รู้จัก หม่าซือฉุน พระเอกเอ้ยนางเอกซีรีส์จีนชื่อหวาดเสียว ‘แม่ทัพอยู่บน ข้าอยู่ล่าง’

โมงยามนี้ หม่าซือฉุน กำลังเป็นที่กรี๊ดกร๊าดหนักมากในหมู่สาวๆ ย้ำว่าทาร์เก็ตกรุ๊ปของนางคือสาวๆ จริงๆ นะ ก็ซีรีส์เรื่องใหม่ ‘แม่ทัพอยู่บน ข้าอยู่ล่าง’ ที่กำลังออนแอร์ที่เมืองจีนอยู่ตอนนี้ หม่าซือฉุน แสดงได้แมน เท่ จนผู้หญิงเพ้อเป็นทิวแถว เห็นใสๆ อย่างนี้ แต่หม่าซื่อฉุนหรือ Sandra Ma อายุ 29 เต็มแล้วนะ โดยนางเกิดเมื่อวันที่ 14 มีนาคม ค.ศ.1988 ที่เมืองเปิงปู้ มณฑลอันฮุย เป็นมุสลิมเผ่าฮุย (Hui) เรียนจบปริญญาตรีสาขาการแสดงจากมหาวิทยาลัยแห่งการสื่อสารของจีน เข้าวงการตั้งแต่อายุ 7 ขวบด้วยผลงานภาพยนต์เรื่องแรก  The Winter of Three Persons(1995) จากนั้นเว้นวรรคไป 6 ปี โผล่อีกทีในซีรีส์ทีวีเรื่อง The Grand Mansion Gate(2001) แต่กว่าคนจะเริ่มรู้จักนางก็เก้าปีให้หลังจากผลงานซีรีส์เรื่อง Lover(2010) ปี 2013 แซนดรา หม่า ได้รางวัล Chinese Film […]

น่ารักก็เป็นนะ… ประธานาธิบดีทรัมป์ เปิดทำเนียบขาวจัดงานเลี้ยงคืนก่อนฮาโลวีน

ใครเคยค่อนขอดว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ ชอบฟาดงวงงา หาเรื่องไปทั่วโลก เห็นภาพเซ็ทนี้อาจจะอมยิ้มว่า น่ารักก็เป็นนะ เหตุเกิดเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (30 ต.ค.) ประธานาธิบดีทรัมป์ พร้อมด้วยเมลาเนีย ทรัมป์ ภริยา สุภาพสตรีอันดับหนึ่งของสหรัฐ ควงแขนกันออกมาเปิดทำเนียบขาวจัดงานเลี้ยงคืนก่อนฮาโลวีน เพื่อให้ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าเยี่ยมชมและฉลองเทศกาลฮาโลวีนร่วมกัน งานนี้มีเด็กและผู้ปกครองเดินทางมายังทำเนียบขาวร่วม 6,000คน โดยโดนัลด์ ทรัมป์ และเมลาเนียออกมายืนต้อนรับเด็กๆ และประชาชนที่บริเวณหน้าทำเนียบขาวด้วยตนเอง และช็อตที่ทำให้ใครเห็นเป็นต้องอมยิ้มก็คือช็อตที่ทรัมป์อยู่ท่ามกลางวงล้อมของเด็กๆ ดูเป็นคุณตาใจดี ลดมาดผู้นำจอมโวยวายไปได้โข อีกเรื่องที่กลายเป็นท็อปปิคชื่นชมของผู้คนคือการได้เห็นบรรยากาศของทำเนียบขาวที่ดูอบอุ่น เป็นกันเอง เพราะถูกตกแต่งด้วยฟักทองแกะสลักและค้างคาวรับร้อยพันตัวให้เข้ากับบรรยากาศเทศกาล รวมทั้งการที่ผู้มาร่วมงานต่างแต่งกายด้วยชุดแฟนซีหลากสีสัน ไม่แน่ว่าผลสำรวจความนิยมครั้งหน้า ทรัมป์และเมลาเนียอาจจะทำคะแนนได้ดีขึ้น ในวงเล็บถ้าไม่พูดกราดเกรี้ยวใส่ใครอีกนะ   ภาพ : AP Photo    

