ดีไซเนอร์ไทยผนึกกำลัง เนรมิตรันเวย์อวดแฟชั่น ปลุกสีสัน Autumn/Winter 2017

ตอกย้ำภาพลักษณ์ผู้นำด้านแฟชั่นของไทยกันอย่างต่อเนื่องกับ สมาคมแฟชั่นดีไซเนอร์กรุงเทพฯ หรือ Bangkok Fashion Society (BFS) จากความร่วมมือของเหล่าสมาชิกแบรนด์แฟชั่นไทยแถวหน้า ที่มีอุดมการณ์ด้านความคิดสร้างสรรค์และวิถีการทำงานร่วมกัน ซึ่งนับเป็นปีที่ 7 แล้วของการรวมพลังสร้างสรรค์กำหนดและโชว์ทิศทางแฟชั่น (Fashion Trends) ถ่ายทอดเป็นผลงานคุณภาพประดับวงการแฟชั่นไทยและผลักดันให้อุตสาหกรรมแฟชั่นของไทยเป็นที่ยอมรับในระดับสากล เช่นกันกับซีซั่นนี้ ที่ทางสมาคมฯได้ปลุกฤดูกาลออทั่ม/วินเทอร์ 2017 จัดแฟชั่นโชว์อวดโฉมผลงานการดีไซน์ล่าสุดให้เหล่าแฟชั่นนิสต้าได้อัพเดตเทรนด์พร้อมกันอย่างใกล้ชิด

โดยในปีนี้ได้มีการจัดโชว์คอลเล็คชั่นจาก 10 แบรนด์ไทยชั้นนำ จากความร่วมมือของเหล่าดีไซเนอร์แถวหน้า ได้แก่ พลพัฒน์ อัศวะประภา จากแบรนด์อาซาว่า (ASAVA) และเอเอสวี (ASV), ภาณุ อิงคะวัต จากแบรนด์เกรฮาวด์ ออริจินอล (GREYHOUND ORIGINAL), ภูภวิศ กฤตพลนารา จากแบรนด์อิชชู่ (ISSUE), มลลิกา เรืองกฤตยา จากแบรนด์คลอเส็ท (Kloset), มิลิน ยุวจรัสกุล จากแบรนด์มิลิน (MILIN), นัทธนุช วงศ์พัวพันธ์ จากแบรนด์ตุ๊ดตี้ แอนด์ ตุ๊ดตี้ ฟรุตตี้ (TUTTI & TUTTI FRUTTI), อรประพันธ์ สุทธินรเศรษฐ์ จากแบรนด์วิคธีร์รัฐ (VICKTEERUT), ปฏิญญา เกี่ยวข้อง จากแบรนด์ปฏิญญา (PATINYA) และธนาวุฒิ ธนสารวิมล จากแบรนด์ที แอนด์ ที (T AND T)

พลพัฒน์ อัศวะประภา ในฐานะนายกสมาคมแฟชั่นดีไซเนอร์กรุงเทพฯ กล่าวถึงจุดประสงค์ของการจัดงานในครั้งนี้ว่า “ช่วงต้นปีที่ผ่านมาทางสมาคมฯของเราได้รับสมาชิกใหม่ที่มีอุดมการณ์การทำงานร่วมกันเข้ามาเพิ่ม ซึ่งเราเองก็ยังคงยึดมั่นในความต้องการที่จะเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมแฟชั่นไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล จะเห็นได้จากมาตรฐานการทำงานที่มีระบบความเป็นสากล รวมถึงการดีไซน์เสื้อผ้าที่นอกจากแต่ละแบรนด์จะดึงจุดเด่นการทำเสื้อผ้าของตัวเองออกมาแล้ว ก็จะต้องผสานเทรนด์แฟชั่นระดับโลกที่กำลังเป็นที่นิยมเข้าไปด้วย เพื่อสร้างความน่าสนใจให้กับกลุ่มลูกค้า”

