“Mulberry” สร้างเอกลักษณ์ใหม่ผ่านกระเป๋ารุ่น “Amberley” โดยไม่ทิ้งความคลาสสิกตามแบบฉบับเดิม

กระเป๋าแบรนด์ Mulberry ดีไซน์สุดคลาสสิก ออกคอลเล็คชั่นใหม่เอาใจสาวๆ ผู้รักกระเป๋ากันอีกแล้ว สำหรับรุ่นแอมเบอร์ลีย์ ซึ่งถือเป็นครอบครัวแอมเบอร์ลีย์ มรดกแห่งอนาคต จอห์นนี่ โคคา ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ของมัลเบอร์รี่ แนะนำกระเป๋ารุ่นแอมเบอร์ลีย์ออกมาเป็นครั้งแรกในแฟชั่นโชว์คอลเล็คชั่นฤดูใบไม้ร่วง/ฤดูหนาว ปี 2017 ที่ลอนดอนแฟชั่นวีค โดยกระเป๋ารุ่นนี้ถือกำเนิดขึ้นจากการสำรวจประวัติศาสตร์ของมัลเบอร์รี่ และสไตล์สุดคลาสสิกแบบอังกฤษผ่านมุมมองแบบโมเดิร์นของยุคปัจจุบัน ผลลัพธ์ที่ได้จึงเป็นเรื่องของการรังสรรค์สิ่งใหม่ขึ้นจากเอกลักษณ์ความคลาสสิกที่มีมาแต่เดิม

ชื่อ “แอมเบอร์ลีย์” นั้นมาจากปราสาทแอมเบอร์ลีย์ (Amberley Castle) ซึ่งตั้งอยู่ในเวสต์ซัสเซ็กซ์ ประเทศอังกฤษ ย้อนกลับไปไกลถึงคริสต์ศตวรรษที่ 12 รูปทรงของกระเป๋ารุ่นแอมเบอร์ลีย์ได้แรงบันดาลใจมาจาก

เครื่องหนังที่ชาวอังกฤษนิยมใช้กันในชนบท รวมถึงเอกลักษณ์ของกระเป๋ามัลเบอร์รี่รุ่น Trout และ Poacher ที่ผลิตออกมาในคริสต์ทศวรรษ 1970 ทั้งหมดนำมาใช้เป็นไอเดียในการสร้างสรรค์กระเป๋าถือรุ่นใหม่ที่นำเสนอเอกลักษณ์ในแบบของชาวอังกฤษแท้ๆ รุ่นนี้

 

กระเป๋ารุ่นแอมเบอร์ลีย์มีรายละเอียดของการเดินตะเข็บและการบุนวมที่มาพร้อมกลิ่นอายของสไตล์แบบนักขี่ม้า พร้อมการประกอบโครงสร้างให้ส่วนของขอบกระเป๋ามีความดิบ โดยใช้หนังสไตล์เดียวกับหนังสำหรับทำอานม้าคุณภาพดีเป็นวัตถุดิบในการผลิต พร้อมเติมด้วยเอกลักษณ์เด่นชิ้นใหม่ นั่นคือ ที่ล็อกโลหะ Rider’s Lock ที่ชวนให้นึกถึงบังเหียนและรูปทรงของเหล็กที่เกี่ยวปากม้าไว้สำหรับดึงบังเหียนเข้าไป กระเป๋ารุ่นแอมเบอร์ลีย์นอกจากจะออกแบบมาอย่างสวยงาม ยังมากด้วยประโยชน์ใช้สอย ถือเป็นกระเป๋าสไตล์อังกฤษอย่างแท้จริง

 

การใช้งานที่ง่ายและสะดวกกับรูปลักษณ์ที่ก้าวล้ำนำเทรนด์แฟชั่น คือสิ่งที่ต้องมีควบคู่กัน นี่จึงเป็นเหตุผลที่กระเป๋ารุ่น แอมเบอร์ลีย์มีให้เลือกทั้งหมด 3 รูปทรง ได้แก่ รุ่น Amberley, รุ่น Small Amberley Satchel และรุ่น Mini Amberley Satchel

ส่วนสีสันของกระเป๋ารุ่นแอมเบอร์ลีย์ในฤดูกาลนี้เน้นไปที่สีที่สะท้อนถึงเอกลักษณ์ของฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาว อาทิ สีสนิม สีน้ำเงินคาสเซิล และสีม่วงแอเมทิสต์เข้ม รวมไปถึงสีหลักอย่างสีน้ำตาลไม้โอ๊ก แดงออกซ์บลัด เทา และดำ โดยนอกเหนือจากการใช้หนังสีธรรมชาติในการตัดเย็บแล้ว มัลเบอร์รี่ยังนำเสนอรุ่นหนังพิมพ์ลายหนังจระเข้และหนังพิมพ์ลายหนังงูกราฟิก ที่ช่วยทำให้คอลเล็คชั่นกระเป๋ารุ่นแอมเบอร์ลีย์ดูมีรายละเอียดที่น่าสนใจยิ่งขึ้น

