ความปังบังเกิด เมื่อเหล่านางเอกเป็นโมเดล โชว์ความควีนบนรันเวย์ “Jardin de la Boutique”

แฟชั่นและกลิ่นหอมเปรียบเสมือนแรงบันดาลใจชั้นดี ความงามที่เป็นดั่งขุมพลังของผู้หญิง ดังนั้นชาร์แด็ง เดอ ลา บูทีค (Jardin de la Boutique) จึงเปรียบได้กับโอเอซิสแห่งใหม่ใจกลางกรุงเทพฯ ที่พร้อมให้เหล่าแฟชั่นนิสต้าได้ปักหมุดในฐานะแหล่งแฮ้งเอ๊าต์ใหม่ของคนมีสไตล์ ณ ชั้น 2 สยามสแควร์วัน อีกหนึ่งก้าวใหม่ภายใต้การสร้างสรรค์ของโต – พัชรวัฒน์ ตระกาลสันติกูล ครีเอทีฟไดเร็คเตอร์แห่งแบรนด์ลา บูทีค ที่ได้ผสมผสานความเป็นไลฟ์สไตล์ผ่านแฟชั่นและเครื่องหอมที่รังสรรค์ไว้อย่างลงตัว ด้วยการผนวกเสื้อผ้าแฟชั่นสุดหรูจากลา บูทีค เข้ากับอาณาจักรเครื่องหอมนานาชนิดจากชาร์แด็ง เดอ ลา บูทีค พร้อมมอบประสบการณ์แฟชั่นความหอมสุดล้ำลึกกับเสน่ห์กลิ่นหอมแบบอโรมา

ฉลองเปิดตัวแฟชั่นคอลเล็คชั่นใหม่ประจำออทั่ม 2017 จากลา บูทีค ภายใต้ธีม พรอม ไนท์ ทไวลี่ส์ ถ่ายทอดแรงบันดาลใจผ่านความมั่นใจของสาววัยแรกแย้มในแบบฉบับผู้หญิงเป็นควีนบีในงานพรอมที่ไม่มีวันเลิกรา

ชาร์แด็ง เดอ ลา บูทีค (Jardin de la Boutique) โอเอซิสแห่งใหม่ใจกลางกรุง อาณาจักรแห่งเครื่องหอมที่ล้วนเกิดจากการรังสรรค์ผ่านองค์ความรู้ในการผลิตเครื่องหอมในสมัยโบราณและในปัจจุบัน ให้ได้ซึ่งกลิ่นหอมที่ทรงพลังปรากฏการณ์ใหม่ของอโรมา บรรจงสร้างผ่านไอเดียที่สดใหม่ การผสมผสานผ่านรอยต่อเส้นบางๆ ระหว่างแฟชั่นและกลิ่นอโรมา ให้ได้ซึ่งกลิ่นหอมที่มีเอกลักษณ์ราวกับมีเวทมนตร์ ไม่ว่าจะเป็นก้านหอม เทียนหอม และถุงหอม ที่ไม่ใช่แค่สร้างบรรยากาศแห่งความสุข แต่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังแห่งการบำบัดเยียวยา เพื่อให้ได้กลิ่นหอมที่ทำให้ทุกประสาทสัมผัสต้องยอมจำนนและดำดิ่งสู่ความลึกลับราวกับต้องมนตร์ ซึ่งคุณต้องประหลาดใจเมื่อพบว่าตนเองไร้ความปรารถนาจะต่อต้านความหอมปริศนาแห่งลา บูทีค เดอ ลา ชาร์แด็ง

โอกาสดีๆ แห่งการเฉลิมฉลองโอเอซิสเอเรียแห่งใหม่ แบรนด์ลา บูทีค (La Boutique) จึงทำการเปิดตัวแฟชั่นโชว์คอลเล็คชั่นใหม่ ประจำฤดูกาลออทั่ม 2017 ภายใต้ธีม พรอม ไนท์ ทไวลี่ส์ (Prom Night Twirlies) ที่ถ่ายทอดแรงบันดาลใจผ่านความมั่นใจของหญิงสาวลา บูทีค ในวัยแรกแย้มที่เปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มให้โลกได้เสมอ แบบฉบับ ผู้หญิงเป็นควีนบีในงานพรอมที่ไม่มีวันเลิกรา 

แฟชั่นที่เปรียบเสมือนการเฉลิมฉลองการเป็นราชินีงานพรอมได้เสมอในทุกๆ วัน ทั้งแฟชั่นเสื้อผ้าและแอ๊กเซสซอรี่ อาทิ ค็อกเทลเดรสคาดเข็มขัดเส้นโตในลุคทำงาน จั๊มป์สูทแต่งดีเทลลูกไม้ที่ใส่ได้ตั้งแต่เช้าจรดเย็น กระโปรงแม็กซี่และกางเกงขากว้างแต่งชั้นระบายที่ใส่สลับได้ทั้งลุคกลางวันและกลางคืน จนถึงเดรสตกแต่งดีเทลสามมิติสีเมแทลลิกเงินและทองที่หรูหราเมื่ออยู่ใต้แสงเดย์ไลท์และโดดเด่นเมื่ออยู่ใต้แสงไฟ

โดยดึงเอากลิ่นอายแฟชั่นจากฉากงานพรอมในภาพยนตร์ยุค 80 ไม่ว่าจะเป็น Grease (1978), Grease 2 (1982), Footloose (1984) จนถึง Pretty in Pink (1986) อย่างชุดราตรีที่เผยให้เห็นสัดส่วนของหญิงสาวที่เพิ่งเริ่มผลิบาน และชายระบายที่ถูกขยายใหญ่และใช้อย่างฟุ่มเฟือยเพื่อเรียกร้องความสนใจ ไปจนถึงวัสดุและสีเมแทลลิกที่โดดเด่นแข่งกับแสงดิสโก้บอล ได้กลายเป็นภาพติดตาของยุคสมัยที่เด็กสาวพยายามจะผลักความเป็นผู้ใหญ่ในตัวเองออกมา แต่กลับดูเก้อเขินอย่างไร้เดียงสา

ความกล้าที่ใกล้เคียงกับความบ้าบิ่น ความมั่นใจที่เฉียดกรายกับคำว่าเย่อหยิ่ง ความขาดพร่องและล้นเกินที่ห่างไกลกับความสมบูรณ์แบบ แต่รวมกันแล้วกลายเป็นบุคลิกที่น่าจดจำของผู้หญิงที่เป็นพรอมควีน พัชรวัฒน์เอ่ยถึงมิวส์คนล่าสุดของเขาว่า เธอคือราชินีแห่งงานเลี้ยงส่งท้าย วันท้ายสุดของชีวิตนักเรียนไฮสกูลที่อาจเป็นวันสำคัญยิ่งกว่าวันแต่งงาน เพราะ “ผู้หญิงจะแต่งงานกี่ครั้งก็ได้ แต่เธอไปงานพรอมได้ครั้งเดียวในชีวิต”


 

 

 

keyboard_arrow_up