แบรนด์เนมต้องหลีก! แฟชั่นไอเท็มสุดเก๋ ผลงานครีเอตจากดีไซเนอร์และช่างฝีมือชนเผ่า

หลังจากได้สร้างความประทับใจให้หลายๆ คน ไปกับผลิตภัณฑ์จากคอลเล็คชั่นพิเศษ ‘ดอยตุง’ ที่เชื่อมความสัมพันธ์ของคนเมืองกับคนดอยไปเมื่อปีที่แล้ว มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ เลยเดินหน้าสานต่อโครงการ ดอยตุง แอนด์ เฟรนด์ส 2017 (DoiTung and Friends 2017) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 เพื่อสืบสานและต่อยอดพระปณิธาน ‘ปลูกป่า ปลูกคน’ ในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และเพื่อให้ผู้รักแฟชั่น ของแต่งบ้าน ได้มีส่วนร่วมสนับสนุนการพัฒนาที่ยั่งยืน

โดยในปีนี้ได้ชวนศิลปินและนักออกแบบชั้นนำในวงการแฟชั่นไทย มาสร้างสรรค์ผลงานคอลเล็คชั่นพิเศษร่วมกับช่างฝีมือชนเผ่าของดอยตุง กว่า 50 ผลิตภัณฑ์ ซึ่งล้วนแต่มีธรรมชาติ วัฒนธรรม และเรื่องราวในพื้นที่เป็นแรงบันดาลใจ อาทิ

 

กระเป๋าย่ามแบบลาหู่ คอลเล็คชั่นออริจินอล อิส ฟอร์เอเวอร์ (Original is Forever) ของ สมบัษร ถิระสาโรช แฟชั่นกูรู และออแกไนเซอร์ชื่อดัง ที่ออกแบบด้วยแนวคิดว่า ย่ามเป็นของใช้ประจำวันในวัฒนธรรมดั้งเดิม ที่ยังคงมีการใช้งานอยู่ในวิถีชีวิตของชาวไทยภูเขา ผสานกับการใช้สีดำ ซึ่งเป็นสีที่อมตะ และเหมาะกับ ทุกเพศ ทุกวัย

 

กระเป๋าผ้าทอมือ คอลเล็คชั่นอันไทเทิล (Untitled) ผลิตด้วยผ้าทอมือของชาวบ้านดอยตุง ซึ่งเป็นผ้าทอฝ้ายผสมใยกัญชา ให้สัมผัสที่นุ่ม แต่ก็มีความแข็งแรงจากใยกัญชา นำมาย้อมสีดำธรรมชาติ ตกแต่งเพิ่มเติมด้วยหนัง ดีไซน์ออกมาเป็นกระเป๋ารูปทรงทันสมัย ที่สามารถใช้ได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิง

 

ชุดแฟชั่นสตรี และแอคเซสซอรี่ คอลเล็คชั่น KRAAM ของ จิรัฏฐ์ ทรัพย์พิศาลกุล เจ้าของแบรนด์ SANSHAII ซึ่งเลือกใช้ ผ้าลินินผสมฝ้ายย้อมคราม เพื่อให้เหมาะกับสภาพอากาศเมืองไทย โดยมีให้เลือกหลากหลายแบบ ไม่ว่าจะเป็น เสื้อคลุมซัมเมอร์ พีโค้ท (Summer Peacoat) ที่สามารถใส่ได้ทั้ง 2 ด้าน โดยด้านหนึ่งเป็นผ้าฝ้าย 100% สวมใส่สบาย อีกด้านเป็นผ้าฝ้ายผสมลินิน ที่เนื้อผ้ามีความเบาบางและคงตัว     

เสื้อคลุมที่สามารถใส่ได้ 2 ด้าน เนื้อผ้าเรยอน 100% ให้ความนุ่มสบาย เรียบลื่น กางเกงขายาว ผ้าเรยอน 100% เดรสลำลองสไตล์คาฟแทน (Kaftan) กระเป๋าถือแฟชั่น จากผ้าฝ้าย 100% ย้อมสีธรรมชาติ หมวกทรงโบ้ทแฮท (Boat Hat) และ รองเท้าผ้าฝ้าย สีเบจ สีน้ำเงินเข้ม และสีม่วงแดง

 