แต่ในขณะเดียวกันก็ยังคงความโดดเด่นตามดีเอ็นเอของแบรนด์เอาไว้ เพราะเราเองก็ต้องยอมรับว่าการแข่งขันในวงการแฟชั่นทุกวันนี้ค่อนข้างสูง ทางสมาคมฯก็เลยอยากจะทำให้แฟชั่นเป็นเรื่องใกล้ตัวคนมากขึ้น เข้าใจง่ายขึ้น และจับต้องได้ง่าย อย่างในโชว์ครั้งนี้เราก็มีการจัดเซตถ่ายแฟชั่นให้ผู้ที่มาร่วมงานได้มาถ่ายรูปร่วมกัน ให้ความรู้สึกว่าทุกคนคือนางแบบนายแบบ เพราะทุกวันนี้เราต่างก็อยู่ในยุคของ Celebrity Couture ที่ทุกคนสามารถโดดเด่นได้ในแบบของตังเอง ซึ่งเราเองก็หวังว่าในคอลเล็คชั่นนี้จะได้รับแรงสนับสนุนจากคนไทยที่เห็นถึงคุณภาพของเสื้อผ้าแบรนด์ไทย และร่วมกันสร้างกระแสนิยมให้ดีไซเนอร์ไทยตลอดจนแบรนด์ไทยเป็นที่ยอมรับในระดับสากลต่อไป”

สำหรับในฤดูกาลออทั่ม/วินเทอร์ 2017 นี้ ทางสมาคมแฟชั่นดีไซเนอร์กรุงเทพฯ หรือ Bangkok Fashion Society (BFS) ได้นำเสนอคอลเล็คชั่นใหม่ที่แต่ละแบรนด์ต่างก็มีผลงานการออกแบบที่มีความโดดเด่นเฉพาะตัว หากแต่ยังอยู่ภายใต้ทิศทางที่สอดคล้องกันอยู่ โดยสามารถจัดเป็นหมวดหมู่ แบ่งออกเป็น 3 เทรนด์หลัก ตามนี้

  • เฟมินิสโต้ (Feministo) การดึงเอาเสน่ห์และความอ่อนโยนของผู้หญิงมาแต่งแต้มดีเทลและซิลลูเอทที่มีความงดงาม ผ่านลูกเล่นที่มีความประณีตละเอียดอ่อน สะท้อนถึงเอกลักษณ์ของหญิงสาวที่อ่อนหวานได้อย่างลงตัว
  • ออพโพสิท แอทแทรคชั่น (Opposite Attrction) ความขัดแย้งที่ลงตัว ได้ถูกนำมาเป็นไอเดียหลักในการเลือกใช้โทนสี การออกแบบลายพิมพ์ รวมถึงการเลือกใช้วัสดุในการตัดเย็บ เพื่อนำเสนอเสน่ห์ของการมิกซ์แอนด์แมตช์อันเป็นเอกลักษณ์ที่ชัดเจนของแต่ละแบรนด์
  • คัลเชอร์ลิซึ่ม (Culturism) แรงบันดาลใจจากวัฒนธรรมที่หลากหลาย ที่เหล่าบรรดาดีไซเนอร์ได้เดินทางไปสัมผัส โดยมุมมองทางวัฒนธรรมตลอดจนความแตกต่างของแต่ละที่ ได้ถูกนำมาเป็นดีเทลในการรังสรรค์เสื้อผ้าประจำซีซั่นนี้ที่มีความเป็นเอกลักษณ์ทั้งยังร่วมสมัย

นอกจาก 3 เทรนด์หลักในซีซั่นนี้แล้ว สมาคมแฟชั่นดีไซเนอร์กรุงเทพฯ หรือ Bangkok Fashion Society (BFS) ยังเผยเทรนด์ถึงสีมาแรง ซิลลูเอทที่เหมาะกับฤดูกาลนี้ รวมถึงดีเทลและเทคนิคการตัดเย็บที่แปลกใหม่

