ยิ่งรู้จักยิ่งหลงรัก Pearypie บิวตี้อินฟลูเอนเซอร์ สไตล์สร้างสรรค์ไม่เหมือนใคร

Pearypie
Pearypie

1.5 ล้านคือยอดผู้ติดตามในอินสตาแกรมของ Pearypie หรือ “แพร – อมตา” บล็อกเกอร์คนสวยสายบิวตี้ หากใครเป็นแฟนไอจีของเธอจะพบว่า ที่นี่เป็นพื้นที่แห่งแรงบันดาลใจ ทั้งภาพสวยๆ สีสันสดใส บิวตี้ไอเท็มชิ้นใหม่ เมคอัพไอเดียเริ่ด การเดินทางสุดชิค และสไตล์แต่งตัวเก๋ๆ จะว่าไป…ไม่ว่าแพรี่พายหยิบจับอะไร ก็ดูเหมือนสิ่งนั้นจะดีงามกว่าที่เคยเป็น

ยิ่งรู้จักยิ่งหลงรัก Pearypie บิวตี้อินฟลูเอนเซอร์ สไตล์สร้างสรรค์ไม่เหมือนใคร

ชอบคือ “ใช่”

“แพรทำตรงนี้มา 7 ปีแล้ว โดยเริ่มจากการค้นหาว่าตัวเองชอบอะไร สิ่งหนึ่งที่ถูกปลูกฝังมาตลอดจากการเรียนที่ Central Saint Martins College of Art and Design คือ การมองหาแรงบันดาลใจและการค้นคว้า ทดลอง เพื่อดูว่าสิ่งไหนเวิร์คหรือไม่เวิร์ค แล้วค่อยนำมาพัฒนาต่อจนกลายเป็นผลงานไฟนอล เช่นเดียวกับการแต่งหน้าที่มีหลายแบบ แพรใช้วิธีลองทำมาเรื่อยๆ ว่าเราชอบแบบไหน ทั้งบอดี้เพ้นท์ สายแฟชั่น ทำแบ็คสเตจ ฯลฯ จากนั้นนำสิ่งที่เราชอบและความรู้ที่ได้มาผสมผสาน แล้วแชร์ต่อในโซเชียลมีเดีย โดยไม่ได้มีวัตถุประสงค์ว่า ฉันต้องเป็นบล็อกเกอร์เบอร์หนึ่งของเมืองไทย แค่รู้สึกว่า รู้อะไรใหม่ๆ มาก็อยากเล่าต่อ เช่น พบวิธีเขียนคิ้วแบบนี้ หรือกรีดอายไลเนอร์แบบนั้น คือเราสนุกที่ได้ทำ ซึ่งปรากฏว่าคนชอบ”

ใช่แล้วต้องแตกต่าง

“ขณะเดียวกันเราทำเพราะชอบหรือสนุกอย่างเดียวไม่ได้ ต้องใส่ความเป็นตัวเองเข้าไปเพื่อให้แตกต่างจากคนอื่น เช่น สองปีที่แล้วแพรทำวิดีโอสอนแต่งหน้าช่วงหน้าร้อน โดยใช้กิมมิกสนุกๆ อย่างการนำผลไม้เย็นๆ หรือของรอบตัวมาผสมผสาน เช่น การนำเมล็ดแตงโมมาแปะหน้าเก๋ๆ หรือนำเส้นทาโร่ถักเป็นผมเปีย ซึ่งข้อดีของโซเชียลมีเดียคือ สามารถเชื่อมต่อกับคนทั่วโลก พอมีคนเห็นแล้วสนใจ ติดต่อให้ไปงานนั้นงานนี้ ทำให้แพรได้เดินทางไปงานใหญ่ๆ อย่างงานแฟชั่นวีคที่ต่างประเทศ หรืองานเปิดตัวสินค้าใหม่จากแบรนด์ดัง ช่วยต่อยอดให้เราได้เห็นอะไรใหม่ๆ

“ขณะเดียวกันแพรและคนในโลกออนไลน์อื่นๆ ก็ได้รับการยอมรับมากขึ้น จากเดิมที่อยู่แต่ในโลกออนไลน์ ก็กลายมาเป็น Influencer ที่มีส่วนในการสร้างแรงบันดาลใจให้คนอื่น ซึ่งกว่าจะมายืนอยู่จุดนี้ได้ อย่างแรกคือ แพรต้องเป็นตัวของตัวเอง ไม่อยากให้ใครตีมูลค่าตัวเราได้ จึงไม่เคยหยิบจับสินค้าไหนโดยพูดตามสคริปต์ที่ให้มา การรีวิวเครื่องสำอางหรืออะไรก็ตาม แพรจะศึกษาและทดลองใช้จริง และพูดจากความคิดเรา เพื่อให้ทุกคนรู้ว่านี่คือ ฉันนะ

