ไม่อยากเอ้าท์! ต้องอัพเดต 10 แฟชั่นทรงผม จากแฮร์สไตลิสต์สุดชิค รับรองสวยแซ่บก่อนใคร

แฟชั่นทรงผม
แฟชั่นทรงผม

ยุคนี้สมัยนี้ “แฟชั่น” มาไวไปไวยิ่งกว่า 4G ซึ่งก็ไม่ใช่เฉพาะแต่เพียงแฟชั่นเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายเท่านั้น แฟชั่นทรงผม ก็เปลี่ยนเทรนด์แทบจะไม่ซ้ำกัน วันนี้ แพรวดอทคอม เลยจะพาไปอัพเดตเทรนด์ผมสุดฮ็อตในปี 2018 ซึ่งครีเอทลุคโดยทีมช่างผมสุดแซ่บของ “HIVE LIFE by L’Oreal Professionnel” บิวตี้ฮับครบวงจร สำหรับหนุ่ม-สาวบิวตี้เลิฟเว่อร์รุ่นใหม่ ที่รวบรวมความสวยความงามไว้อย่างครบครัน ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า โดยแฮร์สไตลิสต์ฝีมือเยี่ยม “ก้อง – กฤษฏิ์ จิระเกียรติวัฒนา” ใครที่ไม่อยากเอ้าท์ รีบตามไปอัพเดตกันได้เลยจ้า

อัพเดต 10 เทรนด์  แฟชั่นทรงผม สุดฮ็อตในปี 2018

เริ่มกันที่ช่างผมคนแรก “พานิล – พานิล แซ่ลิ้ม” ที่เรียนทำผมมาตั้งแต่อายุ 17 ปี แถมยังเคยไปฝึกฝนวิชาไกลถึงประเทศอังกฤษ โดยบอกว่าทรงผมที่เหมาะที่สุดของแต่ละคน คือ ทรงที่ดูแลได้ง่ายๆ สามารถเซ็ทเองได้ ไม่ต้องเข้าร้านทำผมทุกวัน และด้วยความที่ถนัดการซอยที่ค่อนข้างมี Shape (เชป) “พานิล” จึงขอแนะนำทรง Modern Layer Bob โดยการตัดฐานผมด้านล่างเป็นบ๊อบ พร้อมกับเลเยอร์ผมในส่วนบน เพื่อให้ดูมีวอลุ่มเพิ่มขึ้น พร้อมเพิ่มลุคหวานๆ ด้วยการทำสี Pastel Lilac Blond ด้วยการทำไฮไลท์ก่อน แล้วค่อยลงสีม่วงช่วงโคนแล้วเกลี่ยมาที่ปลายผม “พานิล” การันตีว่า ถ้าคุณเป็นสาวทันสมัย ชอบความเรียบง่าย เป็นธรรมชาติ และไม่ต้องดูแลเยอะ รับรองทรงนี้เหมาะแน่นอน


ต่อกันที่ช่างผมมากประสบการณ์ “ติ๊ก – ชนิสร ป้องปาที่สืบทอดอาชีพช่างผมมาตั้งแต่รุ่นคุณแม่ ตัวเองเลยถนัดหลากหลายเทคนิค ทั้งตัด ดัด ทำสี และแต่งทรง แนะนำว่า สำหรับสาวๆ ที่ไม่ชอบเซ็ทผม หรือไม่ชำนาญในการเซ็ทผม เหมาะกับสไตล์ พิคซี่ ด้วยเทคนิคซอยกรรไกรบ๊อบสไลด์ปลาย ถ้ายิ่งถ้าใครมีเส้นผมที่จัดทรงยากๆ รับรองว่าทรงนี้เอาอยู่ โดยจะให้ลุคเท่ๆ เซอร์ๆ และวันนี้เลือกทำสีผมแอชบราวน์ ที่เหมาะกับสีผิวของสาวเอเชีย


