีมือกันนั้น เราได้ชิมน้ำกระเจี๊ยบรู้ทเบียร์ ซิกเนเจอร์ของทางร้าน อาจจะแปลก แต่รสชาติไม่แปลกนะจ๊ะ อร่อยอยู่ เอาเป็นว่าใครมาต้องสั่ง

และแล้วถึงเวลางัดเสน่ห์ปลายจวักออกมาสักที เมนูที่เราจะทำในวันนี้คือ “มะตะบะดอกไม้” ง่ายๆ ไม่ยาก ไปลองดูกัน

สำหรับดอกไม้ที่นำมาทำอาหารทางร้านปลูกเองทั้งหมด เช่น อัญชัน ดอกเข็ม โสน กุหลาบ เฟื่องฟ้า ซ่อนกลิ่น เป็นต้น

จากนั้นนำดอกไม้มาใส่แป้งเปาะเปี๊ยะ และนำไข่แดงมาโปะ ด้านบน

ห่อแป้งให้เป็นสี่เหลี่ยมและนำไปทอด

ตกแต่งจานให้สวยงาม เป็นอันเสร็จเรียบร้อย ราดด้วยน้ำจิ้ม น้ำจิ้มที่นี่เป็นสูตรเฉพาะของทางร้าน รสชาติอร่อยมาก

เป็นอย่างไรกันบ้างน่าทานใช่ไหม แถมยังทำง่ายอีกนะ บ้านใครปลูกดอกไม้ตามนี้ก็ลองนำมาทำกันดู  แต่สำหรับดอกไม้บางชนิดนั้นไม่สามารถนำมาประกอบอาหารได้ ต้องศึกษาข้อมูลให้ถูกต้องก่อนนำมาใช้นะจ๊ะ เพื่อความปลอดภัย นอกเหนือจากเมนูมะตะบะดอกไม้แล้ว ยังมี ยำดอกกระเจี๊ยบแฮมชีส และขนมครกดอกไม้ ให้ลองทำกันด้วยนะ คุณจะได้ลงเก็บดอกไม้จากในสวนมาปรุงอาหารด้วยตัวเอง ในบรรยากาศสุดชิลริมคันนาสันกำแพง

อิ่มจาก นาซิจำปู๋ เราก็ไปเข้าตัวเมือง มุ่งหน้าไปนิมมาน ไปหาร้านกาแฟนั่งชิลๆ รับลมเย็นๆ กันต่อที่ ร้านกาแฟ Ristr8to Lab นิมมาน ซอย 3 ร้านนี้เจ้าของร้าน เป็นถึงแชมป์ World Late Art Championship ลวดลายบนกาแฟนั้น ต้องยอมรับว่าสวยสมกับเป็นแชมป์ อีกทั้งกาแฟของที่นี่ก็ยังมีคุณภาพ คอกาแฟไม่ควรพลาด

ตะลอนกันมาทั้งวัน อาการปวดเมื่อยเริ่มมา บวกกับความเหนื่อย เราเลยหาร้านสปาเพื่อนวดผ่อนคลาย เอาแรงสำหรับวันพรุ่งนี้กันต่อ ร้านที่เราจะไปวันนี้คือ Oasis Oriental Secret Spa แบรนด์นี้มีหลายสาขา ทั้งในประเทศและต่างประเทศ อย่างประเทศจีนเป็นต้น สาขาที่เราไปวันนี้อยู่ในซอยเดียวกับโรงเรียนสืบสาน ใกล้ๆ มหาวิทยาลัยพายัพ ภายนอกและภายในร้านตกแต่งสวยงาม แพคเกจที่เราเลือกวันนี้คือ นวดอโรม่า น้ำมันที่นำมานวดในวันนี้คือกลิ่นกุหลาบ หอมมาก ผ่อนคลายสุดๆ

เสร็จจากสปา ท้องน้อยๆ ของเราก็เริ่มส่งเสียงเหมือนจะเรียกร้องว่าหาอะไรลงท้องให้ฉันเถอะ สำหรับดินเนอร์ในค่ำคืนนี้นั้นเราไปกันที่ At Pingnakorn Riverside ดินเนอร์มื้อนี้พิเศษกว่ามื้อไหนๆ เพราะ เป็น Sitdown Dinner จำลองงาน “Flower on the table” ดินเนอร์มื้อพิเศษที่อลังการที่สุดของเชียงใหม่ ด้วยการจัดโต๊ะยาวที่สุดในประเทศไทย 720 ที่นั่ง งานนี้จัดโดยสมาคมโรงแรมไทย ภาคเหนือตอนบน รวมตัวกันกว่า 9 ร้านอาหารและโรงแรม 5 ดาว แสดงพลังและความคิดสร้างสรรค์เนรมิตเมนูดอกไม้สุดอลังการ

สำหรับเมนูที่เราได้มีโอกาศมาลองชิมนั้น คือเมนูจริงกับที่จะเสิร์ฟในวันงาน เริ่มด้วย “วิจิตรรสมาลี” สลัดกระเจี๊ยบรสจัดกับแฮมและชีส จากร้าน นาซิ จำปู่ สันกำแพง

เมนูที่สองคือ “ชมวารีสีสมุทร”  ซุปกุ้งดอกอัญชัน ซุปใสแต่รสชาติเข้มข้น จากโรงแรมดวงตะวัน เชียงใหม่

เมนูของคาวสุดท้ายคือ “มัจฉาบุษราคัม” ปลาเทราต์สีรุ้งจากโครงการหลวงซูวีด์ ซอสต้มข่าดอกคำฝอยเคียงผักฤดูหนาว  ทานคู่กับข้าวไรซ์เบอร์รี่ และดอกไม้นานาชนิด จากโรงแรมดุสิตดีทู เชียงใหม่