ตุลาอาถรรพ์? คนดังหลากหลายวงการ ร่วงลับดับสูญระนาว

เดือนตุลาคม เป็นเดือนที่ 10 ของปีตามปฏิทินเกรกอเรียน และเป็นหนึ่งในเดือน 7 เดือนที่มี 31 วัน ซึ่งตามหลักโหราศาสตร์ เดือนนี้จะเริ่มต้นขึ้นเมื่อดวงอาทิตย์ยกเข้าสู่ราศีตุล และสิ้นสุดเมื่อยกเข้าสู่ราศีพิจิก ทั้งนี้มิได้มีการบันทึกถึงเรื่อง ตุลาอาถรรพ์ แต่อย่างใด ตุลาอาถรรพ์ จึงไม่ใช่สิ่งที่ฟันธงบ่งชี้ได้แน่ชัด แต่ที่แน่ๆ และปรากฏขึ้นแล้วก็คือเดือนนี้มีคนดังจากหลากหลายวงการ โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับวงการบันเทิง ทั้งของไทยและของโลก ลาลับไปมากมายหลายท่านเหลือเกิน และนี่คือรายชื่อคนดังที่จากโลกนี้ไปในเดือนตุลาคมเหมือนๆ กัน ซึ่งลิสต์นี้ขอคัดตั้งแต่ปี พ.ศ. 2500 โดยไล่เลียงตั้งแต่วันที่ 1 เป็นต้นไป เอลวิน บรูกส์ เจ้าของนามปากกา “อี.บี.” ไวท์ ผู้เขียนงานวรรณกรรมเยาวชนที่ประทับจิตประทับใจนักอ่านไปทั่วโลก จากผลงานอมตะ แมงมุมเพื่อนรัก Charlotte’s Web  เสียงรักจากทรัมเป็ตหงส์ The Trumpet of the Swan และ สจ๊วต ลิตเติ้ล Stuart Little ถึงแก่กรรม : วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2528 ด้วยโรคอัลไซเมอร์ อธิป ทองจินดา นักแสดงวัยรุ่นชื่อดังแห่งยุค 80S ที่มีผลงานสร้างชื่อคือภาพยนตร์ ‘กว่าจะรู้เดียงสา’ (ภาพ : bkkclub.net) เสียชีวิต : วันที่ 1 […]

ความโทมนัส ในพระราชหฤทัยแลพระทัย ใครเล่าจะรู้หรือเข้าใจได้ทั้งหมด

ความโทมนัส ใดเล่าจะสาหัสยิ่งใหญ่เท่าทุกข์จากการสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก ทว่าสังขารมีความเสื่อมฉันใด เกิด แก่ เจ็บ ตาย ก็เป็นธรรมดาโลกฉันนั้น และแม้ผู้คนจะรู้ถึงสัจธรรมความจริงข้อนี้ ก็ยังยากเหลือเกินที่จะหักห้ามความเศร้าโศกไม่ให้เกิด โดยเฉพาะห้วงเวลาปีกว่าที่ผ่านมา นับจากวันที่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เสด็จสู่สวรรคาลัย ซึ่งหากเราสามารถแปรความเสียใจเป็นมวลสารหนึ่งก้อน น้ำหนักความเสียใจของลูกหลานไทยครั้งนี้ก็ช่างหนักอึ้งจนเกินบรรยาย คำถามคือ แล้วจะมีสักกี่คนที่รู้หรือเข้าใจถึงน้ำหนักแห่ง ความโทมนัส ที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ทรงต้องเผชิญอยู่ หลายครั้งที่เราได้ยินคำว่า… ขัตติยมานะ ทำให้เจ้านายพระองค์นั้นพระองค์นี้ต้องทรงความเข้มแข็ง ต้องไม่ทรงเผยความอ่อนแอให้ประชาชนเห็น ทว่าในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ซึ่งผ่านพ้นไปแล้วทุกกระบวนการขั้นตอนอย่างสง่างาม สมพระเกียรติสูงสุด แต่ท่ามกลางเสียงร่ำไห้อาดูรของประชาชนที่อยู่ในพระราชพิธีฯพระผู้เสด็จสวรรคาลัย สิ่งที่เกิดขึ้นจากการถ่ายทอดสดด้วยระบบ HD โดยโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย รวมกับการที่โลกขับเคลื่อนด้วยสื่อโซเชียล ก็ทำให้พสกนิกรที่ชมริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศอยู่หน้าจอทีวีหรือช่องทางออนไลน์ได้เห็นถึงแววพระเนตรทุกข์ตรม และสีพระพักตร์โศกศัลย์ของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมวงศานุวงศ์หลายพระองค์   เพราะนับจากวันพฤหัสบดีที่ 13 ตุลาคม 2559 ซึ่งเป็นวันที่ไทยต้องสูญเสีย ‘พ่อแห่งแผ่นดิน‘ วันนั้นสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ ก็ต้องทรงสูญเสีย ‘ทูลกระหม่อมพ่อ ทูลกระหม่อมปู่ หรือทูลกระหม่อมตา’ เช่นกัน เทียบกับยามที่เราอ่านพบว่า ในหลวงรัชกาลทื่ ๙ เคยทรงเปล่งสัจจะวาจาไว้ว่า “ไม่ต้องจำว่าฉันคือใคร […]

เก็บไว้ในรอยจำ ๙๐ พระบรมฉายาลักษณ์ ในหลวงรัชกาลที่ ๙ พ่อแห่งแผ่นดิน

พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ในหลวงรัชกาลที่ ๙ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ล่วงผ่านไปแล้วอย่างยิ่งใหญ่ สมพระเกียรติที่สุด ท่ามกลางเสียงร่ำไห้ของพสกนิกรทั้งแผ่นดิน และแม้วันหนึ่งรอยน้ำตาลูกไทยจะเหือดหาย แต่รอยอาลัย ระลึกถึงองค์มหาราชาผู้ประเสริฐสุดในโลกหล้าจะยังคงฝังแน่นอยู่ในใจของพวกเราทุกคน ในการนี้แพรวขอรวบรวม ๙๐ พระบรมฉายาลักษณ์ ในหลวงรัชกาลที่ ๙ ในห้วงพระชนมายุต่างๆ เพื่อให้พี่น้องไทยเก็บเป็นรอยจำหลักว่า พระองค์จะประทับอยู่ในใจเราตราบนิรันดร์   ขอกราบน้อมสำนึกต่อพระมหากรุณาธิคุณในทุกเรื่องราวที่พระองค์ทรงสรรสร้างให้ลูกหลานไทย ขอพระองค์สถิตบนสรวงสวรรค์และในใจปวงราษฎร์ตราบนิจนิรันดร์  