สำหรับโทนสีที่โดดเด่นสำหรับออทั่ม/วินเทอร์นี้ แบ่งออกเป็น 3 เทรนด์ ดังนี้

  • นิวทรัล (Neutral) โทนสีเบสิกอย่างสีเบจ สีเทา และเฉดสีเอิร์ธโทนได้ถูกนำมาใช้สำหรับการทำเสื้อผ้าในซีซั่นนี้ เพื่อมอบความสบายตาสำหรับการสวมใส่ที่เข้ากับฤดูกาล
  • คอนทราสต์ (Contrast) การผสมผสานระหว่างเฉดสีร้อนแรง อาทิ สีแดง และสีชมพู เข้ากับโทนสีคลาสสิกอย่างสีดำ สีน้ำเงิน และสีขาว สร้างความแตกต่างที่ลงตัวให้กับการสร้างสรรค์ลุคสุดเก๋ประจำซีซั่นนี้
  • เชอร์เบท คัลเลอร์ (Sorbet color) การนำเอาเฉดสีของไอศกรีมรสชาติต่างๆมาใช้ เพื่อเพิ่มความสนุกให้กับการแต่งตัว

 

 

ในส่วนโครงร่างของเสื้อผ้าที่เหมาะกับฤดูกาลนี้ แบ่งออกเป็น 3 เทรนด์ด้วยกัน ดังนี้

  • อีลองเกท (Elongate) ความยาวของเสื้อผ้าไม่ว่าจะปรากฏอยู่บนเดรส เสื้อตัวบน หรือกระโปรงท่อนล่าง ยังคงสร้างความงดงามอย่างคลาสสิกได้ดีเสมอ
  • โอเวอร์ไซส์ (Oversize) โครงร่างของชุดหรือดีเทลการจับเดรปของแขนเสื้อให้มีขนาดใหญ่ เพื่อนำเสนอความโดดเด่นของเสื้อผ้า เพิ่มความสนุกให้การแต่งตัวได้อย่างไม่รู้จบ
  • แฟล์ (Flared) ความบานของเสื้อ กระโปรง และขากางเกง ถูกนำมาใช้ในซีซั่นนี้เพื่อสร้างลุคแปลกใหม่ที่พลิ้วไหลที่โดดเด่นยิ่งขึ้น

 

ส่วนดีเทลการออกแบบที่ถูกนำมาใช้ในซีซั่นนี้ได้ถูกแบ่งออกเป็น 4 แบบด้วยกัน

  • ออล อะเบาท์ เท็กซ์เจอร์ (All about textures) เพิ่มเอกลักษณ์โดดเด่นให้กับงานดีไซน์ด้วยการติดประดับลูกเล่นต่างๆลงบนผืนผ้า ไม่ว่าจะเป็นการตกแต่งขนนก รวมถึงเนื้อผ้าอย่างผ้าทูลหรือเนื้อผ้าลูกไม้ที่ถูกนำมาประดับบนชุด
  • สปอร์ตี้ มีท แฟชั่น (Sporty meets fashion) การนำจุดเด่นของชุดกีฬามาเป็นหนึ่งแรงบันดาลใจในการออกแบบออกแบบเสื้อผ้า ที่ผสานเข้ากับเสื้อผ้าเรดี้ทูแวร์ได้อย่างลงตัว
  • มัลติ โทน (Multi tones) การผสมผสานระหว่างความหลากหลายของลวดลายและสีสัน ที่สามารถสร้างเสน่ห์และเพิ่มความสนุกให้กับผู้สวมใส่ได้เป็นอย่างดี
  • รัฟเฟิล (Ruffles) ดีเทลการจับจีบระบายยังคงสามารถเพิ่มลูกเล่นและนำเสนอความเป็นเฟมินีนให้หญิงสาวผู้สวมใส่ได้ในทุกฤดูกาล

นอกจากนี้ทางสมาคมฯยังได้นำเสนอลายพิมพ์เด่นประจำซีซั่น ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ลวดลาย ดังนี้

