อิ่มจนพุงกางที่ร้านอาหารญี่ปุ่น “Midori” รังสรรค์โดยเชฟฝีมือระดับแชมป์กระทะเหล็ก

สวัสดีชาวแพรวสายกิน กลับมาเจอกันอีกแล้ว หลังจากห่างหายกันไปนาน ครั้งนี้เรากลับมาพร้อมกับร้านอาหารญี่ปุ่นที่รสชาติไม่ธรรมดา เพราะร้านนี้เขาการันตีความอร่อยจากเชฟฝีมือระดับแชมป์ที่สามารถเอาชนะ เชฟกระทะเหล็กมาได้ บอกเลยว่าถูกใจคออาหารญี่ปุ่นแน่นอน

ก่อนจะไปชิม เราขอเท้าความที่มาที่ไปของร้านกันก่อน “มิโดริ” ร้านอาหารญี่ปุ่นชื่อเก๋ไก๋ ที่แปลว่าสีเขียวในภาษาญี่ปุ่นนั้น แรกเริ่มเดิมที่เปิดครั้งแรกที่หมู่บ้านสัมมากร โดยคุณแนต-สรัญนพ เทพหัสดิน ณ อยุธยา และเชฟ Michi Kadota เจ้าของร้าน ได้รู้จักกันที่ประเทศนิวซีแลนด์ ซึ่งก่อนที่จะมาเปิดสาขาที่เมืองไทยนั้น ทั้งคู่ได้เคยเปิดร้านอาหารญี่ปุ่นร่วมกันที่ประเทศนิวซีแลนด์มาก่อน จนกระทั่งคุณแนตกลับมาเมืองไทยและได้มาทำงานที่โรงแรมจึงได้ชวนเชฟ Michi Kadota กลับมาร่วมงานกันอีกครั้งแต่ก็ไม่สำเร็จเพราะเชฟบอกงานที่ร้านยุ่งมาก แต่เหมือนบุพเพสันนิวาส ที่ทำให้ทั้งคู่ได้กลับมาร่วมงานกันอีกครั้ง เมื่อเชฟ Michi Kadota ได้เดินทางมาเที่ยวเมืองไทยและก่อนกลับได้เปรยกับคุณแนตว่า อยากเปิดร้านอาหารที่ประเทศไทย หมู่บ้านสัมมากรจึงเป็นที่แรกของร้านมิโดริ ซึ่งเปิดมานานแล้วกว่า 4 ปี และปัจจุบันได้ย้ายมาเปิดที่ สนามม้านางเลิ้ง

ด้านประวัติของเชฟ Michi Kadota นั้นก็ไม่ธรรมดา เชฟนั้นมาจากเมืองโอซาก้า มีประสบการณ์มามากกว่า 25ปี เชฟมีสไตล์การทำอาหารแบบ Homecook โดยเริ่มต้นทำงานในร้านอาหารเล็กๆ ในโตเกียว เพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์ หลังจากนั้นได้ไปเป็นเชฟอยู่ที่ประเทศนิวซีแลนด์ เป็นเวลากว่า 10ปี ที่นั่นเชฟได้เป็น Executive chef ในร้านอาหารที่มีชื่อเสียงหลายร้าน ไม่ว่าจะเป็น TANUKI ,SATO JAPANESE RASTAURANT ซึ่งร้านดังกล่าวล้วนแต่ได้รับโหวตให้เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นที่อร่อย และมีคุณภาพดีที่สุดของประเทศ จากนิตยสาร และหนังสือพิมพ์ชั้นนำ METRO MAGZINE / NEW ZEALAND HERALD เชฟเป็นคนที่ใส่ใจในเรื่องของวัตถุดิบที่ใช้อย่างมาก ทุกอย่างต้องสดใหม่วันต่อวัน เชฟจะเป็นคนทำซอสเองทุกอย่างรสชาติจึงไม่เหมือนใคร รวมทั้งน้ำสลัดต่างในเมนูสลัด เชฟก็เป็นคนทำเองทั้งหมด

คอนเซปต์ของร้าน MIDORI นั้นตกแต่งในสไตล์ Contempolary Japanese ที่เน้นความสบายเป็นหลักในโทนสีของร้านคือเทาตัดกับสีไม้ ให้กลิ่นอายความเป็นญี่ปุ่นที่แท้จริง

ทำความรู้จักกับเชฟไปกันเรียบร้อยแล้ว และแล้วก็มาถึงช่วงเวลาที่เรารอคอย สำหรับเมนูแรกที่เราขอนำเสนอคือ Teriyaki เมนูนี้เชฟแนะนำกับเราว่า ความแตกต่างในสูตรของเชฟคือเนื้อไก่ที่นุ่มและหนังกรอบรวมถึงซอสเทริยากิ ที่มีความพิเศษคือทำจากน้ำผึ้งทั้งหมด 3 ชนิด และผลไม้หลากชนิด รสชาติของซอส ที่กลมกล่อมไม่หวานจนเกินไป ใครมาต้องสั่งเมนูนี้ ไม่สั่งถือว่าพลาด