หรือนี่คือเหตุผลที่พระบรมราชสรีรางคาร ในหลวงรัชกาลที่ ๙ ต้องแบ่งบรรจุ ๒ วัด

จากข่าวรายละเอียดพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ในหลวงรัชกาลที่ ๙ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ที่มีการระบุว่า เวลา ๑๐.๓๐ น. ของวันที่ ๒๙ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๖๐ จะมีพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลและเชิญพระบรมอัฐิขึ้นประดิษฐาน ณ พระวิมาน พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท สถานที่ประดิษฐานพระบรมอัฐิพระเจ้าแผ่นดินทุกรัชกาล โดยริ้วกระบวนที่ ๕ ส่วนเวลา ๑๗.๓๐ น. เป็นพระราชพิธีเชิญพระบรมราชสรีรางคาร(เถ้ากระดูก)ไปบรรจุ ณ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม และวัดบวรนิเวศราชวรวิหาร โดยริ้วกระบวนที่ ๖ ซึ่งพันโทหญิงพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ทรงม้านำในริ้วขบวนนี้ ทำให้มีบางคนสงสัยว่า เหตุใดพระบรมราชสรีรางคาร ในหลวงรัชกาลที่ ๙ จึงต้องแบ่งไปบรรจุถึง ๒ วัด เพราะตามราชประเพณีโบราณ การถวายพระเพลิงพระบรมศพและการบรรจุพระบรมอัฐิ พระบรมราชสรีรางคารนั้น มีธรรมเนียมว่าหลังจากเสร็จสิ้นพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพแล้ว ในวันรุ่งขึ้น สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ จะเสด็จมาทรงเก็บพระบรมอัฐิลงพระโกศด้วยพระองค์เอง โดยจะทรงเก็บพระบรมอัฐิอย่างละชิ้นจนครบพระสรีระ จากนั้นอัญเชิญใส่พระโกศเพื่อไปประดิษฐานที่ “หอเก็บพระบรมอัฐิ” ซึ่งอยู่ในพระบรมมหาราชวัง ส่วนพระบรมอัฐิที่เหลือ จะมีทั้งที่ให้พระราชโอรส พระราชธิดา และพระประยูรญาติใกล้ชิดทรงเก็บไปบูชา และให้เจ้าหน้าที่ทำการแปรสภาพเป็นพระบรมราชสรีรางคาร […]

สวีเดนจัดพิธีถวายพระเกียรติยศ ในหลวงรัชกาลที่ ๙ คนไทยร่วมชื่นชมกลางลมหนาว

เริ่มแล้วเมื่อเวลา 12.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นสวีเดน กับพิธีถวายพระเกียรติยศแด่ ในหลวงรัชกาลที่ ๙ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในฐานะที่พระองค์ทรงเป็นอัศวินแห่งเครื่องขัตติยราชอิสริยาภรณ์มหาเทวาแห่งสวีเดน (Knight of the Order of the Seraphim) โดยกองทหารเกียรติยศ เริ่มพิธีอัญเชิญพระราชลัญจกรพิเศษ ตราพระครุฑพ่าห์ ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งเป็นเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นสูงสุดของสวีเดน จากพระราชวังหลวง กรุงสตอกโฮล์ม ไปยังวิหารริดดาร์โฮล์ม เพื่อไปประกอบพิธีลั่นระฆังมหาเทวา ถวายพระเกียรติยศตามพระราชธรรมเนียม และเพื่อเป็นการรำลึกถึงสมาชิกผู้วายชนม์เป็นเวลา 1 ชั่วโมง ตั้งแต่เวลา 12.00 น. ถึง 13.00 น.(เวลาในประเทศสวีเดน) และหลังจากนี้พระราชลัญจกรพิเศษนี้ก็จะประดิษฐานที่วิหารแห่งนี้ ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานตราของสมาชิกเครื่องราชอิสริยาภรณ์นี้ และเป็นที่ประดิษฐานพระบรมศพของพระมหากษัตริย์สวีเดน ทั้งนี้ก่อนที่พิธีจะเริ่มนานกว่า 1 ชั่วโมง มีคนไทยในสวีเดนหลายร้อยคนพากันไปรวมตัวที่บริเวณลานของพระราชวังกรุงสตอกโฮล์ม ท่ามกลางสภาพอากาศหนาวเย็น ทว่าก็ไม่มีใครย่อท้อ ทุกคนปักหลักยืนเฝ้ารอชม เพื่อจะได้เป็นส่วนหนึ่งของพิธีถวายพระเกียรติครั้งนี้ อนึ่งพระราชลัญจกรพิเศษ (ตราพระครุฑพ่าห์) นี้ เป็นพระราชลัญจกรประจำพระองค์ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งสำนักพระราชวังสวีเดนจัดทำขึ้นหลังจากที่ได้มีการทูลเกล้าฯ ถวายเครื่องราชอิสริยาภรณ์ตราเซราฟีม ที่ถือเป็นเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นสูงสุดของสวีเดนให้กับพระองค์เมื่อวันที่ 5 เมษายน […]

