ว่ายน้ำไม่เป็นก็ทำได้ ‘Aqua Fitness’ ออกกำลังกายในน้ำ บริหารกล้ามเนื้อเพื่อหุ่นเพรียว

ออกกำลังกายในน้ำ
ออกกำลังกายในน้ำ
พออายุมากขึ้น การออกกำลังกายอาจจะกลายเป็นเรื่องยาก ด้วยสรีระและความแข็งแรงที่เปลี่ยนไปทำให้ต้องคำนึงถึงปัจจัยที่จะส่งผลต่อการเคลื่อนไหวหลายอย่าง เช่น น้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้น และข้อต่างๆที่ค่อยๆเสื่อมลง ซึ่งเมื่อออกแรงมากๆ รังแต่จะก่อให้เกิดปัญหามากกว่าเสริมสร้างสุขภาพที่ดี แต่มีวิธีออกกำลังกายรูปแบบหนึ่งที่เหมาะกับสาวๆวัย 30+ ขึ้น นั่นคือ ออกกำลังกายในน้ำ หรือ Aqua Fitness

 

ภาพจาก aquawellnessinternational.com

เดิมการออกกำลังกายในน้ำรู้จักกันเฉพาะในวงการแพทย์ ซึ่งใช้สำหรับฟื้นฟูสมรรถภาพนักกีฬาหลังอาการบาดเจ็บ แต่ช่วงหลังมานี้ด้วยความนิยมในการออกกำลังกายที่สูงขึ้น จึงมีการค้นพบว่า Aqua Fitness เป็นการออกกำลังกายเพื่อส่งเสริมสุขภาพอย่างแท้จริง จนกลายเป็นกระแสและถูกนำมาประยุกต์เข้ากับการออกกำลังกายรูปแบบต่างๆ เช่น จ๊อกกิ้งในน้ำ แอโรบิกในน้ำ การเต้นในน้ำ ฯลฯ ด้วยความที่น้ำมีคุณสมบัติในการลอยตัว ฉะนั้นเมื่อออกกำลังกายในน้ำจึงช่วยรองรับน้ำหนักตัวและลดแรงกดที่ข้อต่างๆให้น้อยลงได้ ทั้งยังพยุงไม่ให้ล้มง่าย และช่วยให้การเคลื่อนไหวร่างกายทำได้ง่ายดายกว่าการออกกำลังกายบนบก จึงแทบจะไม่ก่อให้เกิดอาการบาดเจ็บเลย โดยคุณสมบัติของการออกกำลังกายในน้ำมี 4 ประการ คือ

ภาพจาก psp.celticleisure.org
  • แรงดันใต้น้ำ ทำให้เลือดดำไหลกลับสู่หัวใจได้ง่าย และส่งผลต่อระบบหายใจ ทำให้ปริมาณอากาศหลังหายใจออกค้างอยู่ในปอดน้อยลง ดังนั้น การออกกำลังกายในน้ำจึงช่วยลดความดันโลหิต ทำให้ชีพจรเต้นช้าลง ช่วยให้การสูบฉีดและการไหลเวียนโลหิตในร่างกายเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ภาพจาก aquafitness.co.th
  • แรงลอยตัว ช่วยพยุงให้น้ำหนักตัวลดลงเหลือเพียง 15 – 10 เปอร์เซ็นต์ เมื่ออยู่ในน้ำลึกระดับคอ ดังนั้นในขณะที่อยู่ใต้น้ำ ร่างกายจึงเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ ข้อต่อต่างๆสามารถทำงานได้ดี ร่างกายมีความยืดหยุ่นสูง จึงลดแรงกระทบกระเทือนที่จะก่อให้เกิดอาการบาดเจ็บต่อกระดูกและข้อต่อต่างๆในระหว่างการออกกำลังกายได้
ภาพจาก aquafitness.co.th
  • ความต้านทานในน้ำ น้ำจะต้านการเคลื่อนไหวของร่างกายทุกทิศทาง ทำให้ควบคุมได้ยากกว่าอยู่บนบก แต่กลับช่วยบริหารกล้ามเนื้อทุกส่วนในร่างกายได้อย่างทั่วถึง ทำให้กล้ามเนื้อแข็งแรง และส่งผลให้รูปร่างเพรียวสมส่วนได้ด้วย
ภาพจาก jccrockland.org
  • อุณหภูมิของน้ำ เมื่ออยู่ในน้ำ ร่างกายสามารถระบายความร้อนได้ดีกว่าบนบกถึง 25 เท่า ทำให้รู้สึกสดชื่น ไม่อ่อนเพลีย จึงช่วยป้องกันอันตรายจากความร้อนอย่างอาการลมแดด หรือ Heat Stroke ได้เป็นอย่างดี

ทั้งนี้สำหรับผู้ที่ว่ายน้ำไม่เป็น ไม่เคยว่ายน้ำมาก่อน หรือกลัวการลงน้ำ ก็สามารถออกกำลังกายในน้ำได้ เพราะทั่วไปแล้วจะเริ่มต้นที่ความลึกเพียง 1 เมตรหรือระดับเอว ก่อนจะเพิ่มความลึกขึ้นไปจนถึงระดับอกหรือไหล่ ซึ่งความลึกในแต่ละระดับจะช่วยพยุงและทอนน้ำหนักลงไปได้ 50 – 80 เปอร์เซ็นต์ จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้สูงวัยที่ไม่มีปัญหาสุขภาพ

ภาพจาก swimming.org

นอกจากนี้การออกกำลังกายในน้ำยังส่งผลดีต่อการคลอดลูก ผู้มีภาวะความเครียด และผู้ที่มีปัญหาหมอนรองกระดูก เพราะช่วยในการบำบัดรักษาหรือฟื้นฟูสมรรถภาพได้ดี แม้แต่ผู้อ่อนแรงหรืออ่อนแอมากๆ อย่างคนที่เป็นอัมพฤกษ์ก็สามารถออกกำลังกายในน้ำเบาๆได้เช่นกัน จึงนับได้ว่าการออกกำลังกายในน้ำเป็นทางเลือกใหม่ของผู้รักสุขภาพที่จะช่วยนำไปสู่การมีสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีได้อย่างแท้จริง

ที่มา: เจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ / aquafitness.co.th /สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส) / ศูนย์บริการเทคนิคการแพทย์คลินิกคณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

 

keyboard_arrow_up