ส่วนช่างผมสาวสวย “เหมย – ธนลีดา ศรีประทุม” ที่หลงรักเสน่ห์การตัดผมชายในสไตล์บาร์เบอร์ เพราะได้ไปเห็น Barber Culture ของต่างประเทศ ขณะที่ไปเรียนภาษาที่นิวซีแลนด์ แนะนำทรง Modern Curly Hair ให้กับหนุ่มๆ ที่มีผมค่อนข้างบาง หรือผมเส้นเล็ก ด้วยเทคนิคการตัดผมด้านข้างและด้านหลังให้สั้น แล้วเก็บเนื้อผมด้านบนไว้ เพื่อให้ดูผมหนาขึ้น และถ้าอยากจะเพิ่มลุคให้ดูเป็นแฟชั่นนิสต้าหนุ่มที่ชอบแต่งตัว และชอบแฟชั่น แนะนำให้เพิ่มการทำสีผมเป็นสีเทา ด้วยเทคนิค Balayage หรือการทำไฮไลท์สีผมโดยใช้การเล่นสีผมแบบไล่เฉดสีตั้งแต่เข้ม กลาง จนไปถึงปลายผมให้ออกสีสว่าง แค่นี้ก็รับรองจะโดดเด่นสะดุดตาจนสาวๆ ต้องมองเหลียวหลัง


ตามมาด้วยสาวเท่ “ส้ม – จุติพร สีแสงทอง” ที่ผันตัวจากโปรดิวเซอร์ในเอเจนซี่ยักษ์ใหญ่มาเป็นช่างผม เพราะติดใจในการแอบซอยผมให้ตัวเองและเพื่อนๆ สมัยอยู่โรงเรียนประจำ เชื่อว่าไม่ว่าจะผ่านไปอีกซักกี่ปี ผมทรงคลาสสิคอย่างผมบ๊อบ ก็ไม่มีวันเอ้าท์ เพียงแต่ต้องรู้จักใส่ลูกเล่นหรือเทคนิคใหม่ๆ เพื่อเพิ่มความน่าสนใจ จึงอยากแนะนำทรง Street Bob ด้วยเทคนิคการตัดปลายตรง เหมาะกับผมเส้นใหญ่ ผมตรง หรือผมจัดทรงยาก แล้วเพิ่มความสนุกสนานด้วยการทำสีเขียวสะท้อนแสงซ่อนไว้ด้านใน ลดความฉูดฉาด เพื่อให้สามารถทำในชีวิตประจำวันได้


ต่อด้วย “ยูทา – ภวรัช พึ่งพรที่เริ่มจากได้มีโอกาสไปใช้บริการร้านทำผมร้านหนึ่ง แล้วรู้สึกว่าการเปลี่ยนทรงผม สามารถเปลี่ยนแปลงบุคลิกภาพของคนๆ หนึ่งได้ ทำให้รู้สึกว่าทรงผมเป็นสิ่งสำคัญ โดยทรงผมสุดเก๋ที่ออกแบบขึ้นมานี้ ได้แรงบันดาลใจมาจากตอนนั่งดื่มกาแฟกับคาราเมล พร้อมเอาเทคนิคการทำสีผมแบบ Balayage หรือการทำไฮไลท์สีผมโดยใช้การเล่นสีผมแบบไล่เฉดสีตั้งแต่เข้ม กลาง จนไปถึงปลายผมให้ออกสีสว่าง โดยเลือกใช้โทนสีอุ่น ให้เข้ากับสีผิวของสาวไทย ช่วยเพิ่มลุคให้มีเสน่ห์และมีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำแบบใคร


ด้านช่างผมมากประสบการณ์ ผ่านการทำงานในซาลอนชั้นนำของเมืองไทย จนเชี่ยวชาญทั้งผมชายและหญิง “อาร์ท – ไพรัตน์ ปะปาโคน” ที่มีสไตล์การทำผมที่เน้นความทันสมัย แต่ลูกค้าต้องดูแลและเซ็ทเองได้แบบไม่ยุ่งยาก แนะนำทรงผมที่มีชื่อน่ารักๆ Little Mermaid” เน้นการตัดให้ดูมีเลเยอร์ ด้วยเทคนิค Square Layer คือ ฐานหนัก แต่ยังมีกรอบของเลเยอร์ เพื่อให้จัดแต่งทรงได้ง่าย และอยู่ทรงได้นานขึ้น พร้อมเลือกทำสีที่สวยแบบคลาสสิคและใช้ในชีวิตประจำวันได้ เช่น โทนน้ำตาลประกายม่วง ที่เหมาะกับทุกสีผิวของสาวเอเชีย โดยใช้เทคนิค Balayage Babylight การเกลี่ยไฮไลท์แบบละเอียดและเส้นเล็ก ให้ผมเป็นประกายอย่างเป็นธรรมชาติ และ Ombre การเกลี่ยไล่สีผมจากโคนจรดปลาย โดยจะจากไล่สีผมจากเข้มไปจนสีอ่อน ช่วยเมคโอเวอร์ให้กลายเป็นสาวหวานปนเซ็กซี่ ให้หนุ่มๆ จ้องตาไม่กระพริบ