ตุลามหาโศก ประวัติศาสตร์ไทยต้องจารึก พสกนิกรร่ำไห้ทั้งแผ่นดินหลายคราครั้งนัก

ตุลามหาโศก คือความจริงแท้ที่พสกนิกรไทยจำต้องจารึกไว้ เพราะนี่ไม่ใช่เดือนที่ไทยสูญเสียองค์ราชันผู้เป็นที่รัก ในหลวงรัชกาลที่ ๙ ไปเพียงพระองค์เดียวเท่านั้น  เพราะหากนับย้อนประวัติศาสตร์ราชวงศ์ไทยที่ผ่านมา เดือนตุลาคมคล้ายเป็นเดือนถูกสาป ด้วยไทยต้องร่ำไห้อาดูรต่อการจากไปของพระมหากษัตริย์และเจ้านายฝ่ายในแห่งราชวงศ์จักรีถึงอีก ๔ พระองค์ และนี่คือรายพระนาม ๓ พระมหากษัตริย์ และ ๒ เจ้านายฝ่ายใน ที่สวรรคตแลสิ้นพระชนม์ในเดือน ตุลามหาโศก เหมือนกัน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ย้อนกลับไป ณ เวลา ๑๙.๐๐ น. ของวันที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๕๙ หลังเสียงประกาศข่าวการเสด็จสวรรคตของในหลวง รัชกาลที่ ๙ หัวใจไทยทุกดวงที่เคยมีพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เป็นศูนย์รวมจิตใจก็ปริแตก แหลกสลาย รัก อาดูร สูญสิ้น คือความรู้สึกร่วมของคนไทยที่เกิดในแผ่นดินไทยทุกคนนับตั้งแต่ห้วงเวลานั้นเรื่อยยาวมาจนถึงบัดนี้ ๗๐ ปีแห่งการครองราษฎร์ ด้วยพระปณิธานแน่วแน่ที่จะขจัดทุกข์ให้กับประชาชนทุกภาคส่วน เป็นสาเหตุให้พระวรกายและพระทหัยอ่อนล้ากระทั่งทรงประชวรด้วยโรคพระปัปผาสะ(ปอด)อักเสบ จนต้องเสด็จฯเข้าประทับ ณ โรงพยาบาลศิริราชเป็นหลักในช่วงปลายพระชนม์ชีพ กระทั่งวันที่ ๒๘ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๙ ทรงมีพระปรอทต่ำ หายพระทัยเร็ว […]

ชวน หลีกภัย จิตอาสาเขียนลวดลายฉากบังเพลิง เพื่อแทนคุณ ในหลวงรัชกาลที่ ๙

ชวน หลีกภัย ศิลปินจิตอาสาที่ร่วมสร้างสรรค์จิตรกรรมไทย “ฉากบังเพลิง” ในพระเมรุมาศของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร สิ่งที่ ชวน หลีกภัย อาสาทำครั้งนี้ ไม่ใช่เพราะเคยดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี แต่เพราะท่านเป็นคนไทยที่มีหัวใจแห่งความจงรักภักดี “ช่วงแรกที่มาช่วยงานที่สำนักช่างสิบหมู่ ผมไปช่วยงานแผนกโรงหล่อประติมากรรม ทำหน้าที่รับใช้ทุกคน ไม่เกี่ยงงาน ให้ทำอะไรก็ทำ เพราะทุกคนที่มาที่นี่ต่างก็อยากทำเพื่อรับใช้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 เป็นครั้งสุดท้ายกันทั้งนั้น “ต่อมาผมได้รับมอบหมายให้มาเขียนภาพ จิตรกรรมฉากบังเพลิงด้านทิศใต้ ซึ่งเป็นภาพเหล่าเทวดาและนางฟ้าที่อยู่ข้างๆ ภาพพระนารายณ์อวตารปางที่ 7 รามาวตาร (อวตารเป็นพระราม) และปางที่ 6 ปรศุรามาวตาร (อวตารเป็นพราหมณ์ผู้ใช้ขวาน เป็นอาวุธ) จำนวน 2 ภาพ โดยผมช่วยลงพื้นสี และเขียนลายผ้านุ่งของเทวดาและนางฟ้าทั้งหมด 16 องค์ ตามความเชื่อที่ว่าเทวดาและนางฟ้าเหล่านี้ จะคอยรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 บนสวรรคาลัย “นอกจากนี้ผมยังได้วาดภาพดอกไม้ที่พระองค์ท่านเคยทรงปลูกไว้ อย่าง ต้นศรีตรังที่โรงพยาบาลศิริราช และต้นหางนกยูง ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งถือเป็นงานที่ผมพอทำได้ เนื่องจากมีทักษะเรื่องลายเส้นอยู่บ้าง เพราะสมัยเรียนที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เคยรับจ้างเขียนภาพฝาผนังที่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท” ในงานนี้คุณชวนยังได้ช่วยคิดลวดลายผ้านุ่งของเหล่าเทวดาและนางฟ้าประจำแต่ละทิศ […]

