คอลเล็คเตอร์ทั่วโลกรุมแย่ง! กระเป๋า “Dior Lady Art” งานศิลปะจากฝีมือศิลปินระดับโลก

“Lady Dior” คือกระเป๋าไอคอนิกที่ประสบความสำเร็จอย่างถล่มทลายของเฮ้าส์ใหญ่อย่างดิออร์ ลำพังชื่อที่ตั้งขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแด่เจ้าหญิงไดอาน่าผู้โปรดปรานกระเป๋าใบนี้อย่างยิ่ง ก็พอจะบอกได้แล้วว่านางคือ “ตำนาน” แห่งวงการแฟชั่น ที่สำคัญเลดี้ดิออร์ไม่ล้าสมัยด้วยรูปโฉมที่ไม่หยุดนิ่ง เช่นเดียวกับปีนี้ที่เลดี้ดิออร์จะสร้างตำนานบทใหม่อีกครั้ง

เป็นที่รู้กันว่ากระเป๋าเลดี้ดิออร์นั้นโดดเด่นด้วยรูปทรงสี่เหลี่ยมขนาดกะทัดรัดสง่างาม ด้วยวัสดุชั้นเลิศและรายละเอียดอันประณีตในทุกๆ มิติ ไม่ว่าจะเป็นเทคนิคการปักลาย Cannage อันเป็นเอกลักษณ์ที่ได้แรงบันดาลใจจากเส้นสายและโครงสร้างของเก้าอี้ในยุคจักรพรรดินโปเลียนที่ 3 หูจับทรงโค้งที่ได้สัดส่วน จี้โลโก้ตัวอักษร D.I.O.R วางทับซ้อนอย่างลงตัว ดูเหมือนทุกๆ รายละเอียดของกระเป๋าใบนี้จะทำให้ผู้หญิงหลายคนใจสั่นระรัว คงเป็นอย่างที่เมอร์ซิเออร์ ดิออร์กล่าวไว้ว่า “ความหรูหราที่แท้จริงต้องมาพร้อมวัสดุและฝีมือที่ดีที่สุด”

หลังจากที่ดิออร์ประสบความสำเร็จจากการเชิญศิลปินชื่อดังจากอังกฤษและอเมริกามาร่วมออกแบบลวดลายกระเป๋ารุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่นจนได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามไปแล้วเมื่อปี 2016 ปีนี้ดิออร์นำความท้าทายนั้นกลับมาอีกครั้ง โดยขยายความหลากหลายให้มากขึ้นด้วยการเชิญ 10 ศิลปินดังจากทั่วโลกที่แตกต่างทั้งอายุ ภูมิหลังและสไตล์ ให้มาร่วมสร้างสรรค์กระเป๋าในแบบลิมิเต็ดเอดิชั่น โดยเปิดทางให้ศิลปิน ได้ใช้จินตนาการสร้างสรรค์อย่างเต็มที่ เพื่อถ่ายทอดวิสัยทัศน์ของแต่ละคนผ่านกระเป๋าใบงาม ผลคือกระเป๋าเลดี้ดิออร์โฉมใหม่ที่ได้รับการปรับแต่งในทุกองค์ประกอบตั้งแต่ชนิดผ้า จี้ห้อย ขนาด สี การปักประดับต่างๆ ที่จะทำให้กระเป๋าใบนี้กลายเป็นชิ้นงานศิลปะที่เหล่าคอลเล็คเตอร์จากทั่วโลกต้องรุมแย่งกันเลยทีเดียว

LEE BUL
ศิลปินหญิงชั้นนำจากเกาหลีที่โดดเด่นด้านประติมากรรมคอนเทมโพรารีและอินสตอลเลชั่น ก่อนหน้านี้เธอเคยร่วม
งานกับดิออร์อยู่หลายครั้ง โดยครั้งนี้เธอเลือกนำกระจกเพล็กซีกลาสนับร้อยชิ้นมาประดับเรียงรายบนตัวกระเป๋าเลดี้ดิออร์ขนาดกลาง ซึ่งกว่าจะได้ผลงานดังที่เห็นนี้ ต้องผ่านการแก้ไขกว่า 60 ครั้ง สุดท้ายจึงได้มาซึ่งกระเป๋าสไตล์อินดัสเทรียลใบเท่ที่ดูคล้ายกระจกบานใหญ่คู่กับหูกระเป๋าสีขาว – เงิน ประดับจี้ห้อยตัวอักษร DIORสีเงินดูหรูหราล้ำสมัย สื่อให้เห็นถึงความคิดในการออกแบบที่ท้าทายการเลือกภาพที่ซับซ้อน ในขณะเดียวกันก็ยังงดงามไม่ต่างอะไรจากผลงานศิลปะในแบบ Lee Bul เอง

 