ปิดท้ายด้วยเมนูของหวาน “ป้อนคำหวานรสล้านนา” พุดดิ้งลำไยดอกอัญชัน รสชาติกลมกล่อม หอมนม เพิ่มความสดชื่นด้วยผลไม้รสเปรี้ยว จาก  โรงแรมรติล้านนา ริเวอร์ไซด์ สปา รีสอร์ท

สำหรับใครที่สนใจอยากจะลิ้มลองอาหารรสเลิศที่ทำจากดอกไม้ ครีเอทเมนูโดยเชฟฝีมือระดับพระกาฬจากโรงแรมชื่อดังในเชียงใหม่ สามารถสำรองที่นั่งได้ที่ Facebook: Chiang Mai Blooms หรือ http://www.chiangmaiblooms.com/

Day 3

วันสุดท้ายแล้วที่เราจะได้แอ่วเมืองเชียงใหม่ วันนี้เราตื่นเช้ามากกกก เพราะเราจะไปทำกิจกรรมแอดเวนเจอร์ขึ้นบอลลูนกันที่ บอลลูน แอดเวนเจอร์ ไทยแลนด์ @ สวนทวีชล โอ้ยย ตื่นเต้นมาบอกเลย เพราะเป็นครั้งแรก แล้วก็กลัวความสูงด้วย จะรอดไม่รอดไปดูกันเลยจ้า

ถ้าจะให้บอกความรู้สึกก็คงจะบอกว่า เสียวเว่อร์ แต่พอบอลลูนลอยขึ้นไปแล้ว ความกลัวก็หายไปปลิดทิ้ง เพราะวิวข้างบนสวยและอากาศดีมาก ให้บรรยายเป็นคำพูดก็คงไม่เท่าตาเห็น เอาเป็นว่าให้ภาพตัดสินความรู้สึก ครั้งหนึ่งในชีวิตต้องลอง

ลงจากฟ้าก็เติมพลังกันหน่อย ที่ At Horizon Village อาหารเช้าวันนี้คือชุดขันโตก พิเศษตรงมีไข่นกกระจอกเทศให้ทานด้วย ไข่นกกระจอกเทศที่ทาง Horizon นำมาให้ทานนั้น มาจากในสวนที่เลี้ยงเอง นอกจากนี้ยังมีหอคำไว้สำหรับใครที่อยากจะจัดงานแต่งงาน แบบล้านนา ที่นี่เขาก็จัดให้แบบเต็มที่

ก่อนกลับกรุงเทพฯ เพื่อให้สมกับที่มาทริปกิน เราก็ต้องหาอะไรทานส่งท้ายกันหน่อยสักหน่อย มื้อสุดท้ายเรามาจัดเต็มที่ โรงแรม ณ นิรันดร์ ที่นี่เขามีโปรโมชั่นต้อนรับวาเลนไทน์ เข้ากับสถานที่มากๆ บรรยากาศร่มรื่น ต้นจามจุรียักษ์ขนาดใหญ่ที่แผ่กิ่งก้าน เหมือนโอบที่นี่ไว้

สำหรับ Sweet Love เซตนี้อบอวลไปด้วยความรักจริงๆ เริ่มกันที่เมนูแรก หอยนางรมสด ซอสมินท์และขนมปังปิ้งพริกเผา ทานหอยนางรมเดี่ยวๆ อาจจะไม่ครบเครื่องเสริมด้วยขนมปังปิ้งน้ำพริกเผาเข้ากันดีสุดๆ

เมนูถัดมาคือ สลัดผักผลไม้หอยเชลล์ซอลไวน์ขาว  ผักสดตัดกับผลไม้และหอยเชลล์ได้ดี ทานแล้วสดชื่นสุดๆ

ต่อด้วยซุปฟักทองกุหลาบสีสวย รสชาติเข้มข้น การตกแต่งก็สวยหวานมาก

ตัดของคาวเพื่อเข้าจานหลักด้วย “Passion Fruit Sherbet” 

จานหลักในเซทนี้มีให้เลือกสองเมนูคือ เสต็กเนื้อ และ ปลาแซลม่อนย่าง เมนูที่เราเลือกมาวันนี้คือเมนูเสต็กเนื้อนุ่มกับซอสดอกกะหล่ำและดอกกุหลาบ แกล้มด้วยผักย่างชนิดต่างๆ

ปิดท้ายมื้อนี้ที่เชียงใหม่กับเมนูของหวาน มิกซ์แพนนาคอตต้า นมสดและกุหลาบ เสริมด้วยผลไม้สด เยลลี่มะม่วง มาการอง และซอสสตรอเบอร์รี่

นอกจากกิจกรรมและอาหารที่ทำจากดอกไม้แล้ว ยังมีอีกหลายที่ให้เดินทางไปท่องเที่ยวกันตลอดเดือนกุมภาพันธ์ ชมดอกไม้สวย รับอากาศดีๆ ยิ่งเดือนนี้เป็นเดือนแห่งความรักด้วยแล้ว อย่าลืมชวนคนรัก และครอบครัวมาเที่ยวกันเยอะๆ นะ ของเขาดีจ้าดนัก ต้องมาแอ่วเจ้า ส่งท้ายกับแผนที่มาได้ดูกันเต็มๆ ใครสนใจอยากไปที่ไหน ก็เลือกได้ตามอัธยาศัยเลย แล้วป้ะกันใหม่เน้อ !!

 

 

 

 

 

 

 

 

keyboard_arrow_up