ขุมพลังความงามที่ซุกซ่อนใน 5 วัตถุดิบธรรมชาติ อร่อยได้ สวยด้วย!

วัตถุดิบธรรมชาติ
วัตถุดิบธรรมชาติ

สาวๆ บิวตี้นิสต้าที่ชอบสรรหาไอเท็มใหม่มาบำรุงผิวรู้ไหมว่า… วัตถุดิบธรรมชาติ นานาชนิดที่เราใช้ปรุงอาหารกันอยู่ทุกวันนี้ต่างมีที่มา และรสชาติที่หลากหลายแตกต่างกัน ทำให้สามารถนำมารังสรรค์เป็นเมนูอาหารรสเลิศได้อย่างมากมาย แต่สิ่งที่สำคัญนอกจากรสชาติอร่อยแล้ว วัตถุดิบชั้นเลิศเหล่านั้นยังมีคุณประโยชน์ด้านความงามที่ใครหลายคนอาจจะไม่เคยรู้มาก่อน มาทำความรู้จัก วัตถุดิบชั้นเลิศ ที่นอกจากจะกินอร่อยแล้ว ยังมีขุมพลังแห่งความงามซุกซ่อนอยู่ด้วย

ขุมพลังความงามที่ซุกซ่อนใน 5 วัตถุดิบธรรมชาติ อร่อยได้ สวยด้วย!

มะนาวคาเวียร์ (Caviar Lime)

มาเริ่มต้นกันด้วย มะนาวคาเวียร์ (Caviar Lime) พรรณไม้พื้นเมืองของประเทศออสเตรเลีย (Australian Finger Lime) พบขึ้นตามธรรมชาติในพื้นที่ที่เป็นทะเลทรายทั่วไป เป็นมะนาวป่าที่มีหลายสายพันธุ์ นิยมนำไปใช้สำหรับปรุงอาหารในภัตตาคารชั้นนำ และร้านอาหารญี่ปุ่น เวลาใช้คือจะขูดเนื้อออกจากผล มาคลุกเคล้าหรือวางประดับหน้าอาหาร เวลาเคี้ยวจะแตกดังเป๊าะในปาก คล้ายกินไข่ปลาคาเวียร์ รสเปรี้ยว มีกลิ่นหอมคล้ายมะนาวแป้นผสมเลมอน ช่วยเพิ่มความสวยงามและรสชาติให้อาหารต่างๆ หรือจะนำไปผสมกับเครื่องดื่มให้มีรสชาติดียิ่งขึ้น บ้างก็นำไปเพิ่มความหอมให้ขนมและของหวานต่างๆ แต่นอกจากนี้ยังมีสรรพคุณช่วยเรื่องความงาม สามารถนำมาขัดผิว ช่วยในการผลัดเซลล์ผิวให้ผิวพรรณเนียนสวย และยังอุดมด้วยวิตามินซีและอีด้วย


สตรอว์เบอร์รี่ขาว (White Strawberry)

ส่วน สตรอว์เบอร์รี่ขาว (White Strawberry) สายพันธุ์สตรอว์เบอร์รี่ชั้นเลิศในประเทศญี่ปุ่น ที่ขึ้นชื่อว่ามีคุณสมบัติลดการทำงานของเมลานิน เซลล์สีผิว ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิด ฝ้า กระ และจุดด่างดำในผิว อีกทั้งยังช่วยต่อต้านความชรา และยังช่วยกระตุ้นการสร้างสารต่อต้านอนุมูลอิสระของร่างกาย กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในผิวด้วย


กีวี่สีทอง (Gold Kiwi)

ต่อมา กีวี่สีทอง (Gold Kiwi) เป็นผลไม้ที่มีประโยชน์มากมาย โดยกีวีสีทอง 1 ผล ให้วิตามินซีมากถึง 161.3 มิลลิกรัม มากกว่าที่ร่างกายต้องการต่อวันถึงเกือบ 2 เท่า ช่วยทำให้ร่างกายดูดซึมธาตุเหล็กได้ดี ทั้งยังเป็นแหล่งของวิตามินอี  เรียกกันว่าเป็น Super Fruit เลยทีเดียว ด้วยเหตุนี้เมื่อนำมาสกัดเป็นส่วนผสมในเครื่องสำอางจึงอุดมไปด้วยวิตามินซีเข้มข้นและสารต้านอนุมูลอิสระ


ชะเอมเทศ (Licorice)

ตามมาด้วย ชะเอมเทศ (Licorice) ที่ได้รับการขนานนามในประเทศจีนว่าเป็นยอดสมุนไพรที่ช่วยขจัดพิษ ซึ่งการรับประทานเป็นประจำในปริมาณน้อยๆ จะช่วยกำจัดพิษที่สะสมในร่างกายให้ลดลงได้ และช่วยลดความมันบนใบหน้า รวมทั้งลดอาการผิวอักเสบ ความระคายเคืองต่อผิวภายนอกด้วย ด้วยเหตุนี้จึงนิยมนำเป็นส่วนผสมของเครื่องสำอางและสกินแคร์บำรุงผิว


เห็ดไวท์ทรัฟเฟิล (White Truffle)

และสุดท้ายคือ เห็ดไวท์ทรัฟเฟิล (White Truffle) หรือ “ราชาแห่งเห็ด” นับเป็นเห็ดหายากอันทรงคุณค่า ซึ่งไม่สามารถทำการเพาะขึ้นได้ จึงทำให้มีราคาค่อนข้างแพง โดยเฉลี่ยตกอยู่ที่กิโลกรัมละประมาณ 50,000 – 60,000 บาทเลยทีเดียว ซึ่งถือว่าแพงมาก นอกจากจะมีคุณค่าทางโภชนาการสูงมากแล้ว ยังมีคุณประโยชน์ด้านความงามอีกด้วย เพราะอุดมไปด้วยสารสำคัญที่มีคุณประโยชน์ต่อผิว ได้แก่ สารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ผิว ปกป้องความเสียหายของผิวอันเกิดจากมลภาวะ, สารMatrix  Metalloproteinases ช่วยกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนและอิลาสติน ซึ่งเป็นปัจจัยของผิวที่หย่อนคล้อยและเกิดริ้วรอย, สาร Extracellular Matrix Proteins ทำให้ผิวมีความยืดหยุ่นมากขึ้น ช่วยให้ริ้วรอยแลดูตื้นขึ้น รวมถึงป้องกันและช่วยชะลอการเกิดริ้วรอยของผิว และสาร Aquaporin ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นให้กับผิว จึงเป็นเทรนด์ใหม่ในการนำมาใช้ผลิตเครื่องสำอางและสกินแคร์ อาทิ สบู่ล้างหน้า และเซรั่มบำรุงผิว เป็นต้น ซึ่งปัจจุบันแบรนด์ออสร่า มีผลิตภัณฑ์บำรุงผิวจากสารสกัดจากเห็ดไวท์ทรัฟเฟิล


ภาพ : Pexels 

keyboard_arrow_up