เปลี่ยนผิวเสียเป็นผิวสวยกับ 5 วิธีป้องกันและรับมือปัญหาผิวหมองคล้ำ ฝ้า กระ

Dermasensa
Dermasensa
บอกลารองพื้นหนาๆและบรรดาคอนซีลเลอร์ต่างๆไปได้เลย เพราะหลังจากนี้สาวๆจะได้สัมผัสกับผิวสวย หน้าใส แบบไม่ต้องรีทัช แม้แต่ปัญหาฝ้า กระ จุดด่างดำ ที่เป็นสิ่งที่สาวไทยอย่างเราๆแก้ไม่ตกสักที เพราะไหนจะแสงแดด ฝุ่นควัน มลภาวะรอบตัว ล้วนเป็นตัวการร้ายที่ทำให้ผิวหมองคล้ำ เกิดฝ้า กระ จุดด่างดำได้แทบทั้งสิ้น
แต่วันนี้ แพรวดอทคอมได้ความรู้จาก Dermesensa แบรนด์เวชสำอางชั้นนำจากอเมริกา ที่คิดค้นโดยแพทย์ผิวหนังและแพทย์ศัลยกรรมความงามชั้นนำกว่า 20 ท่าน มาแนะนำ 5 วิธีป้องกันและรับมือกับผิวหมองคล้ำได้แบบอยู่หมัดฉบับผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังมาเอง ถือเป็นเรื่องราวดีๆที่คนรักผิวควรรู้

  1. อย่าคิดว่าแสงแดดเป็นเรื่องชิลๆ

ความร้อนแรงของแดดเมืองไทย รับรองว่าไม่มีใครอยากสู้! แต่แสงแดดและมลภาวะนี่แหละคือตัวการใหญ่ที่ก่อให้เกิดผิวเสีย ไม่ว่าจะเป็นผิวหมองคล้ำหรือจุดด่างดำ หรือแม้แต่ฝ้า กระ และวิธีการที่ง่ายที่สุด ท่องไว้ให้ขึ้นใจว่าแสงแดดเป็นสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง อย่างเวลาที่ต้องออกไปข้างนอก ควรสวมใส่เสื้อผ้าให้มิดชิด และควรสวมหมวกเพื่อปกป้องผิวจากแสงแดดให้ได้มากที่สุด ที่สำคัญ ครีมกันแดดเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้! โดยวิธีการเลือกครีมกันแดดคือควรมีค่า SPF ขั้นต่ำ 30 ขึ้นไป และควรเป็นสูตร Broad Spectrum เพราะจะช่วยป้องกันผิวได้ทั้งรังสี UVA และ UVB ครอบคลุมทุกรังสีตัวการร้าย

  1. หมั่นสครับใบหน้าเป็นประจำ

ถ้ารู้สึกว่าผิวหน้าดูหมอง ไม่สดใส วิธีง่ายๆที่ช่วยคืนความใสให้กับผิวได้แบบรวดเร็ว คือ การสครับใบหน้า เพื่อขจัดสิ่งสกปรกที่อุดตันรูขุมขน ช่วยผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว และทำให้สีผิวบนใบหน้ามีความสม่ำเสมอ ซึ่งแพทย์ผิวหนังแนะนำว่าควรทำสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง เพื่อไม่เป็นการรบกวนใบหน้ามากเกินไป ซึ่งหากสครับบ่อยก็อาจทำให้ผิวระคายเคืองได้ง่าย และข้อควรระวังอีกอย่างหนึ่ง คือต้องเลือกสครับที่อ่อนโยนเหมาะกับสภาพผิว ไม่อย่างนั้นการใช้สครับก็อาจจะเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่อาจทำให้เกิดริ้วรอยได้ง่าย

