“พี่แอน-หมอผิง” ปันเคล็ดลับการใช้ชีวิตแบบสมดุลกับ Wellness Journey Talk Vol.1

 แอน ทองประสม
 แอน ทองประสม

การหาสมดุลของชีวิต และการดูแลสุขภาพให้แข็งแรงทั้งภายในและภายนอกเป็นสิ่งที่ทุกคนต่างปรารถนาหรือที่คนทั่วไปพูดกันว่า Work-Life Balance แต่น้อยคนที่จะมีชีวิตที่ลงตัวแบบมีสุขภาพดีอย่างแท้จริง และโดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่ใช้ชีวิตในเมือง ปัญญ์ปุริ (PAÑPURI) เวลเนสแบรนด์ ที่เน้นการดูแลสุขภาพและความงามแบบองค์รวม จัด “Wellness Journey Talk Vol.1” เพื่อพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และแชร์เคล็ดลับการใช้ชีวิตแบบเวลเนส ซึ่งได้ แอน ทองประสม ผู้จัดละคร และนักแสดงแถวหน้าของเมืองไทย ตัวแทนผู้หญิงที่บาลานซ์การใช้ชีวิต และดูแลสุขภาพได้อย่างดีเยี่ยม และ หมอผิง – พญ.ธิดากานต์ รุจิพัฒนกุล แพทย์วุฒิบัตรเวชศาสตร์ชะลอวัย (สหรัฐอเมริกา) รองผอ.รพ.สมิติเวช สุขุมวิท  คอลัมนิสต์ และนักเขียนหนังสือสุขภาพ หนึ่งในผู้เชี่ยวชาญเรื่องของ Wellness ชื่อดังของเมืองไทย ร่วมแชร์ประสบการณ์และความสำคัญของการใช้ชีวิตที่ลงตัว

“พี่แอน-หมอผิง” ปันเคล็ดลับการใช้ชีวิตแบบสมดุลกับ Wellness Journey Talk Vol.1

เริ่มจากพี่ แอน ทองประสม นักแสดง และผู้จัดละครชื่อดังที่ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพมาเป็นอันดับแรกด้วยอาชีพที่ต้องใช้ทั้งสมาธิ อยู่ภายใต้ความกดดัน และการทำงานที่ไม่เป็นเวลา ทำให้ในบางเวลาอาจมีการพักผ่อนไม่เพียงพอ ดังนั้น การออกกำลังกาย เพื่อหาความผ่อนคลายเป็นสิ่งที่สำคัญ เพราะนอกจากจะเป็นประโยชน์กับร่างกายแล้ว ยังเป็นการฝึกสมาธิ ความสงบในจิตใจที่สามารถนำมาปรับใช้ในชีวิตการทำงานของการเป็นนักแสดงที่ต้องสวมหลายบทบาทได้อีกด้วย

“ก่อนจะหันมาดูแลสุขภาพอย่างจริงจัง หลายปีก่อนแอนใช้ร่างกายในการทำงานอย่างหนัก พักผ่อนน้อย มีความเหนื่อย และเครียดสะสม ซึ่งตอนนั้นแอนตั้งใจว่าหลังจากเคลียร์งานจบจะไปเคาท์ดาวน์ที่กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย เพื่อพักผ่อนจริงๆ แต่ปรากฏว่าพอไปถึงเจออุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงกะทันหัน ประกอบกับร่างกายอ่อนแอ ทำให้ร่างกายช็อค และป่วยทันที ตอนนั้นรู้สึกแย่กับตัวเองมาก หลังจากนั้นจึงตั้งใจว่าจะเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ทั้งหมด และวางตารางชีวิตตัวเองใหม่ แม้ว่างานจะยังคงเป็นเป้าหมายหลัก แต่พยายามวางตารางออกกำลังกายให้ตัวเอง แล้วก็ค่อยๆ จัดสมดุลระหว่างวันไป ก็ทำให้ความเครียดค่อยๆ หายไปเอง”

ซึ่งพี่แอนยังบอกวิธีการจัดการความเครียด เพื่อให้การทำงานมีความสุขว่า “แอนคิดว่าทุกคน มีความเครียดจากการทำงานกันทั้งนั้น เวลาแอนเครียด โยคะช่วยแอนได้มาก แอนเลือกที่จะโยคะตอนเช้า เพื่อเรียกพลังงานให้กับชีวิต จะได้มีแรงทำงานได้ แต่บางครั้งถ้าร่างกายต้องการการผ่อนคลาย ที่สามารถเข้าถึงได้ทันที สถานที่ที่จะทำให้แอนได้ผ่อนคลาย ก็ต้องอยู่ใจกลางเมืองที่สามารถเดินทางมาได้สะดวก หรืออย่างเวลาทำงานเสร็จ ก่อนกลับบ้านก็สามารถมาออนเซน หรือนวดสปา กลางคืนก็จะหลับสบาย ตื่นเช้าก็เริ่มต้นวันใหม่อย่างมีความสุข”