เผยชุดภาพพระบรมฉายาลักษณ์ทรงค่า… ครั้งหนึ่งที่สองพระองค์เสด็จฯ ภูกระดึง

ภูกระดึง แหล่งท่องเที่ยวในจังหวัดเลยที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย ณ ที่แห่งนี้ เมื่อราวๆ กว่า 70 ปีก่อน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เคยเสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 มาแล้ว และนี่คือภาพพระบรมฉายาลักษณ์ทรงค่า เป็นบันทึกประวัติศาสตร์ที่บอกเล่าเรื่องราวเมื่อครั้งทั้งสองพระองค์เสด็จฯ ภูกระดึง ซึ่งในหนังสือ ‘ประมวลพระราชกรณียกิจพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พุทธศักราช ๒๔๘๙-๒๕๑๐’ ได้มีการบันทึกว่า ทั้งสองพระองค์เสด็จฯ ภูกระดึง เมื่อวันอาทิตย์ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ.2498 ก่อนที่สถานที่แห่งนี้จะได้รับการประกาศให้เป็นอุทยาทแห่งชาติ 4 ปี โดยเช้าวันนั้น เวลา 9.00 น. พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ไปที่สนามหน้าโรงเรียนประจำจังหวัดขอนแก่น เพื่อประทับเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่งของกองทัพอากาศ ไปภูกระดึง จังหวัดเลย แม้ระยะเวลาบินจะเป็นเพียงสั้นๆ แต่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ซึ่งไม่โปรดการใช้เวลาแบบสูญเปล่าจึงทรงงานเอกสารไปด้วย ระหว่างนั้นเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่งได้บินผ่านท้องที่อำเภอภูเวียงและอำเภอวังสะพุง เฮลิคอปเตอร์พระที่นั่งบินถึงยอดภูกระดึง ณ เวลา 10.00 น. […]

เผยเพลงพระราชนิพนธ์ ในหลวงรัชกาลที่ ๙ ที่สมเด็จพระนางเจ้าฯทรงขอฟังบ่อยๆ

ในหลวงรัชกาลที่ ๙ ทรงพระราชนิพนธ์เพลงไว้ถึง ๔๘ เพลงด้วยกัน เรื่องนี้เป็นที่ทราบโดยทั่วของพสกนิกรไทย แต่ในเพลงพระราชนิพนธ์ ๔๘ บทเพลงนี้ มีเพลงพิเศษอยู่เพลงหนึ่งที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ ๙ ทรงโปรดเป็นพิเศษ เพลงนั้นคือเพลงอะไร แพรวขออัญเชิญบทพระราชทานสัมภาษณ์ห้วงตอนหนึ่งที่พระองค์ท่านพระราชทานแก่คุณชอุ่ม ปัญจพรรค์ นักเขียนชื่อดัง เมื่อวันที่ ๑ เมษยายน พ.ศ. ๒๔๙๓ ครั้งยังทรงดำรงพระยศเป็น ม.ร.ว.สิริกิติ์ กิติยากร และทรงเป็นพระคู่หมั้นของ ในหลวงรัชกาลที่ ๙ ความว่า… ผู้สัมภาษณ์ : ในหลวงพระทัยร้อนไหมคะ ม.ร.ว.สิริกิติ์ : ตามธรรมดาพระอารมณ์ดีค่ะ แต่เวลาไม่ทรงสบายเป็นบ้างนิดหน่อย ผู้สัมภาษณ์ : รู้สึกว่าพระนิสัยเด็ดขาดนะคะ ม.ร.ว.สิริกิติ์ : โปรดการเป็นระเบียบค่ะ เช่น เวลานัดถ้าพลาดเวลาเพียงนิดเดียวเป็นกริ้ว ผู้สัมภาษณ์ : คุณหญิงชอบเพลงพระราชนิพนธ์ของในหลวงเพลงไหนมากที่สุดคะ ม.ร.ว.สิริกิติ์ : ชอบเพลง ‘ยามเย็น’ ค่ะ ชอบมากที่สุด เมื่ออยู่สวิสเคยขอประทานฟังบ่อยๆ นอกจากนั้นก็เพลง ‘Blue […]

เผยบทสวดพร้อมคำแปล คาถาถวายพระราชกุศล ในหลวงรัชกาลที่ ๙

สืบเนื่องจากวันศุกร์ที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๖๐ ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันครบรอบ ๑ ปีที่ ในหลวงรัชกาลที่ ๙ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เสด็จสู่สวรรคาลัย ในการนี้สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ได้เสด็จพระราชดําเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง จากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ไปยังพระบรมมหาราชวัง เสด็จพระราชดําเนินเข้าพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ทรงวางพวงมาลาของส่วนพระองค์ และพวงมาลาของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ ๙ แล้วทรงจุดธูปเทียน เครื่องทองน้อยและเครื่องราชสักการะกราบถวายบังคมพระบรมศพ ชาวพนักงานประโคมมโหระทึก สังข์ แตรงอน แตรฝรั่ง ป่ี กลองชนะ ปี่พาทย์ ทหารกองเกียรติยศพระบรมศพถวายความเคารพ วงดุริยางค์ บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี ทรงจุดธูปเทียน เครื่องนมัสการบูชาพระพุทธรูปประจําพระชนมวาร ที่หน้าพระแท่นมหาเศวตฉัตร พระสงฆ์ ๓๐ รูปสวดพระพุทธมนต์ และสวดคาถาพิเศษ จากนั้นพระสงฆ์สดับปกรณ์ ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา ออกจากพระที่นั่ง เจ้าพนักงานนิมนต์พระสงฆ์ที่จะถวายพระธรรมเทศนาและสวดธรรมคาถาขึ้นนั่งยังอาสน์สงฆ์ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทรงธรรม พระราชาคณะถวายศีลและถวายพระธรรมเทศนากัณฑ์ ๑ จบ พระสงฆ์ ๔ […]