JOHN GIORNO
ศิลปินวัย 80 ปี ที่อายุไม่เป็นอุปสรรคต่อความคิดสร้างสรรค์ทำให้เขาเป็นแกนนำของศิลปะอเมริกันมากว่า 60 ปี แต่ผลงานที่ขึ้นชื่อที่สุดสำหรับเขาคือบทกวีแบบดิบๆ ที่แหวกแนวและแตกต่าง สำหรับครั้งนี้ Giorno เลือกออกแบบกระเป๋าขนาดกลาง 2 ใบ โดยใช้สีรุ้งสดใส เป็นสีพื้นทั้งที่ตัวกระเป๋าและหูหิ้ว แล้วนำบทกวี 2 บรรทัดของเขามาเป็นองค์ประกอบหลัก ผ่านตัวหนังสือฟ้อนต์โต ชนิดหยุดทุกสายตา ใบหนึ่งเขียนว่า “WE GAVE A PARTY FOR THE GODS AND THE GODS ALL CAME” ส่วนอีกใบเขียนว่า “YOU GOT TO BURN TO SHINE” โดยข้อความด้านหนึ่งของกระเป๋าใช้ตัวอักษรสีเด่นชัด ในขณะที่อีกด้านเป็นตัวอักษรแบบนูนและโปร่งแสง เพื่อสื่อถึงผู้หญิงของเลดี้ดิออร์ที่มีความเข้มแข็ง แต่อาจเขินอายได้บ้างในบางครั้ง

 

HONG HAO
ศิลปินด้านมัลติมีเดียจากปักกิ่งเป็นที่รู้จักจากการสแกนวัตถุต่างๆ ในชีวิตประจำวันแล้วจัดประเภทตามรูปทรงและสี
อาจกล่าวได้ว่า เขาสามารถเปลี่ยนรูปลักษณ์ของวัตถุแสนธรรมดาให้กลายเป็นสุนทรียภาพที่ลงตัว โดยผลงานเลดี้
ดิออร์หนนี้ Hong Hao สร้างสรรค์ผลงานสุดวิจิตรที่ไม่มีใครเลียนแบบได้ 2 ชิ้น ชิ้นแรกเป็นกระเป๋าเลดี้ดิออร์ขนาดกลางประดับภาพแผนที่โลก ซึ่งจินตนาการขึ้นใหม่ ด้วยการสลับสีผืนน้ำและผืนแผ่นดิน แถมยังเปลี่ยนชื่อมหาสมุทรและเทือกเขาเสียอีก เปิดโอกาสให้ผู้ชมได้ค้นพบโลกผ่านมุมมองที่สลับขั้วของเขา นอกจากนี้ เขายังใช้เทคนิคการปักผ้าเป็นชั้นๆ เพื่อให้ภูมิประเทศ ในแผนที่ดูมีมิติมากขึ้น ส่วนอีกใบเป็นกระเป๋าขนาดเล็ก Hong Hao ใช้ภาพวัตถุสแกนที่ขึ้นชื่อของเขามาประกอบ เพื่อสร้างเอฟเฟ็กต์แบบป็อปอาร์ตให้มีเสน่ห์ ทว่าหรูหราซับซ้อนและมีสไตล์แบบดิออร์ด้วยวัสดุคุณภาพเยี่ยม

 

FRIEDRICH KUNATH
ศิลปินชาวเยอรมันที่อาศัยอยู่ในลอสแอนเจลิส งานศิลปะของ Kunath สร้างความสัมพันธ์ในลักษณะตรงกันข้าม
และดึงประสบการณ์ทางอารมณ์จากก้นบึ้งให้ออกมา หนึ่งในผลงานสร้างชื่อของเขาคือ ภาพวาดสายรุ้งจากสีน้ำมัน
ด้วยฝีแปรงเส้นหนา (Impasto) พาดอยู่เบื้องหน้าภูมิทัศน์ อันลึกลับและน่ากลัว โดย Kunath เลือกหยิบภาพอันน่าตื่นตะลึงนี้มาดัดแปลงเป็นภาพลงบนกระเป๋าเลดี้ดิออร์ขนาดกลาง แล้วสร้างเอฟเฟ็กต์แบบภาพถ่าย ด้วยรูปคู่รักแบบซิลลูเอตต์ที่กำลังจุมพิตกันใต้หูกระเป๋า ที่เป็นดั่งสายรุ้งตบท้ายด้วยวลีเด็ด “FUCK IT, I LOVE YOU” ที่ปักอยู่ทั่วซับในของกระเป๋าและด้านหลังของจี้ รูปทรงก้อนเมฆด้วย สำหรับ Kunath แล้ว ผลงานชิ้นนี้ สื่อถึงเสน่ห์อันไร้มารยาทและความน่ารักทะเล้นของอเมริกายุค 1970

 