  • ไทด์โพ ที-เชิร์ต (Typo t-shirt) ลายพิมพ์ตัวอักษรและโลโก้ของแบรนด์ ตลอดจนถ้อยคำอินเทรนด์ที่ทางแบรนด์ต้องการนำเสนอ ได้ถูกถ่ายทอดลงบนเสื้อยืดตัวเท่
  • แฟนตาซี บลูมส์ (Fantasies blooms) บรรดาดอกไม้นานาพรรณได้ถูกนำมาร้อยเรียงกันให้กลายเป็นลายพิมพ์เอกลักษณ์ ที่สามารถสร้างความน่าหลงใหลให้กับเสื้อผ้าตัวโปรดได้เป็นอย่างดี
  • สปอร์ต สไตรท์ (Sport stripes) ลายทางคลาสสิกอย่างลายทางและลายขวาง ได้ถูกนำมาใช้ในการดีไซน์คอลเล็คชั่นนี้ เพื่อตอกย้ำถึงความเรียบโก้ที่แฝงความสนุกของการมิกซ์แอนด์แมตช์เอาไว้

สำหรับผู้หญิงที่ต้องการแต่งตัวให้โดดเด่นสำหรับฤดูกาลนี้  มลลิกา เรืองกฤตยา จากแบรนด์คลอเส็ท ได้ให้คำแนะนำในการแต่งกายว่า “ควรเลือกเสื้อผ้าที่มีกลิ่นอายความเป็นจีนหรือโอเรียนทัลมาผสมผสานด้วย เช่น เสื้อคอจีน เสื้อลายจีน ปิ่นปักผม ต่างหูพัด กระเป๋าจีนๆ คล้องไปกับเทรนด์โลกที่มีความขัดแย้ง คือการแต่งตัวแบบผิดๆแต่ลงตัว เช่น การใส่กางเกงวอร์มกับรองเท้าส้นสูง กางเกงวอร์มกับเสื้อชีฟอง เดรสมีวอลลุ่มกับรองเท้าผ้าใบ เชื่อว่าถ้าลองคิดให้นอกกรอบ ออกมาจากคอมฟอร์ตโซนสักครั้งหนึ่งแล้วจะมั่นใจกับครั้งต่อๆไป

มลลิกา เรืองกฤตยา และณัฎฐ์ มั่งคั่ง

ด้าน วิชชุกร โชคดีทวีอนันต์ จากเกรฮาวด์ ออริจินอล ก็ได้เผยถึงเคล็ดลับการแต่งตัวของผู้ชายให้ดูดี “ตอนนี้แฟชั่นเป็นเรื่องของสตรีท สปอร์ต หรือไอเท็มง่ายๆที่ใส่กับรองเท้าผ้าใบก็โดดเด่น อย่างกางเกงสแล็คขาเต่อนิดๆ บอมเบอร์แจ็กเก็ต หรือแจ็คเก็ตตัวยาวหน่อย มีลายกราฟิกเข้ามาแจมให้ดูน่าสนใจ การใส่ชุดโอเวอร์ไซส์ก็ช่วยเสริมให้ลุคมีความเท่ มีโครงสร้างที่น่าสนใจมากยิ่งขึ้น”

วิชชุกร โชคดีทวีอนันต์

 

ทั้งหมดนี้คือภาพรวมผลงานการดีไซน์ที่น่าสนใจประจำฤดูกาลออทั่ม/วิมเทอร์ 2017 ของสมาคมแฟชั่นดีไซเนอร์กรุงเทพฯ หรือ Bangkok Fashion Society (BFS) ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งมิติของการทำเสื้อผ้าที่จะสามารถช่วยขับเคลื่อนอุตสาหกรรมแฟชั่นไทย แต่ที่สำคัญคนไทยทุกคนต้องร่วมมือกันสนับสนุน เพื่อสร้างกระแสนิยมให้ดีไซเนอร์ไทยเป็นที่ยอมรับในระดับสากล

 

 

 

keyboard_arrow_up