ที่ของข้าพเจ้าในโลกนี้ คือการได้อยู่ท่ามกลางประชาชนของข้าพเจ้า นั่นคือคนไทยทั้งปวง

เชื่อว่า คนไทย  ไม่ว่าจะอยู่บนแผ่นดินไทยหรือแผ่นดินนอก ต้องเคยได้อ่านหรือได้ยินพระราชดำรัสทรงคุณค่าที่ว่า “…ที่ของข้าพเจ้าในโลกนี้ คือการได้อยู่ท่ามกลางประชาชนของข้าพเจ้า นั่นคือคนไทยทั้งปวง” มาแล้วแน่ๆ ทว่าจะมีสักกี่คนที่เคยอ่านพระราชดำรัสนี้แบบเต็มๆ ประโยค  วันนี้แพรวขออัญเชิญความตอนนี้ซึ่งอยู่ในพระราชหัตถเลขาของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ที่ทรงมีไปถึงพระสหายในต่างประเทศ ภายหลังจากที่เสด็จขึ้นครองสิริราชสมบัติ ดังนี้ “…เมื่อข้าพเจ้าเป็นนักเรียนอยู่ในยุโรป ข้าพเจ้าไม่เคยตระหนักว่าประเทศของข้าพเจ้าคืออะไร และเกี่ยวข้องกับข้าพเจ้าแค่ไหน ไม่ทราบตราบจนกระทั่งข้าพเจ้าได้เรียนรู้ที่จะรักประชาชนของข้าพเจ้า เมื่อได้มีการติดต่อกับเขาเหล่านั้น ซึ่งทำให้ข้าพเจ้าสำนึกในความรักอันมีค่ายิ่ง ข้าพเจ้าไม่เป็นโรคคิดถึงบ้านที่จริงจังอะไรนัก แต่ข้าพเจ้าได้เรียนรู้โดยการทำงานที่นี่ว่า ที่ของข้าพเจ้าในโลกนี้ คือการได้อยู่ท่ามกลางประชาชนของข้าพเจ้า นั่นคือคนไทยทั้งปวง…” นั่นทำให้เราคนไทยมีภาพความทรงจำแสนคุ้นชิน ไม่ว่าจะเป็นการที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตรเสด็จพระราชดำเนินไปยังพื้นที่ต่างๆ ของประเทศ ทั้งเหนือ ใต้ ออก ตก ประทับยืน หรือนั่ง อยู่ท่ามกลางประชาชน และหลายครั้งก็ทรงคุกพระชานุต่อหน้าพสกนิกรของพระองค์ กระทั่งมีคำพูดว่า ไม่มีพื้นที่ตารางนิ้วไหนของประเทศไทยที่พระองค์ไม่ได้เสด็จฯไป กล่าวได้ว่าพระองค์ทรงเป็นพระมหากษัตริย์หนึ่งเดียวในโลกที่ไม่สมัครพระทัยอยู่แต่ในปราสาทราชวัง แต่ทรงเลือกที่จะดูแลทุกข์สุขของประชาชนแบบลงพื้นที่ด้วยพระองค์เอง ภาพพระเสโทหยดริน พระวรกายเปียกชุ่มจากสายฝน ทั้งบุกป่าฝ่าดง ไม่เว้นแม้กระทั่งยามค่ำคืน คนไทย โชคดีนัก เพราะไม่มีพระมหากษัตริย์พระองค์ไหนในโลกนี้ที่จะทรงงานหนักเพื่อพสกนิกรได้เทียบเทียมพระองค์อีกแล้ว และหากนับว่าวันที่พระองค์เสด็จฯขึ้นครองราชย์ยังทรงเป็นยุวกษัตริย์ ด้วยทรงมีพระชนมายุยังไม่เต็ม 19 พรรษาดีนัก ย่อมกล่าวได้ว่าตลอดห้วงแห่งการครองราชย์ 70 […]