เมนูถัดมาคือ ปลาแซลมอน Saikyo Yaki ปลาแซลมอนชิ้นโตๆ ขนาด 250กรัม นำมาหมักใน Saikyo Miso สูตรของเชฟ 3วัน แล้วนำไปย่าง ทานคู่กับ Saikyo Miso จะได้รสชาติที่อร่อยและรสสัมผัสของปลาแซลมอนที่นุ่มและเต็มเปี่ยมไปด้วยรสชาติของ Saikyo Miso ที่แทรกลงไปในเนื้อปลา

ส่วนเมนูที่ขาดไม่ได้คือ ปลาดิบ (Sashimi) ที่สั่งตรงมาจากตลาดปลาที่ประเทศญี่ปุ่นทุกๆ 2วัน หลักๆ ของความอร่อยคือ เชฟจะเป็นคนคัดสรรปลาที่จะเสิร์ฟทุกจาน ถ้าไม่ดี ไม่ได้คุณภาพก็จะไม่เสิร์ฟ การันตีได้ว่ารสชาติสดใหม่ ถูกใจคนรักปลาดิบ

อีกหนึ่งเมนูสำหรับคนรักสุขภาพ  “Mix Bean Salad With Grilled Chicken” สลัดผักและถั่วนานาชนิด ทานพร้อมกับไก่ย่างสูตรพิเศษ นอกจากจะได้ทานผักออแกนิกซ์สดๆ รสชาติหวานกรอบ ถั่วหลากหลายชนิดที่นำมามิกซ์กันแล้ว เข้ากันอย่างดี เพิ่มโปรตีนด้วยไก่ย่างแล้ว น้ำสลัดที่นี่ยังไม่เหมือนใคร เพราะอย่างที่บอกว่าเชฟทำน้ำสลัดด้วยตนเอง รสชาติจึงไม่ซ้ำกับร้านไหนแน่นอน

อีกหนึ่งเมนูไก่ ที่หากคุณมาแล้วต้องสั่ง ไม่สั่งถือว่าพลาดอีกเช่นกัน “Deep Fried Chicken Nanban Sauce” เมนูยอดฮิตประจำร้าน เนื้อไก่ กรอบนอกนุ่มใน พร้อมซอส Nanban สูตรเฉพาะทางร้าน ตัดเลี่ยนด้วยเลมอน เมนูนี้ทานกับข้าวญี่ปุ่นร้อนๆ ฟินมากขอบอก อ้อลืมบอก ข้าวญี่ปุ่นที่นี่อร่อยมากกกก ข้าวหอมนุ่มมากกกกอีกเช่นกัน

ปิดท้ายด้วยเมนูของหวานที่คุณแนตและเชฟจัดเต็มมาให้เราชิมอย่างจุใจ จนพุงกาง มีเมนูดังต่อไปนี้ ไอศกรีมงาดำ รสชาติกลมกล่อม หอมงาดำ หวานนิดๆ และไอศกรีมชาเขียว ชาเขียวรสชาติเข้มข้น กลิ่นหอมเตะจมูก

ชอคโกแลตชีสเค้ก ตัวเค้กเนื้อเนียนนุ่ม เกาะเป็นเนื้อเดียวกัน ชอคโกแลตเข้มข้นแต่ไม่หวาน

เมนูของหวาน เมนูสุดท้าย เครมบรูเล่ (Creme Brulee) เนื้อเนียนนุ่มหอมครีมสด หอมน้ำตาลไหม้ เห็นแบบนี้นึกว่าจะหวานมาก แต่บอกเลยว่าไม่หวานอย่างที่คิด  เมนูของหวานที่นี่เหมาะกับสาวๆ ที่ไม่ชอบทานหวานมากนัก หรือ กำลังอยู่ในโหมดลดความอ้วน ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจไม่น้อย

สำหรับที่ตั้งของร้านนั้นอยู่ภายในสนามม้านางเลิ้ง ถ้ามาตรงเข้ามาทางประตูหลักแยกนางเลิ้ง แล้วสังเกตร้านจะอยู่ข้างๆ กับห้องจำหน่ายตั๋ว เดินทางสะดวกมีที่จอดรถ จะมากันเป็นคู่ หรือ จะมาทั้งครอบครัว หรือ มากันเป็นแก๊ง ก็ไม่ต้องห่วง ทางร้านยังมีห้องที่สามารถจัดเลี้ยง หรือปาร์ตี้เล็กๆ สำหรับทุกท่านอีกด้วย สำหรับราคานั้นไม่แพงอย่างที่คิด ถ้าเทียบกับวัตถุดิบที่เชฟรังสรรค์มาให้ทานนั้นรับรองได้ว่าคุ้มค่าแน่นอน

ภาพ : Wara Suttiwan

 

 

 

 

 

 

 

 

keyboard_arrow_up