NAMSA LEUBA
ศิลปินลูกครึ่งสวิส – กีเนียน ใช้ภาพถ่ายเพื่อตั้งคำถามถึงอัตลักษณ์ของชาวแอฟริกันในสายตาของโลกตะวันตก
รวมถึงการนำงานศิลปะแขนงการแสดงสดแฟชั่นและภาพยนตร์สารคดีมาใช้เพื่อค้นหาและทำความเข้าใจมรดก
ของเธอ สำหรับกระเป๋าเลดี้ดิออร์ในมุมมองของ Leuba นี้ ได้แรงบันดาลใจจากวัฒนธรรมอินเดบีเล (กลุ่มประชากรของประเทศซิมบับเวและแอฟริกาใต้ตอนเหนือ) จึงมุ่งเน้นเนื้อสัมผัสและกระบวนการโดยกระเป๋าขนาดกลางนั้นใช้เทคนิคการปักผ้าที่ซับซ้อนมาก จึงต้องใช้เวลามากกว่า 300 ชั่วโมงในการสร้างสรรค์ โดยนำขนมิงค์ผ้าชั้นดีและไข่มุกขนาดเล็กมาเย็บติดเข้าด้วยกันจนดูคล้ายภาพต่อจิ๊กซอว์ให้อารมณ์แบบ “ฮิปปี้” เบาๆ ส่วนกระเป๋าใบเล็ก เธอเลือกใช้วิธีการทอผ้าแบบที่ใช้กับผ้าโบราณของแอฟริกัน แม้จะใช้วิธีการต่างกันที่กลับมีสีสันสดใสผสมความเปรอะเลอะ ทว่าสวยงาม

 

BETTY MARIANI
ศิลปินชาวฝรั่งเศสรุ่นเยาว์งานของเธอสะท้อนสุนทรียภาพของคนวัยหนุ่มสาว โดยบรรยายชีวิตประจำวัน ครอบครัวและเพื่อนฝูงผ่านเทคนิคศิลปะข้างถนนและกราฟฟีตี รวมถึงเสาะแสวงหาความมหัศจรรย์จากชีวิตประจำวันที่น่าเบื่อผลงานการออกแบบของเธอสำหรับเลดี้ดิออร์ขนาดกลาง ใช้เทคนิคการสาดสีลงไปบนกระเป๋า ฝั่งหนึ่งโดดเด่นด้วย ใบหน้าของหญิงสาวที่เคร่งขรึม ต่อด้วยการเล่นกับการปักผ้าบนภาพ เพื่อทำให้พื้นผิวดูมีหลายชั้น และให้ความรู้สึกราวกับว่ามีคนบนท้องถนนมาช่วยเติมแต่งสีอยู่เรื่อยๆ ส่วนหูหิ้วและด้านข้างของกระเป๋าเลือกใช้สีดำงามสง่า สำหรับ Mariani กระเป๋านี้คือการสะท้อนความบ้าคลั่ง และยุ่งเหยิงที่ผสมผสานกับความงามดั้งเดิมได้อย่างน่าทึ่ง

 

JAMILLA OKUBO
หนึ่งในศิลปินอายุน้อยที่สุดในโปรเจ็คท์นี้ Okubo แม้จะอยู่ที่นิวยอร์ก แต่มีบรรพบุรุษเป็นชาวเคนยา ศิลปะของเธอจึงมุ่งประเด็นไปที่อัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมชนผิวดำและการกำหนดสัญลักษณ์เกี่ยวกับชาวแอฟริกันพลัดถิ่น
เมื่อมาถึงผลงานร่วมกับดิออร์ Okubo ออกแบบกระเป๋า 3 ใบ ที่มีความซับซ้อนทางเทคนิคเป็นพิเศษ ส่งผลให้ความสามารถของเหล่าช่างทำหนังของดิออร์ก้าวขึ้นไปอีกระดับ โดยเธอใช้การผสมผสานศิลปะการร้อยลูกปัดแบบเคนยากับแก้วคริสตัลสไตล์ปารีสในการตกแต่งกระเป๋าขนาดเล็กสองใบ กลายเป็นกระเป๋าเลดี้ดิออร์ระย้าที่ดูซับซ้อน มีมิติลวงตา ในขณะที่กระเป๋าขนาดกลางใช้เทคนิคการเย็บผ้าควิลต์สุดคลาสสิกของดิออร์เป็นพื้นหลังแล้ว ปักเย็บรูปดอกไม้ด้วยเทคนิคหรูหราแบบแฟชั่นชั้นสูงกระเป๋าเลดี้ดิออร์ทั้ง 3 ใบนี้จึงแสดงให้เห็นถึงการผสมผสานระหว่างความเป็นเคนยาและปารีสเข้าด้วยกันอย่างแนบเนียน

 