เมื่อ ในหลวงรัชกาลที่ ๙ ทรงเล็งพระแสงปืนใส่หนุ่มคาวบอย

เมื่อครั้ง ในหลวงรัชกาลที่ ๙ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เสด็จพระราชดำเนินเยือนสหรัฐอเมริกาเป็นเวลาหนึ่งเดือนเต็ม มีภาพพระบรมฉายาลักษณ์ที่พระองค์ทรงฉายร่วมกับมิสเตอร์ริชาร์ด บูน (Richard Allen Boone) ดาราคาวบอยชื่อดังจากซีรีส์โทรทัศน์เรื่อง Have Gun Will Travel  แต่นอกจากพระบรมฉายาลักษณ์ประวัติศาสตร์นี้แล้ว ยังปรากฏหลักฐานเป็นบันทึกงานเขียนของพระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าวิภาวดีรังสิต เจ้าของนามปากกา ‘ว.ณ.ประมวญมารค’  ผู้ทรงรับราชการสนองพระเดชพระคุณพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ ๙  มาตั้งแต่ปี ๒๕๐๐ และได้โดยเสด็จในฐานะราชเลขานุการส่วนพระองค์สมเด็จพระนางเจ้าฯ เมื่อคราวที่ทั้งสองพระองค์ เสด็จพระราชดำเนินเยือนสหรัฐอเมริกา ระหว่างวันที่ ๑๔ มิถุนายน-๑๔ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๐๓ ในบันทึกนั้นผู้เขียนทรงเล่าถึงเหตุการณ์ในวันที่ ๒๑ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๐๓ ที่ ในหลวง รัชกาลที่ ๙ เสด็จฯพร้อมสมเด็จพระนางเจ้าฯ เยือนโรงถ่ายพาราเม้าท์พิกเจอร์ส์ และห้วงตอนหนึ่งได้ทรงทอดพระเนตรการถ่ายทำภาพยนตร์กลางแจ้งด้วย โดยมีใจความว่า… “…เมื่อทรงพระดำเนินไปตามถนนเมืองคาวบอยนั้นสักครู่ ก็ทอดพระเนตรเห็นคาวบอยร่างใหญ่ สูงโย่ง มีหนวด คาดปืน มีลูกกระสุนเต็ม สวมหมวกปีกใหญ่สีดำ เดินส่ายอาดเข้ามาเฝ้า […]

เปิดพระราชดำรัส ในหลวง รัชกาลที่ ๙ เรื่องหญ้าแฝกที่ทำให้สมเด็จย่าทรงหายเซ็ง

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในหลวง รัชกาลที่ ๙ ทรงรักและกตัญญูต่อ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี หรือ ‘สมเด็จย่า’ ยิ่งนัก ความข้อนี้เป็นที่ประจักษ์แจ้งแล้วในใจไทยทุกดวง นั่นทำให้ที่ผ่านคนไทยได้รับรู้เรื่องราวที่ถ้าพูดในมุมชาวบ้านก็ต้องบอกว่าเป็นเรื่องราว ‘น่ารักๆ ระหว่างแม่กับลูก’ ของ ในหลวง รัชกาลที่ ๙ และสมเด็จย่าอยู่เนืองๆ แม้กระทั่งเรื่องการทรงงานอันแสนหนักหน่วงของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร แต่หากพระราชภารกิจนั้นมีความเกี่ยวข้อง หรือเป็นการทรงงานร่วมกันระหว่างพระองค์กับสมเด็จพระบรมราชชนนีแล้วไซร้ ก็มักจะปรากฏเป็นหลักฐานที่ในวันนี้ได้กลายเป็นรอยจารึกอันงดงาม ตราตรึงอยู่ในหัวใจของคนไทย ดังเช่น พระราชดำรัสเล่าถึงความมหัศจรรย์ของหญ้าแฝก ที่พระองค์พระราชทานแก่ นายอำพล เสนาณรงค์ องคมนตรี และคณะผู้ปฏิบัติงานโครงการพัฒนาและรณรงค์การใช้หญ้าแฝกอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ณ พระตำหนักเปี่ยมสุข วังไกลกังวล อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เมื่อวันที่ ๓๑ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๕๒ ความตอนหนึ่งว่า “…น่ามหัศจรรย์ที่หญ้าเพียงบางชนิดได้ประโยชน์ในที่ต่างๆ หญ้าแฝกบางชนิดได้เกิดประโยชน์ในที่ลักษณะเป็นที่ราบ บางแห่งก็ได้ประโยชน์ในที่ต่างกัน เช่น บนภูเขา ดินลึกก็มี ดินตื้นก็มี เรื่องดินลึกนั้นได้ปรากฏว่ารากได้หยั่งลึกลงไปถึงห้าหกเมตร แล้วก็ลงไปได้ ซึ่งแต่ก่อนนี้ไม่ได้นึกว่าหญ้าจะลงไปลึก ข้อสำคัญ หญ้านี้ได้หยั่งลงไปห้าหกเมตร และไม่ได้แผ่ออกไปข้าง ๆ […]

