โดนัท มนัสนันท์ พาเที่ยวโคเปนเฮเกน แดนสวรรค์ อีกหนึ่งที่ในโลกหนึ่งที่เธออยากย้ายมาอยู่

มันจะมีที่ที่หนึ่งในโลกที่เมื่อไปถึงแล้วเราจะรู้สึกว่า ฉันย้ายมาอยู่ที่นี่ได้

บนรถไฟระหว่างทางไปโคเปนเฮเกน (Copenhagen) เดนมาร์ก ฉันมองออกไปที่นอกหน้าต่าง เห็นหิมะโปรยตัวบางๆ อยู่ด้านนอก 4 วันที่ผ่านมาในสตอกโฮล์มหิมะตกเกือบทุกวัน ฉันหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูอากาศที่โคเปนเฮเกน หวังในใจว่าจะหนาวน้อยกว่านี้…

ความจริงก่อนหน้านี้ประมาณ 3 เดือนก่อน ฉันมาโคเปนเฮเกน แล้วครั้งหนึ่ง แต่ได้อยู่แค่ 3 วัน จำได้แม่นว่าทันทีที่ลากกระเป๋าพ้นจากสถานีรถไฟ K benhavn ก็รู้เลยว่า 3 วันคงไม่พอแน่ ๆ แต่ด้วยความที่เป็นคนเดินทางแบบ “วินาทีสุดท้าย” และ “เหมือนมีแผนแต่ไม่มีแผน”ตลอด อย่างทริปแรกนั้นความจริงตั้งใจจะบินไปปารีสคนเดียว แล้วค่อยต่อไปโคเปนเฮเกน กะอยู่สักที่ละหนึ่งอาทิตย์ เพราะเพิ่งเคยมาครั้งแรกจึงอยากใช้เวลาในแต่ละที่นาน ๆ เพื่อทำความรู้จักกันแบบสบาย ๆ ไม่เร่งรีบ แต่แล้วในวินาทีสุดท้ายก็มีเหตุให้ต้องเปลี่ยนแผนทั้งหมดเป็นอยู่ที่ปารีสคนเดียวแค่ 3 คืน จากนั้นไปเจอเพื่อนที่เมืองเบิร์น (Bern)ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ จากเบิร์นเพื่อนอีกคนจะบินมาหาแล้วต่อไป โลซานน์ด้วยกัน และไหน ๆ ก็มาสวิตเซอร์แลนด์แล้ว ขอไปเซอร์แมตต์ (Zermatt) เสียหน่อย เพราะอยากเห็นภูเขาแมทเทอร์ฮอร์น (Matterhorn)ก่อน แล้วค่อยบินไปโคเปนเฮเกน สุดท้ายคือมีเวลาให้อยู่โคเปนเฮเกนคนเดียวแค่ 3 วัน 2 คืน แล้วจึงบินกลับบ้านถ้าเปิดแผนที่ดูเส้นทางการเดินทางครั้งนั้นของฉันแล้ว

ทุกคนคงจะพูดเหมือนกันว่าทำไมเป็นคนแบบนี้นะ! เพราะปารีส เบิร์น โลซานน์ภูเขาที่จะไป และโคเปนเฮเกน ล้วนอยู่คนละทิศละทางกันเลย ดังนั้นถ้าให้พูดถึงไลฟ์สไตล์การเดินทางของตัวเองก็สรุปสั้น ๆ ได้ว่า เป็นนักท่องเที่ยวที่ไม่ค่อยจะสนใจแผนที่ ประมาณนี้แหละ 🙂

ส่วนตัวแล้วฉันชอบเวลาที่ได้เขียนแผนที่เอง ชอบเวลาที่หลงทาง แล้วได้ไปเจออะไรใหม่ ๆ ตอนมาโคเปนเฮเกนคนเดียวครั้งแรกก็เกือบหลงทางตั้งแต่เพิ่งมาถึง ในกระเป๋าไม่มีเงินเดนิชโครน (DKK) เลยด้วยซ้ำแลกมาแต่เงินสวิสฟรังก์และยูโร ภาษาก็ไม่คุ้นเคย ทุกอย่างคือสิ่งใหม่หมดในจุดที่ต้องลากกระเป๋าเดินทางเพื่อหาที่แลกเงินก็แอบบ่นในความเหมือนจะมีแผนแต่ไม่มีแผนของตัวเองเหมือนกันว่าเตรียมมาบ้างก็ได้ แต่ไม่มีใครทำทุกอย่างเป็นตั้งแต่วันแรกหรอก การเดินทางคือการเรียนรู้ และ Magic Moments เกิดขึ้นได้แม้ในวินาทีสุดท้ายเวลาเดินทางคนเดียว แผนในแต่ละวันคือฉันจะมีที่ที่ตั้งใจว่าอยากไปถ่ายรูปวางไว้หลวม ๆ อยู่ 2 – 3 ที่ ที่เหลือคือเดินมั่ว

เช้าวันสุดท้ายของทริปฉันตื่นสายมาก ใครบอกว่าเดินทางไม่เหนื่อยนี่ขอเถียงเลยการเดินทางนั้นต้องใช้ทั้งพลังงานและพลังใจมหาศาล ครั้งนั้นฉันพาตัวเองเดินลุยฝนจาก Old Town ไปจนถึง Nyboder บ้านห้องแถวสีเหลืองที่สร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1631 ที่เลือกใช้วิธีการเดิน เพราะอยากเห็นเมืองให้ได้มากที่สุดในเวลาอันสั้น พอได้เห็นกำแพงบ้านสีเหลืองเรียงกัน เป็น แนวยาวเหมือนที่ เคยเห็น ในฉากภาพยนตร์เรื่อง The Danish Girl เท่านั้นแหละ…ฉันก็กรี๊ดออกมาเลย! ไม่อยากจะเชื่อว่าตัวเองจะได้มายืนอยู่ตรงนี้จริง ๆ สำหรับฉัน

keyboard_arrow_up