“และแพรยอมเสียเวลาทำวิดีโอบางตัวนานเป็นเดือนเพื่อให้ออกมาดีที่สุด ยอมซื้อไฟถ่ายทำดีๆ ราคาเป็นล้านเพราะต้องใช้ไปอีกนาน หรือลงทุนหาความรู้ให้สมอง อ่านหนังสือให้เยอะ เรียนภาษาให้มากขึ้น แพรว่าการเติบโตของทุกอย่างต้องใช้เวลา จะทำอะไรก็ตาม เราต้อง Master the basic คือเชี่ยวชาญในสิ่งที่ทำ เพื่อให้พื้นฐานแข็งแรง แล้วมันจะต่อยอดทุกอย่างไปเอง

“สุดท้ายคือ เราต้องอยากเรียนรู้ตลอดเวลา ต้องทำตัวเองให้มีไฟอยู่เสมอ แพรไม่ชอบอยู่นิ่งอยู่แล้ว อยากเดินทางไปทั่วโลก อยากทำโน่นทำนี่ อยากรู้อยากเห็นตลอดเวลา จึงมักพาตัวเองไปทำกิจกรรมที่ไม่เคยทำเสมอ เช่น ไปเรียนชงชา เล่นไทชิ ตีปิงปอง ชกมวย ซึ่งการได้ทำอะไรใหม่ๆ ช่วยนำเราไปสู่แรงบันดาลใจใหม่ๆ อย่างที่หันมาใส่ผ้าไทยเพราะได้รับเชิญให้ไปสอนนักเรียนที่ขอนแก่น เห็นผ้าไทยและวิธีการทำผ้าชนิดต่างๆ รู้สึกประทับใจ จึงลองนำผ้าไทยตัดเป็นเสื้อผ้าสไตล์เรา ทั้งกางเกงแบ็กกี้ ชุดหมี ชุดเอี๊ยม ฯลฯ กลายเป็นว่ามีคนไทยและต่างชาติถามเยอะมาก เรายิ่งรู้สึกดีใจที่ทำให้คนเห็นคุณค่าตรงนี้ เป็นตัวจุดประกายให้เราอยากทำเพื่อสังคมมากขึ้น”

แตกต่างเพื่อสร้างแรงบันดาลใจ

“แม้แพรจะเริ่มต้นจากเรื่องเมคอัพ แต่พอโตขึ้น ความคิดแพรก็เปลี่ยนไป ช่วงหนึ่งแพรเคยอยากมีแบรนด์เครื่องสำอางเป็นของตัวเอง แต่ตอนนี้ไม่มีก็ดี ไม่มีภาระ (ยิ้ม) คือแพรมองว่าตัวเองเกิดมาเพื่อที่จะ ‘ครีเอท’ และ ‘อินสไปร์’ มากกว่า

“ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นการแต่งหน้าหรือการแต่งตัว ด้วยผ้าไทยในสไตล์แพร ทั้งหมดนี้คือการสร้างสรรค์และส่งต่อแรงบันดาลใจผ่านตัวเรา แพรยังคงอยากทำสิ่งเหล่านี้ต่อไป และสร้างเรื่องราวใหม่ๆ เพื่อส่งต่อไปให้คนอื่น รวมทั้งทำกิจกรรมบางอย่างเพื่อช่วยเหลือชุมชน แพรอยากทำตัวเองให้ดีขึ้น เพราะยิ่งมียอดคนฟอลโลว์เยอะเท่าไหร่ ก็ยิ่งอยากทำให้พื้นที่ของเราสร้างประโยชน์ให้ประเทศและโลกของเรามากขึ้น

“แต่ที่แน่ๆ สไตล์แพรี่พายต้องสร้างสรรค์ ไม่เหมือนใคร”


เรื่อง : นิตยสารแพรว ฉบับ 927 คอลัมน์ SPECIAL SCOOP หน้า 120 – 121
ภาพ IG : pearypie และ Pearypie Studio and The OfficeHappy Hours

keyboard_arrow_up