เสื้อ หมวก กระเป๋า พิมพ์ลายครอสติส คอลเล็คชั่นแม่ฟ้าหลวง ของ ภูภวิศ กฤตพลนารา เจ้าของ       แบรนด์ ISSUE ซึ่งเลือกใช้เทคนิคลายพิมพ์ จากลายครอสติส และปักลงบนผ้าทำให้เกิดความร่วมสมัยมากขึ้นโดยได้แรงบันดาลใจจากงานอดิเรกของสมเด็จย่า คือ งานปักผ้าครอสติส และงานเซรามิก นำเสนอผ่านลวดลายบนเสื้อผ้าออกมาเป็น เรื่องราวความสุข ความสมบูรณ์ ความรัก ธรรมชาติ รับประกันว่าถูกใจแฟนคลับ ที่ชื่นชอบงานปัก ผ้าพิมพ์ และศิลปวัฒนธรรมตะวันออก ตามสไตล์ของแบรนด์ ISSUE เพราะมีให้เลือกช้อปทั้ง เสื้อคลุมตัวยาว (Rope) ผ้าฝ้ายผสมลินิน สีดำ และพิมพ์ลาย เสื้อคลุมกิโมโนพิมพ์ลาย จับคู่กับ กางเกงม้งพิมพ์ลาย พร้อมเพิ่มความเก๋ด้วย หมวกแก็ป และ กระเป๋าผ้าฝ้ายผสม ในสไตล์ ISSUE

 

 เสื้อผ้าแฟชั่นสตรี (Ready to Wear) คอลเล็คชั่นไวลด์ ออร์คิด (Wild Orchid) ของ มลลิกา          เรืองกฤตยา และ ณัฎฐ์ มั่งคั่ง จากแบรนด์ KLOSET ที่เน้นการตัดต่อระบาย เพื่อเพิ่มความพลิ้วเหมือน      กลีบดอกกล้วยไม้ ช่วยเพิ่มลุคเฟมินีนให้กับผู้สวมใส่ โดยมีให้เลือกทั้ง เสื้อตัวในดีไซน์เก๋ ผ้าเรยอน 100% เสื้อเบลาส์เปิดไหล่สีส้มสดใส จับคู่กับ กางเกงขายาวลายทาง ทรง Palazzo (กางเกงขาบาน) ชุดเดรส    สีแดงลายทาง สไตล์วินเทจ และ เสื้อคลุมลายทาง สีเขียวสด

 

ของใช้เซรามิก คอลเล็คชั่นเหนือธรรมชาติ ของ กรรณ สวัสดิวัตน์ ณ อยุธยา นักแสดงที่ชื่นชอบเรื่องศิลปวัฒนธรรม และใส่ใจการช่วยเหลือสังคม สำหรับคอลเล็คชั่นนี้ ได้แรงบันดาลใจจากธรรมชาติบนดอยตุง จังหวัดเชียงราย ผลงานในคอลเล็คชั่นนี้จึงไม่เน้นรูปทรงและขนาดที่ตายตัว เหมือนธรรมชาติที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้ เป็นการผลิตงานที่สามารถใช้ได้ในชีวิตประจำวัน หรือจะใช้เป็นสิ่งของตกแต่งบ้านก็ได้ โดยมีหลากหลายผลิตภัณฑ์ อาทิ ชุดถ้วยกาแฟ ชุดถ้วยชา ของใช้เซรามิก รูปทรงธรรมชาติบนดอยตุง ไม่ว่าจะเป็น ผลแมคคาเดเมีย รวงผึ้ง ต้นไม้ ขอนไม้ ภูเขา กระท่อมในภาคเหนือ หมวกชาวไร่ เป็นต้น


 

สำหรับใครที่สนใจจับจองเป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์คอลเล็คชั่นพิเศษ ใน “โครงการ ดอยตุง แอนด์ เฟรนด์ส 2017” (DoiTung and Friends 2017) ก็สามารถเข้าร่วมงานงานเปิดตัวโครงการฯ ในวันจันทร์ที่ 6 พฤศจิกายน 2560 เวลา 13.00 น. ณ แฟชั่นฮอลล์ ชั้น 1 ศูนย์การค้าสยามพารากอนได้เลย

ก่อนจะย้ายไปจำหน่ายสินค้าต่อ ตั้งแต่วันอังคารที่ 7 – วันอาทิตย์ที่ 19 พฤศจิกายน 2560 เวลา 10.00 น. – 22.00 น. ณ ดอยตุง แอนด์ เฟรนด์ส ป็อป อัพ สโตร์ (DoiTung and Friends Pop Up Store) ชั้น M ศูนย์การค้าสยามพารากอน โดยรายได้จากการจำหน่ายสินค้าหลังหักค่าใช้จ่าย จะนำไปใช้ในการพัฒนาศักยภาพของคนในโครงการพัฒนาดอยตุง และโครงการขยายผลอื่นๆ ของมูลนิธิต่อไป

 

 

keyboard_arrow_up