 

 

กระเป๋ารุ่นแอมเบอร์ลีย์ถือว่าช่วยตอกย้ำปรัชญาของมัลเบอร์รี่ในการสร้างสรรค์ผลงานที่นอกจากจะสวยงามแล้ว ยังสามารถใช้งานได้นานที่สุด เป็นกระเป๋าทรงคลาสสิกที่สามารถใช้และส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่นได้ จนอาจกล่าวได้ว่ากระเป๋ารุ่นแอมเบอร์ลีย์เป็นมรดกชิ้นสำคัญแห่งอนาคต เหมือนที่แอ๊กเซสซอรี่จากมัลเบอร์รี่ทุกชิ้นเป็นมาโดยตลอด

 

จาก Postman’s Lock สู่ Rider’s Lock เอกลักษณ์ใหม่ของมัลเบอร์รี่

ความทันสมัยย่อมมีรากหรือที่มาที่ไปจากในอดีต Rider’s Lock” หรือที่ล็อกโลหะแบบใหม่บนกระเป๋าถือของมัลเบอร์รี่ก็เช่นกัน ที่สานต่อประวัติศาสตร์ชิ้นสำคัญของมัลเบอร์รี่อย่างที่ล็อกแบบกระเป๋าบุรุษไปรษณีย์หรือ Postman’s Lock ที่มีมาก่อนได้อย่างกลมกลืน

Rider’s Lock ปรากฏโฉมให้เห็นเป็นครั้งแรกบนกระเป๋ารุ่น แอมเบอร์ลีย์” ซึ่งเปิดตัวออกมาครั้งแรกในแฟชั่นโชว์คอลเล็คชั่นฤดูใบไม้ร่วง/ฤดูหนาว ปี 2017 ที่ลอนดอนแฟชั่นวีค ชื่อ “Rider’s Lock” นั้นตั้งขึ้นตามเอกลักษณ์ของเครื่องแต่งกาย ตลอดจนทัศนคติของชาวอังกฤษในชนบทที่ชื่นชอบการขี่ม้าเป็นชีวิตจิตใจ อันนำมาซึ่งแรงบันดาลใจอันยิ่งใหญ่ให้แก่ โรเจอร์ ซอล ผู้ก่อตั้งแบรนด์มัลเบอร์รี่ ในการนำเสนอเอกลักษณ์ของ สไตล์แบบอังกฤษ” นี้ ที่แบรนด์มัลเบอร์รี่ได้ริเริ่มขึ้นตั้งแต่คริสต์ทศวรรษ 1970 ซึ่งสำหรับ Rider’s Lock ถือว่าเป็นการหยิบเอกลักษณ์ตามแบบแผนที่เคยมีมาใส่ทวิสต์จนเกิดเป็นเอกลักษณ์ใหม่ที่ก้าวล้ำไปอีกขั้น

จอห์นนี่ โคคา ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ของมัลเบอร์รี่ เลือกสำรวจเอกลักษณ์ทางประวัติศาสตร์ซึ่งสืบทอดกันมาด้วยมุมมองใหม่ๆ โดยการหยิบเอาเส้นโค้งของ Postman’s Lock หรือที่ล็อกโลหะแบบกระเป๋าบุรุษไปรษณีย์ชิ้นดั้งเดิมมาสลับสับเปลี่ยนรูปทรง จนเกิดเป็น Rider’s Lock ที่ล็อกแบบใหม่ที่บางกว่าเดิม ดูคลีนขึ้นและใช้ง่ายขึ้น ภายใต้รูปทรงที่ชวนให้นึกถึงบังเหียนและรูปทรงของเหล็กที่เกี่ยวปากม้าไว้สำหรับดึงบังเหียน ที่ล็อกแบบใหม่นี้ถือว่าเป็นสัญลักษณ์ของพัฒนาการทางประวัติศาสตร์ของมัลเบอร์รี่ เป็นมุมมองที่สดใหม่ขึ้นของความคลาสสิกในแบบฉบับของมัลเบอร์รี่ที่ต้องการสร้างสิ่งใหม่ ทว่าก็ไม่ลืมที่จะแสดงความเคารพต่อเอกลักษณ์ที่มีมาในอดีต


 

 

 

 

ภาพ : www.mulberry.com, www.spottedfashion.com

 

 

keyboard_arrow_up