ต่อกันที่ช่างผมที่มาพร้อมสีผมสุดจี๊ด “แบงค์ – เผ่าทอง เจริญสุข” ที่ชื่นชอบใช้แบตตาเลี่ยนและกรรไกรจบทรง โดยตัดตามการแต่งตัว หรือไลฟ์สไตล์ของลูกค้า แนะนำทรงสำหรับชายหนุ่ม ที่มีชื่อเก๋ๆ ว่า Mix 80 and 18” ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากทรงผมของหนุ่มๆ อเมริกัน ในยุค 80 ที่เน้นการตัดเปิดข้างจนถึงท้ายทอย มาเพิ่มลูกเล่นให้เข้ากับยุค 2018 ด้วยการทำสีเทาควันบุหรี่ โดยหนุ่ม “แบงค์” บอกว่า ทรงนี้ไม่ได้เหมาะเฉพาะแต่กับหนุ่มๆ แต่สาวๆ ที่อยากได้ลุคเปรี้ยวเท่ จะไปตัดตามก็ไม่ผิดกติกา


อีกหนึ่งช่างผมฝีมือเยี่ยม ที่สะสมประสบการณ์มากว่า 12 ปี “แบงค์ – อภิสิทธิ์ เชาวฉัตร” ครีเอททรง Modern Quiff” ที่มีเทกซ์เจอร์เบาสบาย ดูเป็นธรรมชาติ เน้นความเรียบง่าย แต่ก็แฝงความทันสมัย โดยใช้เทคนิคการตัดซอยผมด้านบนให้มีเทกซ์เจอร์เบาๆ บวกกับการย้อมผมสี Grey Sliver เทาเงิน เพื่อเพิ่มมิติให้กับทรงผม แล้วฟินิชลุคด้วยการจัดแต่งให้พริ้วไหวดูเป็นธรรมชาติ


แต่ถ้าใครชอบการตัดผมที่ให้ดูมีความสตรองและความซอฟท์ผสมผสานกัน ต้องคนนี้เลย “จีน – ชัยกำพล จันทรักษ์” หลังจากจบคอร์ส Salon Creative จากประเทศอังกฤษ “จีน” ก็เก็บเกี่ยวประสบการณ์ในฐานะช่างผมมืออาชีพมาแล้วกว่า 5 ปี พร้อมกับนำความถนัดของตัวเอง มาออกแบบทรงผมสุดเปรี้ยวออกมา ในชื่อ Texture Crop” ซึ่งได้มาจากวิธีการตัด ที่ตัดแบบเชื่อมกันทั้งศีรษะ เริ่มจากการกำหนดความยาว เพิ่มความโดดเด่นด้วยการทำสีโทน Silver Ash เพื่อยกระดับเส้นผมให้มีความสว่างและเทาหม่นควบคู่กันไป เหมาะกับสาวๆ ที่ไม่ชอบเหมือนใคร และอยากแสดงความเป็นตัวเองให้คนอื่นได้เห็น


ปิดท้ายที่ช่างผมลูกครึ่งไทย-ญี่ปุ่น Reiya Kiriyama” หรือ “เรยะ” ที่บอกว่าเลือกเป็นช่างผม เพราะอยากสร้างความสุขให้คนอื่นผ่านสไตล์การทำผม วันนี้ขอแนะนำทรง “Natural Texture” สำหรับหนุ่มๆ ที่ชอบลุคที่ดูเป็นธรรมชาติ เลยยังคงรักษาความยาวของผมไว้ และเลือกตัดเป็นจุดๆ เพื่อให้ผมดูมีเท็กซ์เจอร์ พริ้วไหว ไม่ดูแข็งกระด้าง เหมาะสำหรับคนผมเส้นเล็ก แต่ดูมีน้ำหนัก พร้อมเพิ่มความทันสมัยด้วยการทำสีโทนน้ำตาลเข้ม (Dark Brown)

เอ้า!! หนุ่มๆ สาวๆ ถ้าเลือกทรงที่ใช่ สไตล์ที่ชอบได้แล้ว ก็ตรงไปได้เลย ที่ร้าน “HIVE LIFE by L’Oreal Professionnel” โซน Fashion Groove ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ รับรองมีแต่อิน..ไม่มีเอ้าท์!!!

keyboard_arrow_up