มีติ่งเพราะครีเอท! 4 หนุ่มสาวคนธรรมดา ดังเพราะฟีดภาพ Instagram ไม่เหมือนใคร

โดยปกติ Instagram ฮิตๆ ที่มีคนฟอลโลว์กันมากๆ มักจะเป็นของดารา เซเลบริตี้ ที่มีฐานแฟนคลับจากโลก Non Social เป็นทุนเดิม แต่ทว่าก็ยังมีไอจีอีกกลุ่มที่ผู้คนเลือกจะตามดู ตามรู้ เพราะความเจ๋งของฟีดที่โพสต์ 4 หนุ่มสาวต่อไปนี้ เป็นเจ้าของไอจีภาพชวน Amazing ที่มีความโดดเด่นในแง่ความสร้างสรรค์เหมือนกันอย่างหนึ่ง นั่นก็คือการใช้ตัวเองเป็น Influencer ในทุกภาพครีเอทีฟที่ปรากฏบนฟีด และไม่ว่ามันจะให้ผลทางความรู้สึกว่าสวยจนแทบหยุดหายใจ หรือขำจนอยากแชร์ต่อ แต่สิ่งที่ต้องยอมรับก็คือ ทำให้มีคนจดจำ และสมัครใจเป็นติ่งตามเสพ Instagram ของพวกเขากันไม่น้อยจริงๆ 1.IG@muradosmann : 4.6 M followers คนแรกถ้าไม่พูดถึงเขาคงเจอติ่งค้อนแน่ Murad Osmann ช่างภาพหนุ่มชาวรัสเซีย ที่เรียนจบสาขาวิศวกรรมโยธาจากมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศอังกฤษ แต่เลือกเดินตามฝันของตัวเองด้วยการเป็นช่างภาพ ไอจีของเขามีเอกลักษณ์น่าสนใจจากภาพถ่ายชุด ‘Follow me to’ ซึ่งเป็นภาพที่ภรรยาคนสวย  Nataly Osmann Zakharova หันหลังยื่นมือข้างหนึ่งมาลากเขาไปตามสถานที่ต่างๆ ทั่วโลก ว่ากันว่าภาพชุดนี้เกิดขึ้นด้วยความบังเอิญในขณะที่เขาและนาตาลี สมัยที่ยังเป็นแฟนกัน ชวนกันไปเที่ยวบาร์เซโลน่า เมื่อปี ค.ศ.2011 ระหว่างท่องเที่ยวฝ่ายหญิงเกิดอาการเซ็งที่ฝ่ายชายเอาแต่ถ่ายภาพ จึงเข้าไปจูงมือเขาให้เดินต่อ เขาเลยยกกล้องขึ้นแชะภาพช่วงจังหวะนั้นแล้วแชร์ลง IG ผลคือกลายเป็นที่ชื่นชอบของผู้คนจนเกิดการแชร์ต่อๆ […]

10 Influencers วงการแฟชั่น ถึงจะเรียนหนังสือไม่จบก็ประสบความสำเร็จสุดยอด

มีหลายเรื่องราวของบุคคลระดับโลก ที่ยืนยันแล้วว่าการศึกษาไม่ใช่สิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิต วันนี้เรามี 10 เรื่องราวในชีวิตจริงของผู้ทรงอิทธิพลด้านแฟชั่น เชื่อไหมว่า พวกเขาเหล่านี้มีสิ่งที่ทำให้เราต้องตกใจนั่นก็คือ บางคนเรียนหนังสือไม่จบ หรือบางคนแทบจะไม่เคยเรียนอะไรเกี่ยวกับแฟชั่นด้วยซ้ำ แต่ทั้ง 10 คนนี้ กลับประสบความสำเร็จและมีชื่อเสียงโด่งดังถึงระดับโลก ไปดูกันเลยว่ามีใครบ้าง

12 เซเลบริตี้ดัง จัดเต็มประชันแบรนด์ LOUIS VUITTON @LVTimeCapsule

Louis Vuitton สร้างปรากฏการณ์แฟชั่นครั้งสำคัญกับการเปิดตัวนิทรรศการ LVTimeCapsule ส่งตรงมาจากหอจดหมายเหตุของหลุยส์ วิตตอง ที่กรุงปารีส เพื่อมาจัดแสดงที่กรุงเทพมหานครเมืองแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ณ ลานพาร์คพารากอน ภายในนิทรรศการได้แสดงเรื่องราวและวิวัฒนาการของการเดินทาง และรวบรวมผลงานชิ้นสำคัญในประวัติศาสตร์ของแบรนด์ตลอด 160 ปี ไม่ว่าจะเป็นหีบเดินทาง และเครื่องหนังหลุยส์ วิตตอง ตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 จนถึงปัจจุบัน รวมทั้งโซนเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ในอดีตและปัจจุปันกับประเทศไทย นอกจากนี้ยังได้ชมการสาธิตวิธีการทำเครื่องหนังด้วยทักษะขั้นสูงโดยช่างฝีมือชาวฝรั่งเศสที่บินตรงมาจากเวิร์คช็อปหลุยส์ วิตตองในเมืองอานิแยร์ส(Asnières) ประเทศฝรั่งเศส แน่นอนว่าบิ๊กอีเว้นท์ระดับนี้ ลูกค้าระดับ VVIP ของแบรนด์ต้องแต่งลุคจัดเต็มด้วย Louis Vuitton ชิ้นโปรดมาร่วมงานอยู่แล้ว เพื่อการันตีว่า ชั้นน่ะ FC หลุยส์ วิตตอง ตัวจริง ริก้า ดีล่า แขกคนแรกๆ ของงาน ที่สวยหรูแบบถูกทุกข้อ เพราะแต่ง LV แบบโทเทิลลุค ตั้งแต่เดรส และกระเป๋าหลุยส์วิตตอง City Trunk จากนิวยอร์ก ส่วนรองเท้าลิมิเต็ด เอดิชั่น คู่นี้ได้ที่กรุงปารีส จุไรรัตน์ ภิรมย์ภักดี แค่เดินผ่านพรมแดงเข้างาน […]

keyboard_arrow_up