ด้านแพทย์หญิงชื่อดังแห่งวงการเวชศาสตร์ชะลอวัย พญ.ธิดากานต์ รุจิพัฒนกุล หรือคุณหมอผิง ในฐานะกูรูด้านสุขภาพ ยึดมั่นในหลักการว่า “การดูแลตัวเองไม่ใช่เพียงแค่ดูแลสุขภาพเพื่อทำให้ตัวเองดูดีอย่างเดียว แต่ต้องดูแลเพื่อให้ตัวเองมีชีวิตที่ยืนยาวอย่างมีคุณภาพด้วยเช่นกัน” คนที่มีปัญหาสุขภาพที่เกิดจากไลฟ์สไตล์ที่ไม่ถูกต้อง สามารถปรับแก้ไขได้ และสำหรับคนที่สุขภาพดีอยู่แล้ว ให้ดียิ่งขึ้น และยาวนาน สำหรับคุณหมอนั้น เวลเนส คือ การทำอย่างไรให้มีสุขภาพดี ซึ่งล้วนเกิดขึ้นจากไลฟ์สไตล์ และการดูแลตัวเองทั้งภายใน และภายนอกทั้งนั้น

“การสร้าง Life -Work– Balance เป็นเรื่องที่สำคัญมาก การที่หมอทำงานด้านเวชศาสตร์ชะลอวัย ทำให้ได้เจอคนไข้มากมาย และพบว่าบางคนพยายามดูแลตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของอาหาร การออกกำลังกาย แต่พลาดไปในเรื่องของการทำสมดุลชีวิตในเรื่องของการคลายเครียด รวมทั้งการทำงานหนักเกินไป ทำให้สุขภาพไม่แข็งแรงเท่าที่ควร ฉะนั้นสิ่งสำคัญคือ ต้องแบ่งเวลาให้กับการออกกำลังกาย การรับประทานอาหารดี การนอนหลับพักผ่อนต้องเพียงพอ รวมทั้งมีกิจกรรมพักผ่อนอื่นๆ  เพื่อจัดการกับความเครียดที่เกิดขึ้นด้วย เช่น การทำสปา หรือการเดินเล่นในสวนสาธารณะ สิ่งต่างๆ เหล่านี้ควรจะต้องเป็น A must อย่างหนึ่งในชีวิตประจำวันของเรา

“นอกเหนือจากเรื่องของการเลือกรับประทานอาหารที่ดี หรือการออกกำลังกายที่เพียงพอแล้ว พญ.ธิดากานต์ บอกเทคนิคในการดูแลตัวเองว่า “อยากแนะนำทิปส์อีกข้อหนึ่งที่ตัวเองก็ใช้เหมือนกันในช่วงนี้ และพบว่าดีมาก คือเรื่องของการทำดิจิตอล ดีท็อกซ์ โดยจะมีกำหนดช่วงเวลาของตัวเองเพื่อปิดโทรศัพท์มือถือ และอุปกรณ์ดิจิตอลทุกอย่าง    ถ้าเป็นระหว่างในช่วงเวลาทำงานจะปิดมือถือประมาณ 10-15 นาที พร้อมกับนั่งเงียบๆ เพื่ออยู่กับลมหายใจตัวเอง ได้ทบทวนตัวเอง เป็นการชาร์จพลังงานชีวิต แต้ถ้าเป็นวันหยุดอย่างวันอาทิตย์ จะปิดโทรศัพท์มือถือไปเลยทั้งวัน อยู่แบบไม่ต้องมีการสื่อสารทางดิจิตอล จะทำให้เราอยู่กับปัจจุบัน และพักผ่อนจริงๆ”

 

นอกจากนี้ ปัญญ์ปุริ ได้นำเสนอประสบการณ์การดูแลสุขภาพแบบครบวงจร 360 องศา กับ PAÑPURI WELLNESS ผสมผสานศาสตร์ของการดูแลสุขภาพแบบตะวันออกและตะวันตก ผ่านธรรมชาติ วิทยาศาสตร์ และศิลปะเข้าด้วยกันอย่างลงตัว บนพื้นที่กว่า 2,000 ตารางเมตร ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนเมืองที่มักมีปัญหาหลักอยู่ 4 ประการคือ ปัญหาการนอนไม่หลับ ความเครียด และความเหนื่อยล้า รวมไปถึงมลภาวะรอบตัวที่ต้องพบเจอ โดยมีบริการออร์แกนิคสปา การแช่บ่อน้ำแร่แบบต้นตำรับออนเซนของญี่ปุ่นใหญ่ที่สุดใจกลางเมือง พร้อมด้วยอาหารและเครื่องดื่มออร์แกนิค รวมถึงเวลเนส สตูดิโอ ที่ชั้น 12 เกษร ทาวเวอร์


ภาพ IG : annethong

keyboard_arrow_up