JACK PIERSON
ศิลปินชาวอเมริกันผู้นี้เป็นที่ชื่นชอบทั้งในโลกศิลปะและโลกแฟชั่น ผลงานของเขามักสร้างความปลุกปั่น และหลายครั้งมีความเร่าร้อนทางเพศแฝงอยู่ ขณะเดียวกันเขาก็พยายามสำรวจค้นหาด้านที่กลับกันของแนวคิด
American Dream โดยพยายามแสดงออกถึงมุมมองที่เรียกว่า “โศกนาฏกรรม อันเป็นผลจากการไขว่คว้าให้ได้มาซึ่งความหรูหรามั่งคั่ง” ทั้งหมดนี้สะท้อนอยู่ในกระเป๋าเลดี้ดิออร์สุดพิเศษ 2 ใบ ใบแรกเป็นกระเป๋าขนาดกลาง โดดเด่นด้วยลายเส้นคดโค้งของมวลสีเงินและสีเทาอันน่าลุ่มหลง ส่วนหูกระเป๋าสีส้มสด ให้อารมณ์แบบการ์ตูน เหมาะสำหรับการใช้งานในเวลากลางวัน ส่วนกระเป๋าขนาดเล็กเหมาะใช้คล้องแขนยาม ค่ำคืน เพราะคลาสสิกกว่าจากการประดับประดาด้วยด้ายสีทองและสีเงินลวดลายวินเทจ

 

SPENCER SWEENEY
Sweeney เป็นทั้งศิลปิน นักดนตรี โปรดิวเซอร์ และนักกีฬา เราจึงมักพบบทบาทที่หลากหลายนี้สะท้อนอยู่ใน
ผลงานศิลปะของเขา เมื่อมาถึงกระเป๋าเลดี้ดิออร์ Sweeney ออกแบบกระเป๋าขนาดเล็ก 2 ใบ ขนาดกลาง 1 ใบและขนาดใหญ่ 1 ใบ ซึ่งต่างมีรูปแบบที่เป็นเอกลักษณ์ คือประกอบด้วยหน้าลายมือ และดวงตาเล้าโลมใหญ่ยักษ์หนึ่งดวง Sweeney ตั้งใจทำกระเป๋าให้ดูเหมือน “ยังไม่ได้ลงมือทำ” เพื่อให้เจ้าของกระเป๋ารู้สึกว่าตนเป็นส่วนหนึ่ง ของกระบวนการสร้างสรรค์นี้ เห็นได้จากรอยแปรงและเนื้อสีที่ยกตัวขึ้นมาบนกระเป๋าใบเล็ก ส่วนกระเป๋าใบใหญ่สุดนั้น Sweeney ตีความใหม่ โดยหลอมรูปลวดลายและสีของหูกระเป๋าให้เข้ากับตัวกระเป๋า โดยกระเป๋าทุกใบได้รับการประดับตกแต่งด้วยมือและมีลายเซ็นของศิลปินซ่อนอยู่ทุกพื้นที่…ลองหาดูสิ DAVID

 

DAVID WISEMAN
ศิลปินชาวอเมริกันผู้นี้โดดเด่นเรื่องของการนำความงามจากธรรมชาติมาผันแปรเป็นศิลปะอย่างละเอียดประณีต
ครั้งนี้เขาสร้างสรรค์เลดี้ดิออร์ขึ้น 2 ชิ้น ใบแรกเป็นกระเป๋าขนาดกลางที่ทำขึ้นมาในรูปแบบคลาสสิก โดยใช้
สีเทาของดิออร์และเทคนิคการเย็บผ้าควิลต์แบบเดียวกับที่ใช้บนกระเป๋าเลดี้ดิออร์รุ่นดั้งเดิม แล้วเติมลูกเล่นด้วย
การทำโมทีฟดอกไม้และลวดลายธรรมชาติสลับกับลาย Cannage เพิ่มความอ่อนหวานด้วยจี้ห้อยกระเป๋ารูปดอก
ลิลี่ออฟเดอะวัลเล่ย์ ซึ่งทำจากเครื่องลายครามและทองเหลือง ส่วนกระเป๋าเลดี้ดิออร์ใบใหญ่นั้นชวนตื่นตะลึง
ด้วยเทคนิคการเจาะกระเป๋าหนังให้เป็นลวดลายธรรมชาติทำให้ดูโปร่งใสทั้งใบ กระเป๋าทั้งสองใบสะท้อนถึงความรักของ Wiseman ที่มีต่อธรรมชาติตลอดจนความปรารถนาที่จะสร้างผลงานอย่างละเอียดถี่ถ้วนและความคิดสร้างสรรค์อันสมบูรณ์แบบ


 

ภาพและที่มา : นิตยสารแพรว ฉบับ 919 คอลัมน์ FASHION SCOOP

 

keyboard_arrow_up