  1. มากินคลีนกันเถอะ

ใครว่าการกินคลีนจะช่วยแค่เรื่องไดเอ็ตเท่านั้น เพราะแท้จริงแล้วการกินอาหารที่คลีนและอาหารมีประโยชน์ อย่างเช่นการกินผักผลไม้เยอะๆ หรือแม้แต่การดื่มน้ำให้เพียงพอให้แต่ละวัน จะทำให้ผิวดูอิ่มน้ำ สุขภาพดียิ่งขึ้น ช่วยยับยั้งการเกิดปัญหาบนผิวหน้าต่างๆ รวมไปถึงปัญหาผิวหมองคล้ำอีกด้วย เพราะอาหารที่ผ่านการปรุงแต่งมากๆนั้น ล้วนอัดแน่นไปด้วยโซเดียม ซึ่งหากรับในปริมาณที่มากเกินไป คือได้รับโซเดียมเกิน 2,300 มิลลิกรัมต่อวัน หรือประมาณ 1 ช้อนชา นอกจากไม่ดีต่อสุขภาพกายแล้ว ยังทำให้หน้าบวม ผิวแห้ง และมีสิวขึ้นได้ง่ายอีกด้วย

  1. อย่ามองข้ามวิตามินซี

วิตามินซีเป็นสิ่งหลายคนคงทราบดีถึงคุณสมบัติที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นแก้อาการหวัดหรือช่วยเรื่องการดูแลผิว โดยเฉพาะเรื่องปัญหาจุดด่างดำและความหมองคล้ำต่างๆ และการกินผลไม้ที่มีวิตามินซีสูงอย่างส้ม ฝรั่ง เชอร์รี่ กีวี หรือการกินวิตามินซีเป็นอาหารเสริมก็ช่วยได้ แต่สิ่งที่สาวๆห้ามมองข้ามไปอย่างเด็ดขาด คือการใช้สกินแคร์ที่อุดมไปด้วยวิตามินซีเข้มข้น เพื่อส่งตรงคุณประโยชน์สู่ผิวได้อย่างทันที และตัวช่วยที่แพทย์ผิวหนังและแพทย์เสริมความงามแนะนำมากที่สุด คือ Dermasensa C Super Serum เซรั่มวิตามินซีจากธรรมชาติด้วยความเข้มข้น 20% ที่เหมาะสำหรับทุกสภาพผิวแม้ผิวแพ้ง่าย ด้วยจุดเด่นที่ปราศจากน้ำเป็นส่วนผสมสามารถช่วยให้วิตามินซียังคงความสดใส เต็มไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ พร้อมเข้าซ่อมแซม ปกป้องผิวจากความหมองคล้ำ และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน พร้อมช่วยปรับสีผิวให้สว่างกระจ่างใส

  1. ขอคำปรึกษาจากแพทย์ผิวหนัง

สาวๆบางคนอาจจะคิดว่ามันไม่จำเป็น ในเมื่อเราก็ดูแลผิวของเราโดยการหมั่นบำรุงด้วยสกินแคร์อย่างสม่ำเสมออยู่แล้ว แต่บางครั้งก็มีหลายปัญหาผิวที่แก้ไม่ตก จนอาจต้องการคำตอบจากผู้เชี่ยวชาญตัวจริงเพื่อให้สามารถปรนนิบัติผิวอย่างถูกจุดได้มากยิ่งขึ้น เพราะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญมักจะมีเคล็ดลับหรือทรีตเมนต์ดีๆในการบำรุงผิวมาแนะนำอยู่เสมอ

ได้ฟังคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและความงามไปแล้ว บอกเลยว่าสาวๆอย่าได้แค่อ่าน ต้องรีบปฏิบัติตามโดยด่วน! เพราะหากปฎิบัติตามข้อแนะนำข้างต้นนี้ มั่นใจได้เลยว่าปัญหาผิวหมองคล้ำและจุดด่างดำจะค่อยๆเลือนหายไป เปลี่ยนจากผิวเสียเป็นผิวสวยได้อย่างแน่นอน  

ภาพ : shutterstock

keyboard_arrow_up